
กลต.แฉปั่นหุ้น-ใช้อินไซด์ฯพุ่ง
ก.ล.ต.เปิดสถิติงวดไตรมาส 3 ร้องเรียนปั่นหุ้นใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้นมากสุด
ก.ล.ต.เปิดสถิติงวดไตรมาส 3 ร้องเรียนปั่นหุ้นใช้ข้อมูลภายในซื้อขายหุ้นมากสุด
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยถึงสถิติตลาดทุนไทยในช่วงไตรมาส 3 ปี 2557 ว่า ทางสำนักงานได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำอันไม่เป็นธรรมในเรื่องต่างๆ รวมทั้งสิ้น 39 เรื่อง เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มี 33 เรื่อง
สำหรับเรื่องที่มีการร้องเรียนมากที่สุดคือ การสร้างราคาหุ้น (ปั่นหุ้น) การแพร่ข่าวและการใช้ข้อมูลภายในการซื้อขายหุ้น (อินไซเดอร์เทรดดิ้ง) รวมทั้งสิ้น 19 เรื่อง เพิ่มขึ้นเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 14 เรื่อง ขณะที่ทั้งปี 2556 มีจำนวน 30 เรื่อง
เรื่องร้องเรียนมากเป็นอันดับสองคือ การประกอบธุรกิจโดยไม่มีใบอนุญาตมีจำนวน 14 เรื่อง ส่วนการปฏิบัติหน้าที่ของผู้แนะนำการลงทุนมีการร้องเรียนเข้ามาจำนวน 6 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนมีจำนวน 5 เรื่อง
ทั้งนี้ ทางสำนักงานได้ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งสิ้น 32 เรื่อง เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มี 19 เรื่อง
ทางด้านผลของการบังคับใช้กฎหมายนั้น การดำเนินการทางบริหารมีการสั่งพักผู้ให้คำแนะนำนักลงทุนจำนวน 6 รายเพิ่มขึ้นจากงวดปีก่อนที่มี 5 ราย และมีการสั่งพักผู้บริหารของ บล.และ บลจ.1 ราย จากงวดปีก่อนที่ไม่มี
ขณะที่การดำเนินคดีทางอาญานั้นมีการกล่าวโทษต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) จำนวน 15 คดี ลดลงเมื่อเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 22 คดี ส่วนจำนวนผู้ถูกกล่าวโทษ 41 ราย ลดลงเปรียบเทียบกับงวดเดียวกันที่มี 54 ราย
การเปรียบเทียบปรับนั้นมีจำนวนมากขึ้น ไตรมาส 3 รวมทั้งสิ้น 40 ข้อหา เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวน 25 ข้อหา มีจำนวนบุคคลที่เกี่ยวข้องจำนวน 18 ราย จากงวดเดียวกันปีก่อนที่ 12 ราย มีวงเงินถูกปรับรวม 3.69 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนอยู่ที่ 4.2 ล้านบาท
สำหรับมูลค่าการเสนอขายตราสารทุนในไตรมาส 3 มีมูลค่ารวม 4.24 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 1.45 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการขายหุ้นให้บุคคลในวงจำกัด (พีพี) 4 หมื่นล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมีเพียง 96 ล้านบาท
ด้านการขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (ไอพีโอ) มีมูลค่า 1,711.20 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันปีก่อนมีมูลค่า 1.37 หมื่นล้านบาท







