
MAXถอนซื้อSA
บอร์ดประชุมด่วนเพิ่มทุนขนานยื่นไฟลิ่งตลาดกลต.หนุนไม่แขวนป้าย SP
บอร์ดประชุมด่วนเพิ่มทุนขนานยื่นไฟลิ่งตลาดกลต.หนุนไม่แขวนป้าย SP
MAX ประชุมบอร์ดด่วนวันนี้ ยกเลิกวาระซื้อไซมิสฯ ทำขนานยื่นคุณสมบัติใหม่ หุ้นชิวไม่ SP
นายชำนิ จันทร์ฉาย ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกซ์ เมทัล คอร์ปอเรชั่น (MAX) เปิดเผยว่า บริษัทจะเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัท (บอร์ด) วันจันทร์ที่ 10 พ.ย.นี้ เพื่อพิจารณาถอนวาระการซื้อบริษัท ไซมิส แอสเสท (SA) ในการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 23 ธ.ค.นี้ และคงวาระการเพิ่มทุนขายผู้ถือหุ้นเดิม ราคา 1.30 บาทไว้ให้ที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาเพื่อให้บริษัทมีเงินทุนขยายกิจการ
ทั้งนี้ การเพิ่มทุนของ MAX ให้กับผู้ถือหุ้นเดิมครั้งนี้มูลค่ามากถึง 2,578 ล้านบาท หรือจำนวน 1,983.32 ล้านหุ้น เสนอขายผู้ถือหุ้นเดิม สัดส่วน 10 หุ้นเดิม ต่อ 1 หุ้น ใหม่ ราคาหุ้นละ 1.30 บาท หากผู้ถือหุ้นเดิม รวมทั้งกลุ่มนายขจรศิษฐ์ สิ่งสรรเสริญ นายชำนิ และนายสิริวัฒน์ โตวชิรกุล ไม่ใช้สิทธิเพิ่มทุน จะนำหุ้นที่เหลือทั้งหมดขายให้กับกองทุนต่างชาติ ราคา 1.30 บาท ซึ่งกองทุนยืนยันการลงทุนเป็นมูลค่ากว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐแล้ว แม้ว่าจะต้องยื่นคุณสมบัติใหม่ตามการตีความของตลาดหลักทรัพย์ฯ
ประธานกรรมการ กล่าวว่า บริษัทจะนำเงินเพิ่มทุนที่ได้ไปซื้อทรัพย์สิน ซึ่งเป็นที่ดินรอการพัฒนาต่อไป ขณะที่ธุรกิจเดิมเทรดดิ้งเหล็ก (ซื้อมาขายไป) ยังดำเนินการต่อ
“เมื่อตลาดหลักทรัพย์ฯ วินิจฉัยว่า การซื้อ SA เป็นการเข้าตลาดหุ้นทางอ้อม บริษัทก็เคารพการตีความของตลาด ถ้าผมตั้งใจให้คุณขจรนำ SA เข้าตลาดหุ้นทางอ้อมตั้งแต่แรก ผมคงไม่ดึงคุณขจรเข้ามาถือหุ้น 60% หาเงินทุนมาซื้อโรงเหล็ก เพื่อให้บริษัทเดินไปได้ แต่เมื่อซื้อโรงเหล็กไม่ได้ ก็ต้องมองหาธุรกิจใหม่เข้ามา”
นายชำนิ กล่าวว่า วันศุกร์ที่ผ่านมา ได้หารือกับตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. ซึ่งเห็นความตั้งใจทำธุรกิจของ MAX และการซื้อ SA จึงเร่งบริษัททำข้อมูล SA ควบคู่ไปกับการเพิ่มทุนผู้ถือหุ้นเดิม
สำหรับขั้นตอนที่ MAX ต้องดำเนินการคือ การจัดทำงบการเงินรวมปี 2556-2557 ของ MAX และ SA ประวัติและผลดำเนินงาน SA เพื่อจัดทำไฟลิ่ง (ข้อมูล) ยื่นตลาดหลักทรัพย์ฯ และสำนักงาน ก.ล.ต. คาดว่าจะยื่นข้อมูลหลังจากปิดงบปี 2557 หรือประมาณปลายเดือน ก.พ. 2558 กรณีที่ข้อมูลครบ ตลาดจะใช้เวลาพิจารณา 30 วัน คาดว่าเดือน มี.ค.เม.ย. เสร็จสิ้น
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่นักลงทุนกังวลก็คือ การที่หุ้น MAX จะถูกตลาดหลักทรัพย์ฯ ขึ้นเครื่องหมาย SP ห้ามซื้อขายนาน เป็นผลให้ราคาหุ้น MAX ถอยลงๆ จากราคา 1.10 บาท เศษ ไหลลงมาต่ำกว่า 1 บาท ล่าสุดวันที่ 7 พ.ย. ราคาปิดที่ 0.92 บาท ลดลง 0.03 บาท หรือลดลง 3.16% มูลค่าซื้อขาย 306.91 ล้านบาท
เรื่องดังกล่าว นายชำนิยืนยันว่าหุ้นจะเปิดซื้อขายปกติ ไม่ถูก SP แม้ว่าระหว่างที่บริษัทยื่นไฟลิ่งคุณสมบัติใหม่ของ MAX และ SA เนื่องจากบริษัทได้ระงับการซื้อหุ้น SA ไว้ก่อน และเพิ่มทุนนำเงินมาก่อน โดยยังคงธุรกิจเหล็กไว้
“ระหว่างที่บริษัทเพิ่มทุน ก็จะทำคู่ขนานการยื่นไฟลิ่งคุณสมบัติใหม่ของ MAX และ SA ควบคู่กันไป วิธีการนี้ผู้ถือหุ้นไม่เดือดร้อนกับตรงนี้ หุ้นไม่ถูก SP เปิดซื้อขายปกติ” นายชำนิ กล่าว
ทั้งนี้ การที่ตลาดหลักทรัพย์ฯ ตีความการเข้าตลาดหุ้นทางอ้อม โดยมองจากการที่นายขจรศิษฐ์เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ 60% ของ MAX เมื่อเดือน ก.ย. 2557 และ MAX มีมติให้ขออนุมัติจากที่ประชุมวิสามัญ 23 ธ.ค.นี้ เพื่อซื้อหุ้น SA จากนายขจรศิษฐ์ ซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจควบคุมใน SA ประกอบกับที่ผ่านมา MAX ไม่ได้ทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มาก่อน ตลาดจึงพิจารณาว่า การเข้าซื้อหุ้น SA ของ MAX เข้าข่ายเป็น Backdoor Listing เนื่องจากการได้มาซึ่งสินทรัพย์เป็นผลให้มีการโอนอำนาจการควบคุมจากผู้มีอำนาจควบคุมของ MAX ไปยัง SA
นอกจากนี้ หากคำนวณมูลค่าการเข้าซื้อ SA เปรียบเทียบกับสินทรัพย์รวมก่อนที่ MAX จะเพิ่มทุนให้นายขจรศิษฐ์ในเดือน มิ.ย.และ ก.ย. 2557 เข้าข่ายเป็นรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์ที่มีขนาดใหญ่เกินกว่า 100%







