posttoday
ปตท.ลั่นกำไรปีนี้ไม่ต่ำกว่า9.4หมื่นล้าน

ปตท.ลั่นกำไรปีนี้ไม่ต่ำกว่า9.4หมื่นล้าน

06 พฤศจิกายน 2557

“สุรงค์” คาดไตรมาส 4 ไม่มีขาดทุนสต๊อกน้ำมัน สัญญากำไรทั้งปีสูงกว่าปี 2556

“สุรงค์” คาดไตรมาส 4 ไม่มีขาดทุนสต๊อกน้ำมัน สัญญากำไรทั้งปีสูงกว่าปี 2556

นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. (PTT) เปิดเผยว่า ผลประกอบการของบริษัทในงวดไตรมาส 3 นี้ ยอมรับว่าจะมีผลขาดทุนจากน้ำมันคงคลัง (สต๊อกลอส) ในกลุ่มโรงกลั่น เนื่องจากราคาน้ำมันที่ลดลงมาที่ระดับกว่า 80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล แต่คาดว่าในไตรมาส 4 นี้อาจไม่มีสต๊อกลอสอีก เพราะราคาน้ำมันน่าจะทรงตัวแล้ว และยืนยันว่าตลอดปี 2557 ผลกำไรจะสูงกว่าปี 2556 อย่างแน่นอน

ก่อนหน้านี้บริษัทเปิดเผยกำไรสุทธิ ปี 2556 เท่ากับ 94,652 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 3 ปีนี้ บริษัท ไทยออยล์ ประสบปัญหาขาดทุนสุทธิ 2,175 ล้านบาท ส่วน บริษัท ไออาร์พีซี มีกำไรสุทธิเพียง 22 ล้านบาท หลังจากได้รับผลกระทบจากสต๊อกลอส

แนวโน้มผลประกอบการตลอดปี 2557 ยังดี แม้ราคาน้ำมันจะลดลง เนื่องจากผลดำเนินงานของ ปตท.ตลอด 10 เดือนที่ผ่านมาอยู่ในระดับที่ดี และ ปตท.มีธุรกิจหลากหลาย ไม่ได้พึ่งพิงจากธุรกิจน้ำมันเพียงอย่างเดียว ยังมีธุรกิจอื่น เช่น ก๊าซ เป็นต้น

“กำไรมาจากธุรกิจของ ปตท.เองมีสัดส่วนราว 40% ส่วนอีก 60% มาจากธุรกิจของบริษัทในกลุ่ม” นายสุรงค์ กล่าว

ทั้งนี้ ประเมินราคาน้ำมันน่าจะอยู่ในระดับ 8090% ไปอีกระยะหนึ่ง หรือจนกว่าเศรษฐกิจโลกจะมีการฟื้นตัว เพราะขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐยังฟื้นตัวอย่างช้าๆ ส่วนเศรษฐกิจยุโรปยังไม่ฟื้น แม้แต่เศรษฐกิจจีนไม่ได้เติบโตสูง ทำให้ความต้องการใช้น้ำมันของโลกไม่ได้สูง แต่ราคาน้ำมันที่ระดับ 80 เหรียญสหรัฐ เป็นจุดสำคัญใกล้กับระดับต้นทุนในการผลิต

นายสุรงค์ กล่าวถึงแผนงานของ ปตท.ในปี 2558 เตรียมจะนำ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ (GPSC) เข้าตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) นับเป็นบริษัทแห่งที่ 6 ของกลุ่ม ปตท. ที่เป็นบริษัทจดทะเบียน ซึ่งดำเนินธุรกิจไฟฟ้ากำลังการผลิต 1,800 เมกะวัตต์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมตัวเพื่อยื่นแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)

GPSC จะเป็นการนำทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจไฟฟ้าทั้งหมดกว่า 10 ทรัพย์สินจากบริษัทในกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินจากบริษัท ไทยออยล์ (TOP) บริษัท พีทีที ยูทิลิตี้ (PTTUT) และบริษัท พีทีที อินเตอร์เนชั่นแนล โฮลดิ้ง เข้ามารวมไว้ใน GPSC เพื่อให้ GPSC มุ่งเน้นการทำธุรกิจไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้าขนาดเล็ก (ไอพีพี) โรงไฟฟ้าจากขยะ ไฟฟ้าจากน้ำ หรือแม้แต่จากขยะ เป็นต้น และจะทำให้กลุ่ม ปตท.แบ่งแยกธุรกิจได้ชัดเจน ธุรกิจไฟฟ้าทั้งหมดจะมาอยู่ที่ GPSC ขณะที่ธุรกิจต้นน้ำ (อับสตรีม) อยู่ที่ ปตท.สผ. โรงกลั่น คือ TOP และปิโตรเคมี คือ IRCP

ปัจจุบัน GPSC ถือหุ้นโดย ปตท. TOP และ PTTUT สัดส่วนกลุ่มละประมาณ 30% และหลังเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นสัดส่วนเหล่านี้จะลดลง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท