
เร่งเครื่อง
ขณะนี้ภาคธุรกิจบางส่วนคงมีความหวังกับนโยบายเศรษฐกิจบางเรื่องของรัฐบาล ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดิจิทัลอีโคโนมี และเทรดดิ้ง เนชั่น ประเทศที่เป็นศูนย์กลางการค้า ซึ่งทั้งสองเรื่องไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ถูกหยิบยกขึ้นมาให้ความสำคัญและประกาศเป็นนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล
ขณะนี้ภาคธุรกิจบางส่วนคงมีความหวังกับนโยบายเศรษฐกิจบางเรื่องของรัฐบาล ทั้งเศรษฐกิจดิจิทัล หรือดิจิทัลอีโคโนมี และเทรดดิ้ง เนชั่น ประเทศที่เป็นศูนย์กลางการค้า ซึ่งทั้งสองเรื่องไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ถูกหยิบยกขึ้นมาให้ความสำคัญและประกาศเป็นนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ที่นำโดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล หัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล
เศรษฐกิจดิจิทัล หรือดิจิทัลอีโคโนมี ถูกพูดถึงในช่วงระยะ 10 ปีที่ ผ่านมา พร้อมกับการขยายตัวของระบบอินเทอร์เน็ต ออนไลน์ ที่เปิดพรมแดนการค้าไปทั่วโลก ประเทศไทยมีความพยายามดำเนินการเรื่องดังกล่าว ในหน่วยงานของรัฐบาล อย่างกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) ที่เริ่มดำเนินการไปหลายอย่าง โดยเฉพาะการบูรณาการระบบไอทีของภาครัฐ แต่ยังไม่สัมฤทธิผล
ปัญหาคือ การกระจายงานและอำนาจการบริหารงานไอซีทีของประเทศไปอยู่กับหลายหน่วยงาน รัฐบาลจึงต้องแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 12-13 ฉบับ รวมถึงเตรียมจัดทำร่าง พ.ร.บ.เศรษฐกิจดิจิทัลขึ้นมา เพื่อควบรวมอำนาจการบริหารงานไอซีทีไว้ที่เดียวกัน อย่างไรก็ตามการแก้กฎหมายเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลา เพราะฉะนั้นจึงไม่อาจหวังว่าจะเห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมได้ในเวลาอันรวดเร็ว
อย่างไรก็ตาม เอกชนที่เกี่ยวข้องได้จัดทำข้อเสนอเพื่อร่วมกับภาครัฐในการสนับสนุนช่องทางให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจฐานดิจิทัลได้รวดเร็วขึ้น เพราะปัจจุบันเอกชนได้ดำเนินการอยู่แล้ว เช่น ระบบการจ่ายเงิน (Payment) หากรัฐและเอกชนร่วมมือกันจะเห็นความชัดเจนเร็วขึ้น ขณะที่ภาครัฐอาจเพิ่มแรงจูงใจด้วยการใช้มาตรการด้านภาษี เช่น ลดภาษีเพื่อจูงใจผู้ซื้อในช่องทางดิจิทัล เมื่อมีอุปสงส์ อุปทาน เศรษฐกิจจะหมุนได้เร็วยิ่งขึ้น
เช่นเดียวกับนโยบายเทรดดิ้ง เนชั่น ซึ่งอาจจะต้องปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับศุลกากร ที่ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการค้าขายของประเทศ หากกระบวนการแก้ไขกฎหมายล่าช้า การที่จะก้าวไปสู่เทรดดิ้ง เนชั่น ก็ทำได้ยาก รัฐบาลควรหาช่องทางใหม่ๆ ในการสนับสนุนภาคเอกชนให้แข็งแรงขึ้น รวมไปถึงอำนวยความสะดวกให้การดำเนินธุรกิจการค้าเป็นไปอย่างคล่องตัว ซึ่งเอกชนไทยก็ได้เสนอหลายแนวทาง เช่น รูปแบบการดำเนินงานขององค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือเจโทร โมเดล เป็นต้น
ทั้งหลายทั้งปวง รัฐบาลต้องทำความเข้าใจและปรับเปลี่ยนวิธีคิดของราชการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้พร้อม ที่จะก้าวไปกับนโยบายใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นด้วย หากทำได้ก็มีโอกาสที่นโยบายจะเป็นจริง







