posttoday
ความเป็นผู้ประกอบการ

ความเป็นผู้ประกอบการ

05 พฤศจิกายน 2557

การวิเคราะห์ตัวตนให้รู้สถานภาพ ศักยภาพที่แท้จริง เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การกำหนดแนวทาง และวางแผนการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ในฐานะที่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ด้วยจุดหมายที่จะให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสังคมผู้ประกอบการ จึงได้ริเริ่มศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสถานภาพและประเมินระดับความเป็นสังคมผู้ประกอบการของประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา โดยเข้าร่วมเป็นเครือข่ายการวิจัยในโครงการ Global Entrepreneurship Monitor (GEM) และในปี 2557 สสว. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินโครงการจัดทำข้อมูลเชิงเปรียบเทียบเพื่อการพัฒนา เพื่อให้ได้ข้อมูลเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศต่างๆ ทั้งกลุ่มอาเซี่ยน+3 กลุ่มสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก GEM กว่า 63 ประเทศทั่วโลก ซึ่งผลที่ได้จะนำมาเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายและมาตรการสนับสนุน SMEs ให้มีศักยภาพ สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

การวิเคราะห์ตัวตนให้รู้สถานภาพ ศักยภาพที่แท้จริง เป็นสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่การกำหนดแนวทาง และวางแผนการพัฒนาที่มีประสิทธิภาพ ในฐานะที่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เป็นหน่วยงานหลักในการวางแผนการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือ SMEs ด้วยจุดหมายที่จะให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นสังคมผู้ประกอบการ จึงได้ริเริ่มศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสถานภาพและประเมินระดับความเป็นสังคมผู้ประกอบการของประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา โดยเข้าร่วมเป็นเครือข่ายการวิจัยในโครงการ Global Entrepreneurship Monitor (GEM) และในปี 2557 สสว. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ดำเนินโครงการจัดทำข้อมูลเชิงเปรียบเทียบเพื่อการพัฒนา เพื่อให้ได้ข้อมูลเปรียบเทียบประเทศไทยกับประเทศต่างๆ ทั้งกลุ่มอาเซี่ยน+3 กลุ่มสหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ฯลฯ ที่เข้าร่วมเป็นสมาชิก GEM กว่า 63 ประเทศทั่วโลก ซึ่งผลที่ได้จะนำมาเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายและมาตรการสนับสนุน SMEs ให้มีศักยภาพ สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ศึกษาวิจัยเกี่ยวกับสถานภาพและประเมินระดับความเป็นสังคมผู้ประกอบการของประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2548 เป็นต้นมา โดยเข้าร่วมเป็นเครือข่ายการวิจัยในโครงการ Global Entrepreneurship Monitor (GEM) และในปี 2557 สสว. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยกรุงเทพ โดยทำการสัมภาษณ์เชิงลึกผู้เชี่ยวชาญใน 9 สาขาธุรกิจ และสำรวจกลุ่มตัวอย่างทั่วประเทศที่อยู่ในวัยทำงาน มีอายุระหว่าง 1864 ปี จำนวน 3,000 ตัวอย่าง เพื่อให้รู้ถึงสถานภาพและระดับความเป็นสังคมผู้ประกอบการของประเทศไทย ทัศนคติ ความตื่นตัว และการมีส่วนร่วมในกิจกรรมด้านการเป็นผู้ประกอบการ รวมถึงปัจจัยแวดล้อมที่เกื้อหนุนต่อการเติบโตของผู้ประกอบการ ฯลฯ

การศึกษาพบว่ากิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการในระยะเริ่มต้น (Total earlystage Entrepreneurship Activity : TEA) ของไทย ซึ่งครอบคลุมทั้งผู้ที่กำลังจัดตั้งธุรกิจใหม่และผู้ที่มีอายุธุรกิจน้อยกว่า 3.5 ปี คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 19.2 หมายความว่า ประชากรไทยมีส่วนร่วมต่อกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการในการก่อตั้งธุรกิจใหม่ประมาณ 19 คน ต่อ 100 คน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปี 2556 และ 2555 ที่ผ่านมา เช่นเดียวกับกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการในช่วงที่เติบโตต่อไปได้แล้ว หรือผู้ที่มีธุรกิจอายุเกินกว่า 3.5 ปีขึ้นไป ก็มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น อยู่ที่ร้อยละ 28.6 จากร้อยละ 28.02 และ 29.7 ในปี 2556 และ 2555 ตามลำดับ

เมื่อศึกษาเปรียบเทียบกับประเทศต่างๆ ในเครือข่ายสมาชิกในโครงการ Global Entrepreneurship Monitor (GEM) ซึ่งใช้ฐานตัวเลขของปี 2556 พบว่าประเทศไทยมีสัดส่วนของผู้มีส่วนร่วมในกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจที่มีอายุมากกว่า 3.5 ปี สูงที่สุด คิดเป็นร้อยละ 28.02

ที่สำคัญเมื่อศึกษาเปรียบเทียบผู้ประกอบการรายใหม่กับผู้ที่ดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว ยังทำให้เห็นถึงประเด็นต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งสะท้อนถึงบุคลิก ลักษณะ รวมถึงทัศนคติในการเป็นผู้ประกอบการของคนไทย โดยพบว่าผู้ประกอบการไทยส่วนใหญ่มักนำเสนอสินค้าและบริการ ซึ่งไม่มีความแตกต่างจากสิ่งที่มีอยู่แล้วในตลาด นิยมทำธุรกิจในประเทศและไม่มุ่งเน้นตลาดต่างชาติ การลงทุนยังคงใช้เงินออมส่วนตัวรวมถึงเงินออมของครอบครัวเป็นหลัก ใช้เงินลงทุนจากการกู้ยืมสถาบันการเงินน้อย และส่วนใหญ่เป็นกิจการที่ดำเนินการคนเดียว ไม่มีการจ้างงาน ไม่จดทะเบียนธุรกิจกับกระทรวงพาณิชย์ ใช้ที่พักอาศัยเป็นสถานที่ทำงาน และไม่นิยมใช้อินเทอร์เน็ตในการทำธุรกิจ

นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่น่าสนใจ ในเรื่องของผู้หญิงกับความเป็นผู้ประกอบการไทย แม้ว่าผลการศึกษาจะชี้ให้เห็นว่า เพศหญิงมีส่วนร่วมในกิจกรรมความเป็นผู้ประกอบการทั้งในระยะเริ่มต้น และกิจการที่เติบโตแล้วหรือมีอายุธุรกิจมากกว่า 3.5 ปี น้อยกว่าเพศชาย แต่ก็มีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านๆ มา และเมื่อพิจารณาในด้านทัศนคติต่อความเป็นผู้ประกอบการ พบว่า เพศหญิง มีทัศนคติต่อความกลัวที่จะล้มเหลว และมุมมองต่อการเป็นผู้ประกอบการด้านสถานะและการยกย่องต่อสังคมสูงกว่าเพศชาย

นี่คือส่วนหนึ่งของผลการศึกษาความเป็นผู้ประกอบการในประเทศไทย ภายใต้โครงการจัดทำข้อมูลเชิงเปรียบเทียบเพื่อการพัฒนาของ สสว. สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลได้ต่อในตอนหน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท