
สิงห์แยก5กลุ่มขึ้นบิ๊กเอเชีย
บุญรอดฯ ปรับโครงสร้างรอบ 10 ปี แยก 5 บริษัทลุยสร้างกำไร ปักธงร่วมทุนหวังก้าวเป็นบริษัทใหญ่เอเชีย
บุญรอดฯ ปรับโครงสร้างรอบ 10 ปี แยก 5 บริษัทลุยสร้างกำไร ปักธงร่วมทุนหวังก้าวเป็นบริษัทใหญ่เอเชีย
นายภูริต ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ ธุรกิจนันแอลกอฮอล์ บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายโซดาตราสิงห์ เปิดเผยว่า บริษัทได้วางแผนปรับโครงสร้างบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ ครั้งใหญ่ในรอบ 10 ปี ก่อนหน้านี้ได้ปรับไปแล้ว 2 ครั้ง โดยแยก 5 กลุ่มภายใต้ 5 บริษัทอย่างชัดเจน พร้อมทั้งแต่งตั้งซีอีโอ หรือประธานเจ้าหน้าที่บริหารดูแลธุรกิจ ได้แก่ 1.กลุ่มธุรกิจแอลกอฮอล์ ในบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ 2.กลุ่มธุรกิจนันแอลกอฮอล์ หรือเครื่องดื่มไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ภายใต้บริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง
ขณะที่กลุ่มธุรกิจที่ 3 ผลิตบรรจุภัณฑ์ภายใต้บริษัท บางกอกกล๊าส 4.กลุ่มธุรกิจจัดจำหน่ายภายใต้บริษัท ลีโอ ลิงค์ และ 5.กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ในบริษัท สิงห์เอสเตท จากเดิมทุกธุรกิจอยู่ภายใต้บริษัทแม่ หรือบุญรอดบริวเวอรี่ทั้งหมด การปรับครั้งนี้คาดว่าจะแล้วเสร็จปีหน้า วางเป้าหมายให้ 5 ธุรกิจสร้างกำไรที่ชัดเจน จากรายได้สิ้นปีนี้ราว 1.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็นกลุ่มแอลกอฮอล์เกือบ 9 หมื่นล้านบาท และนันแอลกอฮอล์ 1.5 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ทิศทางปีหน้าบริษัทให้ความสำคัญการเข้าร่วมทุนหรือซื้อกิจการ (เอ็มแอนด์เอ) บริษัทที่มีศักยภาพ เพื่อแตกไลน์ธุรกิจใหม่ๆ โดยการร่วมทุนสัดส่วน 20-50% เป็นแผนต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา ที่เริ่มใช้กลยุทธ์ดังกล่าวสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็วและสอดรับกับวิชั่น วางเป้าหมายให้บริษัทเป็นกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ ดำเนินธุรกิจที่หลากหลายในเอเชีย ซึ่งปัจจุบันยังมีกลุ่มธุรกิจพลังงาน และกำลังพิจารณาร่วมทุนธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศ
นายภูริต กล่าวว่า บริษัทเข้าซื้อกิจการร้านอาหารในอังกฤษ 4 แห่ง ด้วยเงิน 1 ล้านปอนด์ รองรับกับแผนบุกเบียร์ในอังกฤษ รวมทั้งร่วมทุนเปิดร้านอาหารญี่ปุ่นในเร็วๆ นี้ อีกทั้งศึกษาทำธุรกิจตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ โดยเฉพาะกลุ่มค้าปลีก กำลังศึกษาการซื้อกิจการเทสโก้ โลตัสอยู่ แต่จะสนใจซื้อหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
นอกจากนี้ กลุ่มนันแอลกอฮอล์วางแผนขยายตลาดต่างประเทศ เบื้องต้นสร้างทีมการตลาดระดับภูมิภาค สำหรับกลุ่มธุรกิจนันแอลกอฮอล์รายได้ สิ้นปีราว 1.5 หมื่นล้านบาท ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ 1.6 หมื่นล้านบาท จากการเข้าร่วมทุนต่างๆ ตั้งเป้ารายได้ 2 ปี (2558-2559) เพิ่มเป็น 3 หมื่นล้านบาท







