
ไฟเขียวกฟผ.ตั้งกองทุนต้นแบบนำร่องรัฐวิสาหกิจอื่น
ซุปเปอร์บอร์ดไฟเขียว กฟผ.ออกอินฟราสตัคเจอร์ฟันด์ 2 หมื่นล้าน ชี้เป็นต้นแบบกองทุนรัฐวิสาหกิจอื่น สั่งแก้กฎหมายเปิดเอกชนร่วมลงทุนรัฐ
ซุปเปอร์บอร์ดไฟเขียว กฟผ.ออกอินฟราสตัคเจอร์ฟันด์ 2 หมื่นล้าน ชี้เป็นต้นแบบกองทุนรัฐวิสาหกิจอื่น สั่งแก้กฎหมายเปิดเอกชนร่วมลงทุนรัฐ
นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ(สคร.) เปิดเผยว่าที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด เมื่อวันที่ 5 พ.ย. 2557 ได้เห็นชอบในหลักการให้จัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน หรืออินฟราสตัคเจอร์ฟันด์ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) ระยะเวลา 20 ปีมูลค่ากองทุน 2 หมื่นล้านบาทวัตถุประสงค์เพื่อนำไปลงทุนในโรงไฟฟ้าพระนครเหนือ
ทั้งนี้ กองทุนรวมฯนี้ เป็นอินฟราสตัคเจอร์ฟันด์กองแรกของรัฐวิสาหกิจ โดยเมื่อผ่านการอนุมัติของ คนร.แล้ว ภายในเดือนนี้จะนำเข้าเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) จากนั้นยื่นไฟลิ่งต่อสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.) จากนั้นคาดว่าจะเปิดขายต่อนักลงทุนได้ในเดือน ก.พ. 2558 โดยระยะเวลาเสนอขายจะอยู่ในช่วงไตรมาส1/58
“กองทุนรวมฯ ของกฟผ.จะเป็นแนวทางในการพิจารณาระดมทุนของรัฐวิสาหกิจอื่นๆ เช่น การท่าอากาศยานฯ การทางพิเศษฯ การท่าเรือฯ และกองทุนรวมฯ นี้จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยกระตุ้นให้รัฐบาลสามารถลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็นในการพัฒนาประเทศ ตลอดจนเป็นทางเลือกในการออมแก่ประชาชน” นายกุลิศ กล่าว
นายกุลิศ กล่าวว่า คนร. ยังเห็นชอบในหลักการให้พิจารณาปรับปรุงกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้เอกชนร่วมลงทุนในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและบริการสาธารณะ(PPP) ทั้งนี้เนื่องจากแม้มีการแก้ไขพ.ร.บ.การให้เอกชนเข้าร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือพ.ร.บ.ร่วมทุนฯพ.ศ.2556 แล้วแต่ก็ยังไม่มีความคล่องตัว ดังนั้นจึงให้กระทรวงการคลังไปหารือกับผู้มีส่วนได้เสียโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมที่จะมีการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานอีกจำนวนมาก ภาคเอกชนที่รับสัมปทาน สภาพัฒน์ ภาคสถาบันการศึกษาว่าจุดอ่อนหรือข้อติดขัดของกฎหมายอยู่ตรงไหนและให้แก้ไขโดยเร็ว ซึ่งหากส่วนไหนสามารถออกกฎหมายลูกได้ก็ให้ดำเนินการเพื่อไม่ต้องให้ต้องเสนอแก้กฎหมายหลัก โดยภายในไตรมาส1/58 จะต้องมีความชัดเจน
นอกจากนี้ที่ประชุม คนร. ได้มอบหมายให้ สคร. ในฐานะฝ่ายเลขาธิการ คนร. แจ้งทุกรัฐวิสาหกิจให้มีการเปิดเผยข้อมูลการจ่ายค่าตอบแทนและสวัสดิการของประธานกรรมการและกรรมการตลอดจนผู้บริหารของรัฐวิสาหกิจ เทียบเคียงกับการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์
ผู้อำนวยการ สคร. กล่าวว่า ที่ประชุม คนร. ได้พิจารณาถึงแนวทางการกำหนดนโยบายรัฐวิสาหกิจ โดยได้มอบหมายให้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ หารือร่วมกับกระทรวงเจ้าสังกัดรัฐวิสาหกิจ เพื่อกำหนดบทบาทและทิศทางการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจให้ชัดเจน โดยให้แยกบทบาทของการกำกับดูแลและผู้ประกอบการให้ชัดเจน ซึ่งทั้งหมดต้องชัดเจนออกมาเป็นแผนภายในปี 2559 โดยจะเริ่มที่รัฐวิสาหกิจในสังกัดกระทรวงการคลัง จากองค์การสุรา โรงงานไพ่ และโรงงานยาสูบ ต่อด้วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้แก่ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย องค์การตลาดเพื่อเกษตรกร องค์การสะพานปลาและองค์การสวนยาง
สำหรับความคืบหน้าการจัดทำแผนแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจนั้น ในส่วนขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) และการรถไฟแห่งประเทศไทย(รฟท.) ได้ส่งแผนการแก้ไขปัญหามายัง คนร.แล้วแต่กระทรวงคมนาคมขอดึงเรื่องกลับเพื่อนำไปพิจารณาก่อนเพราะเห็นว่าตามแผนยังไม่ได้มีการประเมินถึงอนาคตว่าองค์กรจะอยู่อย่างไร จึงให้ฝ่ายเลขาฯ คนร. กระทรวงคมนาคมไปหารือกับ ประธานกรรมการของทั้ง 2 องค์กร เพื่อกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้องค์กรอยู่รอดได้ต่อไป และให้นำเสนอในการประชุมเดือน ธ.ค. ต่อไป
“นายกรัฐมนตรีสั่งการว่าในการประชุมครั้งหน้าเดือนธ.ค. ขอให้ฝ่ายเลขาฯ มีการนำเสนอเรื่องการให้บริการของหน่วยงานรัฐวิสาหกิจที่ชัดเจนเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชนซึ่งคงจะมีการคุยกันถึงรถเมล์ รถไฟฟรี แต่จะไม่ได้อยู่ในรูปแบบการออกนโยบายเพิ่มเติม แต่อาจะเป็นการทบทวนให้ผู้ใช้บริการสาธารณะฟรีมีความเหมาะสมมากขึ้น” นายกุลิศ กล่าว
นายกุลิศ กล่าวว่า ส่วนความคืบหน้าการแก้ไขปัญหารัฐวิสาหกิจแห่งอื่นนั้นในส่วนบริษัททีโอที จำกัด(มหาชน) และ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ได้ทำดิวดิลิเจ้นท์เสร็จแล้วขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าทรัพย์สินที่แจ้งมาตรงกับความเป็นจริงหรือไม่ โดยขั้นตอนต่อไปให้มีการจัดจ้างที่ปรึกษามาวางแผนธุรกิจต่อไป โดยจะมีการพิจารณาว่าจะจะมีการแยกหน่วยไหนออกมาเพื่อสนับสนุนนโยบายดิจิตัลอีโคโนมีของรัฐบาลได้บ้าง โดยให้ได้แผนเพื่อนำเสนอต่อที่ประชุมเดือน ธ.ค. เช่นเดียวกับธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย(ธพว.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย(ไอแบงก์) จะทำดิวลิดิเจ้นท์เสร็จในเดือน พ.ย.นี้ และทำแผนเสนอในที่ประชุมครั้งหน้าเช่นกัน
นอกจากนี้ ที่ประชุม คนร. ได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคมเป็นเจ้าภาพการจัดทำและลงนามข้อตกลงคุณฦธรรมในโครงการจัดซื้อรถโดยสารเอ็นจีวี ของ ขสมก.รวมถึงโครงการรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยายของ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)และให้มีผู้สังเกตการณ์อิสระในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างสำหรับขั้นตอนที่สำคัญ
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า สถานะของธนาคารและสถาบันการเงินที่เป็นรัฐวิสาหกิจและได้มีการกำหนดให้ส่งรายงานการศึกษาสถานภาพทางการเงิน ได้แก่ ในส่วนบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) อยู่ระหว่างการสรรหากรรมการผู้จัดการ (ดีดี) คนใหม่ โดยในสัปดาห์หน้าจะเริ่มกระบวนการสรรหาโดยเชิญผู้สมัครเข้าสรรหาเป็นดีดีเข้ามาสัมภาษณ์ตามขั้นตอนต่อไป โดยหลังจากที่การบินไทยได้ดีดีคนใหม่แผนฟื้นฟูกิจการของการบินไทยจะมีความชัดเจนขึ้น







