
เปิดอก เอสเอ็มอี ซามูไรชี้สเปกคู่ค้าที่อยากได้
รัฐบาลญี่ปุ่นยุคปัจจุบันมีเป้าหมายส่งเอสเอ็มอีออกไปลงทุนในอาเซียนไม่น้อยกว่า 1 หมื่นราย
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
รัฐบาลญี่ปุ่นยุคปัจจุบันมีเป้าหมายส่งเอสเอ็มอีออกไปลงทุนในอาเซียนไม่น้อยกว่า 1 หมื่นราย โดยไทยเป็นประเทศเป้าหมายสำคัญแห่งหนึ่ง ทว่าไม่ใช่ผู้ประกอบการทุกรายที่จะคว้าโอกาสนี้ได้ แต่ต้องเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติ “โดนใจ” เอสเอ็มอีญี่ปุ่นเท่านั้น
จากการสำรวจเอสเอ็มอีญี่ปุ่นที่มาจัดแสดงสินค้าและหาคู่ค้าในงาน The AEC+3 Summit & Expo 2014 จัดโดยธนาคารกสิกรไทย พบว่า เอสเอ็มอีแต่ละรายมีความต้องการทั้งที่เหมือนกันและส่วนที่เฉพาะเจาะจง
โทรุ ชิบูอิจิ ผู้จัดการสำนักงานพัฒนาธุรกิจค้าส่ง บริษัท Etoile & Kaito ผู้ผลิตและขายส่งสินค้าแฟชั่นและสินค้าเบ็ดเตล็ด เล่าว่า นี่เป็นครั้งแรกที่บริษัทจะขยายธุรกิจในต่างประเทศ โดยสาเหตุที่เลือกไทยเป็นประเทศแรก เนื่องจากมองว่ามีความสัมพันธ์อันดีกับญี่ปุ่นเสมอมา ขณะเดียวกัน มองว่าคนไทยมีลักษณะคล้ายคลึงกับคนญี่ปุ่น จึงน่าจะเข้ากันได้ไม่ยาก
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากยังไม่มีประสบการณ์ร่วมกับบริษัทไทยเลย สิ่งที่เขาต้องการที่สุดจึงเป็นบริษัทที่มี “ความเข้าใจ” มีทัศนคติตรงกัน ละเอียดอ่อน ใส่ใจรายละเอียด เพื่อให้สินค้าของเขาสามารถสื่อถึงลูกค้าได้
“สินค้าแฟชั่นและสินค้าเบ็ดเตล็ดไม่ใช่ของจำเป็นต้องมี แต่ถ้ามีแล้วก็น่าจะช่วยให้ลูกค้ามีความสุขกับแฟชั่นและความสวยงามประณีตของสินค้า เราต้องการคู่ค้าที่มีความเข้าใจเรื่องเหล่านี้” ชิบูอิจิ ย้ำ
นอกจากนี้ ยังต้องการคู่ค้าที่มีช่องทางจัดจำหน่ายไปยังกลุ่มคนมีรายได้สูงและชาวญี่ปุ่นในไทยด้วย เนื่องจากสินค้าของเขาทุกชิ้นผลิตที่ญี่ปุ่น หลายชิ้นเป็นสินค้าแฮนด์เมด ทำให้มีต้นทุนค่อนข้างสูง ที่สำคัญต้องเป็นคู่ค้าที่พร้อมจะทำธุรกิจกับเขาระยะยาว
ด้าน โซโนโกะ อิโต ประธานบริษัท อิโระฮาโด ดรีม ประเทศไทย ผู้ผลิตขนมโอยากิแช่แข็ง เล่าว่า ขนมโอยากิของเธอเป็นขนมท้องถิ่นในเขตนาคาโนะของญี่ปุ่น ผลิตจากแป้งโซบะ ตัวเธอเองเข้ามาเปิดร้านขายขนมดังกล่าวในไทยตั้งแต่ ม.ค. 2557 ที่ผ่านมา ในซอยสุขุมวิท 33/1 ขณะนี้เธอต้องการหาคู่ค้าเพื่อหาช่องทางจำหน่ายอื่นเพิ่มเติม ไม่เฉพาะที่ร้านของเธอเอง
“เราต้องการคู่ค้าเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีชาวญี่ปุ่นมาเดินเที่ยว และโรงแรมที่สนใจนำขนมโอยากิไปบริการลูกค้าโรงแรมจำนวนมากๆ” อิโต ระบุ
ขณะที่ ทาเคชิ อิเสะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มารุอิ ซาโต ไคซัง ผู้ผลิตอาหารทะเลแช่แข็งจากฮอกไกโด เล่าว่า การมาหาคู่ค้าครั้งนี้เน้นเจาะกลุ่มภัตตาคารและโรงแรม โดยปัจจัยหลักที่จะใช้พิจารณาคือความน่าเชื่อถือด้านการเงินว่าพร้อมสั่งซื้อสินค้ามากน้อยเพียงใด
อย่างไรก็ดี เขายังไม่คิดจะหาคู่ค้าตัวแทนจำหน่ายชาวไทย เนื่องจากคิดว่าการสร้างความเชื่อมั่นต้องใช้เวลานาน
“ตอนนี้เรามีคู่ค้าตัวแทนจำหน่ายเป็นบริษัทญี่ปุ่นที่สามารถส่งสินค้ามาไทยอยู่แล้ว โดยเป็นบริษัทที่ติดต่อกันมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่และคุณพ่อ และถ้ามีคู่ค้าเป็นบริษัทไทยโดยตรง นั่นหมายความว่าเราจะมีค่าขนส่งเพิ่มมากขึ้นด้วย จากเดิมที่บริษัทคู่ค้าชาวญี่ปุ่นของเราเป็นคนส่งสินค้ามาไทยให้อยู่แล้ว” อิเสะ อธิบาย
ด้าน อิซูมิ สุกิโมโตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยามะคิว ประเทศไทย บอกว่า บริษัทของเธอเพิ่งขยายไลน์ธุรกิจกลุ่มผลิตภัณฑ์จากสิ่งแวดล้อมได้ไม่นาน ครั้งนี้จึงต้องการให้ความรู้เรื่องเอนไซม์ที่ป้องกันผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแก่โรงงานต่างๆ ในไทย และหวังว่าจะมีโรงงานที่เข้าใจความสำคัญของผลิตภัณฑ์เข้าร่วมเป็นคู่ค้า โดยสั่งซื้อขั้นต่ำครั้งละ 10 ขวด
สำหรับ คาซุอะกิ อิไมซูมิ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตเกียว นู้ดเดิล บอกว่า เขาต้องการหาคู่ค้าที่มีช่องทางค้าปลีก พร้อมจัดจำหน่ายราเมงของเขา โดยยึดคุณสมบัติว่าต้องมีฐานลูกค้าจำนวนมากและเป็นลูกค้าที่ดี







