
ห้ามพรรคแจกกล่อง
กสทช.ส่งหนังสือแจ้ง56บริษัทในโครงการพบเพื่อไทยขึ้นป้ายหราชวนแลกคูปอง
กสทช.ส่งหนังสือแจ้ง56บริษัทในโครงการพบเพื่อไทยขึ้นป้ายหราชวนแลกคูปอง
กสทช.ร่อนหนังสือแจ้งผู้ร่วมโครงการคูปอง 56 ราย ห้ามใช้พรรคการเมือง อบต. อบจ. เป็นจุดรับแลกกล่อง
นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เปิดเผยว่า กสทช.จะทำหนังสือแจ้งไปยัง 56 บริษัทที่เข้าร่วมโครงการคูปองทีวีดิจิทัล 690 บาท ว่า กสทช.ไม่อนุญาตให้บริษัทร่วมมือกับพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เพื่อใช้เป็นสถานที่รับแลกคูปองโดยเด็ดขาด
ทั้งนี้ เนื่องจากมีความไม่เหมาะสมและอาจเกิดข้อครหาได้ว่าเป็นการนำเงินของแผ่นดินไปหาเสียงกับรัฐบาลหรือพรรคการเมือง ซึ่งบริษัทที่เข้าร่วมโครงการทั้งหมดต้องทำตามเงื่อนไขกสทช. ก่อนจะเปิดจุดให้บริการเพิ่มเติม ต้องดำเนินการขออนุญาตและผ่านความเห็นชอบ กสทช.ทุกครั้ง ทั้งนี้จะมีการส่งทีมลงไปตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าร่วมโครงการด้วย
นายก่อกิจ ด่านชัยวิจิตร รองเลขาธิการ กสทช. ในฐานะประธานคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงกรณี บริษัท คราวน์ เทค แอดวานซ์ ผู้ผลิตและจำหน่ายกล่องทีวีดิจิทัล แบรนด์ เอเจ ใช้ที่ทำการพรรคการเมืองใหญ่ทั่วประเทศเป็นจุดกระจายสินค้า กล่าวว่า ทางเอเจชี้แจงว่าเป็นเพียงแนวคิด ซึ่งจะทำเอกสารชี้แจงรายละเอียดอีกครั้ง โดย กสทช.จะไม่ยอมให้บริษัทรายใดรายหนึ่งใช้โครงการ กสทช.เป็นเครื่องมือในการโฆษณา ซึ่งคณะกรรมการจะเรียกมาอีกครั้งในวันที่ 7 พ.ย.
น.ส.บุญยืน ศิริธรรม อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค กสทช. กล่าวว่า แม้บริษัทแจ้งว่าเป็นเพียงแนวคิด ยังไม่ดำเนินการใดๆ แต่กรรมการพบข้อมูลว่านักการเมืองได้นำเอาแนวคิดดังกล่าวไปดำเนินการเอง โดยวิธีการจัดทำป้ายโฆษณาขนาดใหญ่ที่มีรูปนักการเมืองและแบรนด์กล่องดิจิทัล พร้อมระบุเปิดบริการประชาชนทั่วประเทศแล้ว
นายธนิต ศรีประเทศ รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ กล่าวว่า ตามหลักการแล้วพรรคการเมืองไม่สามารถทำธุรกิจได้ ซึ่งกรณีของเอเจดียังไม่ทราบข้อเท็จจริง แต่กฎหมายพรรคการเมืองไม่สามารถทำธุรกิจได้ ไม่ว่าด้วยตัวเองหรือกับเอกชน และการแจกคูปองทีวีดิจิทัลนั้นชัดเจนว่าเป็นการทำธุรกิจของเอกชน ดังนั้นหากพรรคการเมืองไปร่วมด้วยย่อมสุ่มเสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง







