
เจาะลึกธุรกิจสุดอึดของชาวเกาหลีเหนือในเกาหลีใต้
เป็นที่รู้กันดีว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนสักคนจะลุยดั้นด้นมาเปิดธุรกิจในต่างแดน เพราะมีทั้งความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
เป็นที่รู้กันดีว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายที่คนสักคนจะลุยดั้นด้นมาเปิดธุรกิจในต่างแดน เพราะมีทั้งความแตกต่างทางภาษาและวัฒนธรรม ยิ่งโดยเฉพาะกับความแตกต่างทางด้านเชื้อชาติอย่างเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้แล้ว ยิ่งเป็นเรื่องยากมากกว่าเดิมไปอีกเท่าตัว
อย่างไรก็ตาม สำหรับ “ชอนชอลอู” ชายวัย 45 ปี ที่มีพื้นเพเป็นคนเกาหลีเหนือแล้ว สามารถก้าวข้ามอุปสรรคเหล่านั้นมาได้ โดยชอนได้เปิดร้านอาหารที่มีสาขาอยู่หลายแห่งทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นที่กาสิโน สถานีรถประจำทาง และสถานีให้บริการบนมอเตอร์เวย์
ทั้งนี้ ชอนหนีออกมาจากเกาหลีเหนือในช่วงปี 1989 และเป็นหนึ่งในชาวเกาหลีเหนือจากจำนวนทั้งหมด 2.7 หมื่นคน ที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ โดยชอนได้ยกให้ความสำเร็จของตนเองว่ามาจาก “การทำงานหนัก” และ “การต่อสู้ไม่ยอมแพ้” แม้จะถูกคนใกล้ชิดต้มตุ๋นจนแทบหมดตัว
“ผมภูมิใจที่จะพูดว่า สินค้าอาหารของผมคือสินค้าชั้นนำในโฮมช็อปปิ้ง” ชอน กล่าวกับบีบีซี
จากความสำเร็จดังกล่าวของหนุ่มชาวเกาหลีเหนือรายนี้ส่งผลให้ชาวเกาหลีเหนือคนอื่นๆ ยึดชอนเป็นต้นแบบ และพยายามจะตั้งธุรกิจเป็นของตนเอง ทว่าบุคคลที่เลือกทางนี้กลับเลือกด้วยสาเหตุที่ว่าหางานได้ยากในเกาหลีใต้ หรือรู้สึกถูกแบ่งแยกในที่ทำงาน ซึ่งผลในท้ายที่สุด บริษัทของชาวเกาหลีเหนือจำนวนมากจึงประสบกับปัญหา
ส่วนหนึ่งต้องยอมรับว่า เมื่อพูดถึงเกาหลีใต้ ผู้คนมักจะนึกถึงแต่ภาพของบริษัทขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นซัมซุง แอลจี และฮยอนได ไม่มีใครนึกถึงบริษัทรายย่อย อีกทั้งผู้คนจำนวนมากต่างแข่งขันกันสูง ทั้งการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย และทำงานในบริษัทชื่อดังที่ต้องอาศัยทั้งทักษะด้านไอทีและภาษาที่เชี่ยวชาญ
ด้วยเหตุนี้เอง ชาวเกาหลีเหนือที่หนีมาจากประเทศของตนเองจึงประสบปัญหา เนื่องจากขาดทั้งประสบการณ์และทักษะความรู้ต่างๆ ที่จะแข่งขันกับชาวเกาหลีใต้เอง
ฮวังเยบิน ประธานด้านการสนับสนุนการเป็นผู้ประกอบการของมูลนิธิผู้อพยพชาวเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นองค์กรที่ช่วยเหลือชาวเกาหลีเหนือที่อาศัยอยู่ในเกาหลีใต้ ระบุว่าชาวเกาหลีเหนือที่มาขอคำปรึกษาเพื่อตั้งธุรกิจส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีปัญหาในการหางานทำ
“พวกเขามีแนวโน้มที่จะได้รับการศึกษาน้อยกว่า และมีอายุมากกว่า และโดยมากพวกเขาก็ไม่มีคุณสมบัติเพียงพอจะเริ่มต้นธุรกิจ ที่ทำให้เป็นเรื่องยากมากที่บริษัทจะประสบความสำเร็จ” ฮวัง กล่าวกับสำนักข่าวบีบีซี พร้อมเสริมว่า ชาวเกาหลีเหนือยังประสบปัญหาในการระดมทุน และไม่ได้รับการสนับสนุนจากองค์กรต่างๆ ของเกาหลีใต้ด้วย
“การเลือกปฏิบัติเล็กๆ น้อยๆ เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะกับผู้ที่มีอายุมากกว่า 40 ปี และภาษาที่พวกเขาใช้ยังเป็นการสะท้อนว่าพวกเขาเป็นคนเกาหลีเหนือด้วย” ฮวัง ระบุ
ปัญหาที่ชาวเกาหลีเหนือพบเจอเหล่านี้ อาจคงไม่มีใครแล้วที่เข้าใจถึงปัญหานี้ดีเท่ากับ “คิมซุงอิล” ชาวเกาหลีเหนืออีกรายที่ได้เริ่มต้น และปิดกิจการมาแล้วกว่า 5 ธุรกิจ ทั้งร้านขายบะหมี่ ร้านขายเกี๊ยว ฟาร์มเห็ด ร้านขายเยลลี่โอ๊ก และโรงงานผลิตเกี๊ยว
“การเริ่มต้นธุรกิจยากกว่าที่ผมคาดการณ์ไว้ ซึ่งปัญหาสำคัญที่สุด คือ การที่ไม่รู้จักคนที่น่าเชื่อถือ และเราก็ไม่มีคอนเนกชั่นที่นี่ด้วย” คิม กล่าว
คิมเล่าว่า เป็นเรื่องยากมากที่จะประคองธุรกิจไปได้นานกว่า 6 เดือน และการขาดแคลนเงินทุนในการหมุนเวียนก็เป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้ธุรกิจต้องปิดตัวลง
ทว่า หลังจากการลองผิดลองถูกมาหลายต่อหลายครั้ง คิมได้เปิดธุรกิจที่ 6 ซึ่งเป็นธุรกิจการแปรรูปเนื้อไก่ที่กำลังเตรียมจะเปิด ซึ่งเจ้าตัวก็คาดหวังเอาไว้สูงมาก แม้ว่าจะไม่มีเงินทุนตามที่ต้องการก็ตาม
“ผมไม่สามารถยอมแพ้ได้แล้ว” คิม กล่าวทิ้งท้าย







