
รุ่น 3 ธุรกิจน้ำแข็ง "ไฮ่ซาน" เติบโตด้วยมาตราฐานและคุณภาพ
“น้ำแข็ง” ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญประการหนึ่งสำหรับธุรกิจร้านอาหารในประเทศมาเลเซีย
โดย...เสาวลักษณ์ ขันกสิกรรม
“น้ำแข็ง” ถือเป็นวัตถุดิบสำคัญประการหนึ่งสำหรับธุรกิจร้านอาหารในประเทศมาเลเซีย เนื่องจากผู้ประกอบการร้านอาหารจำเป็นต้องใช้น้ำแข็งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องดื่มที่จำหน่ายในร้าน รวมทั้งใช้รักษาความสดและสีสันของอาหารจำพวกผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ต่างๆ ส่งผลให้ธุรกิจโรงน้ำแข็งเป็นอีกหนึ่งกิจการที่ยังดำเนินไปได้ดีในแดนเสือเหลือง
บริษัทอุตสาหกรรมน้ำแข็งเก่าแก่ “ไฮ่ซาน” ที่ดำเนินกิจการมายาวนานถึง 38 ปี ในย่านนอร์ธ พอร์ต เมืองแคลง ประเทศมาเลเซีย ถือเป็นหนึ่งในโรงน้ำแข็งที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในการประกอบธุรกิจดังกล่าวมาตั้งแต่รุ่นปู่ “ซิวตง” ผู้ก่อตั้งบริษัทในปี 1970 เพื่อผลิตน้ำแข็งก้อนสำหรับรักษาความสดของสัตว์น้ำที่จับได้ในอุตสาหกรรมประมง
กระทั่งปัจจุบัน ธุรกิจผลิตน้ำแข็ง “ไฮ่ซาน” ก็เติบโตขึ้นมากลายเป็นบริษัทขนาดใหญ่ โดยผลสำรวจการดำเนินงานธุรกิจในปี 2012 พบว่า ผลกำไรที่ “ไฮ่ซาน” ได้รับอยู่ที่ราว 7.79 ล้านริงกิต (ประมาณ 77.9 ล้านบาท) จากกำลังการผลิตน้ำแข็งหลอดสูงสุดที่ 130 ตัน/วัน หรือคิดเป็น 8,125 ถุง/วัน สำหรับขนาดบรรจุถุงละ 16 กิโลกรัม
อ่องลุยหยวน ซีอีโอคนปัจจุบันของบริษัทผลิตน้ำแข็งแห่งนี้ ซึ่งเป็นทายาทรุ่นที่ 3 ของกิจการ กล่าวถึงเส้นทางการพัฒนางานของบริษัทผ่านทาง เดอะ สตาร์ ออนไลน์ ว่า พ่อของตนเอง ซึ่งรับสืบทอดกิจการมาจากปู่ เริ่มปรับรูปแบบการดำเนินงานของบริษัทตั้งแต่ปี 1995 เพื่อตอบรับนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้มาเลเซียเป็นศูนย์กลางฮาลาล กระทั่งเป็นผู้ผลิตน้ำแข็งแห่งแรกที่ได้รับการรับรองระบบคุณภาพ เอชเอซีซีพี ในปี 2006 ต่อมาในปี 2007 ทางบริษัทก็ได้รับการรับรองฮาลาล
“เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรฐาน ส่วนผสมทั้งหมดที่ใช้ในการผลิตต้องได้รับการรับรองฮาลาล สำหรับจำหน่ายในร้านค้าปลีกและผู้ประกอบการร้านอาหาร รวมถึงน้ำแข็งที่ใช้ในเครื่องดื่มและการผลิตอาหารด้วย เมื่อได้รับการรับรองระบบคุณภาพและฮาลาล ก็ช่วยให้เราเข้าถึงตลาดที่หลากหลายได้มากขึ้น” ซีอีโอคนปัจจุบันของ “ไฮ่ซาน” กล่าว
นอกจากนี้ อ่องลุยหยวนยังอธิบายกรรมวิธีการผลิตน้ำแข็งของบริษัทตนเองด้วยว่า น้ำที่ใช้ในการผลิตนำมาจาก “ซาบาส” ซึ่งต้องผ่านระบบการกรอง 3 ชั้น ก่อนที่จะฆ่าเชื้อแบคทีเรียด้วยแสงยูวี หลังจากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการในห้องเย็นเพื่อผลิตน้ำแข็ง
ทั้งนี้ ระหว่างกระบวนการผลิต คนงานทุกคนจะไม่ได้รับอนุญาตให้ใช้มือเปล่าทุกขั้นตอนการผลิต เพื่อเลี่ยงการปนเปื้อนจากเชื้อแบคทีเรียอันตราย โดยก่อนจะเข้าพื้นที่ทำงาน คนงานก็ต้องล้างรองเท้าในอ่างที่ผสมน้ำยาฆ่าเชื้อ สวมหน้ากากอนามัยและเก็บผมให้เรียบร้อยทุกครั้ง
“เราเป็นรายแรกที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข มาตรฐานโรงงาน ภายใต้แบรนด์ “อิกโล” ซีอีโอบริษัทน้ำแข็งเก่าแก่รุ่นที่ 3 กล่าวอย่างภูมิใจ
อ่องลุยหยวน ยังระบุถึงแนวโน้มความต้องการผลิตภัณฑ์น้ำแข็งที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปด้วยว่า การผลิตน้ำแข็งก้อนขนาดใหญ่ที่เคยได้รับความนิยมในอดีตกำลังกลายเป็นสินค้าขาลง จากปัญหาการควบคุมการผลิตให้ถูกสุขอนามัย ทั้งระบบการผลิต และการเคลื่อนย้ายน้ำแข็ง นอกจากนั้น ผู้บริโภคก็ยังนิยมใช้น้ำแข็งบดหรือน้ำแข็งหลอดมากกว่าอีกด้วย ดังนั้น การผลิตน้ำแข็งก้อนขนาดใหญ่จึงจะผลิตตามคำสั่งซื้อรายบุคคล ซึ่งส่วนใหญ่จะนำไปใช้ในการแกะสลักน้ำแข็งเป็นรูปร่างต่างๆ ในงานเลี้ยงหรือร้านอาหาร
สำหรับผู้ที่ต้องการทำธุรกิจในลักษณะนี้ ซีอีโอคนเก่งจาก “ไฮ่ซาน” ก็ให้คำแนะนำว่า ช่วงแรกอาจจะต้องลงทุนสูงสักหน่อยราว 1.62 แสนริงกิต (ประมาณ 1.62 ล้านบาท) ในการติดตั้งเครื่องจักรที่มีกำลังการผลิตราว 30 ตัน/วัน เพื่อส่งสินค้าที่ผลิตแก่ลูกค้าในท้องถิ่น โดยลูกค้าหลักมักจะเป็นร้านอาหารและเครื่องดื่มนั่นเอง







