
BKDผลงานแจ๋วพุ่งกว่าเท่าตัวไตรมาส3
บางกอก เดคคอน เจ๋ง ไตรมาส 3 กำไรพุ่ง 162% รวม 9 เดือน 77 ล้าน รายได้โต งานใหม่เพิ่ม
บางกอก เดคคอน เจ๋ง ไตรมาส 3 กำไรพุ่ง 162% รวม 9 เดือน 77 ล้าน รายได้โต งานใหม่เพิ่ม
บริษัท บางกอก เดคคอน (BKD) เปิดเผยผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 3 ปี 2557 ว่ามีกำไรสุทธิ 23 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 14 ล้านบาท หรือพุ่งขึ้น 162% เมื่อเปรียบเทียบกับกำไรสุทธิ จำนวน 9 ล้านบาท ในช่วงเดียวกันปีก่อน และรวม 9 เดือนมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 77 ล้านบาท เพิ่มขึ้นมากกว่า 87% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 41 ล้านบาท
น.ส.กนกนารถ รัตนสุวรรณชาติ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เดคคอน กล่าวว่า กำไรสุทธิที่ดีขึ้นมากในช่วง 9 เดือนปีนี้มาจากรายได้จากการตกแต่งจำนวน 711 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 295 ล้านบาท หรือประมาณ 71% ขณะเดียวกันต้นทุนจากการตกแต่งภายในก็เพิ่มขึ้น 246 ล้านบาท คิดเป็น 78% เป็นจำนวน 560 ล้านบาท เนื่องจากเข้าดำเนินโครงการต่างๆ เพิ่มขึ้น ทั้งภาครัฐและเอกชน
นอกจากนั้น บริษัทยังมีรายได้อื่นๆ อีกจำนวน 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 9 บาท หรือ 887% มาจากผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้และเงินฝากประจำ ส่วนต้นทุนทางการเงินลดลง 1.87 ล้านบาท คิดเป็น 71% เหลือเพียง 0.78 ล้านบาท เนื่องจากมีการชำระคืนตั๋วสัญญาใช้เงิน
ด้าน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) มีกำไรสุทธิ 7,590 ล้านบาท ลดลงถึง 2,019 ล้านบาท คิดเป็นประมาณ 21% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 9,609 ล้านบาท
ขณะเดียวกัน 9 เดือน บริษัทมีกำไรสุทธิ 19,971 ล้านบาท ก็ลดลง 5,885 ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ 22% จากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 25,856 ล้านบาท
นายปฏิภาณ สุคนธมาน รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการเงินและบัญชี PTTGC กล่าวว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 2 จำนวน 25%
ทั้งนี้ ภาพรวมผลการดำเนินงานในไตรมาส 3 หากไม่รวมผลกระทบจากมูลค่าสต๊อกน้ำมัน ปรับตัวดีขึ้นโดยมีธุรกิจโอเลฟินส์และผลิตภัณฑ์ต่อเนื่องเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก และมีกำไรก่อนหักค่าเสื่อม ดอกเบี้ย ภาษี (อีบิตดา) อยู่ที่ 15,702 ล้านบาท ซึ่งนับเป็นผลประกอบการที่สูงสุดในรอบ 5 ไตรมาสที่ผ่านมา เนื่องจากธุรกิจโอเลฟินส์ จากการที่ได้รับวัตถุดิบก๊าซที่คงที่มากขึ้นและราคาผลิตภัณฑ์โพลีเอทิลีนที่ปรับตัวสูงขึ้น
นอกจากนี้ ธุรกิจอะโรเมติกส์ก็มีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นเช่นกัน เพราะส่วนต่างราคาเบนซีนและวัตถุดิบคอนเดนเสทที่ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับส่วนต่างราคาพาราไซลีนและวัตถุดิบคอนเดนเสทปรับตัวดีขึ้นเช่นกัน ในขณะที่ธุรกิจการกลั่นผลงานอ่อนตัวลง ซึ่งมีสาเหตุมาจากส่วนต่างระหว่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกับวัตถุดิบน้ำมันดิบปรับตัวลดลง และการปรับลดลงของการถือครองอนุพันธ์ของเฮดจิ้ง ส่งผลให้ธุรกิจการกลั่นและธุรกิจอะโรเมติกส์ต้องบันทึกผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันและ NRV รวม 2,841 ล้านบาท ขณะที่ GRM อยู่ต่ำกว่าระดับที่ควรจะเป็น
คณะกรรมการบริษัท ซีเอส ล็อกซอินโฟ (CSL) มีมติอนุมัติโอนทุนสำรองตามกฎหมายจำนวน 31 ล้านบาท และส่วนเกินมูลค่าหุ้น 141 ล้านบาท เพื่อล้างขาดทุนสะสมทั้งหมด 172 ล้านบาท ในสิ้นไตรมาส 3 ทำให้บริษัทจะมีส่วนเกินมูลค่าหุ้นจำนวน 321 ล้านบาท







