
สัญญาใจ กฟผ. รุก"ถ่านหิน"คุมค่าไฟ5บาท
โดย...จตุพล สันตะกิจ
โดย...จตุพล สันตะกิจ
เป็นภารกิจที่ยากไม่น้อย สำหรับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ทำหน้าที่เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน หลังก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยซึ่งเป็นเชื้อเพลิงหลักในการผลิตกระแสไฟฟ้า 70% ของประเทศกำลังหมดลง
“ในอนาคตต้นทุนก๊าซจะแพงขึ้นเรื่อยๆ เพราะก๊าซจากอ่าวไทยซึ่งเป็นแหล่งหลักที่นำมาผลิตไฟฟ้าและรัฐจัดหามาได้ในราคา 250 บาท/ล้านบีทียู แต่เหลือปริมาณสำรองแค่ 7 ปี ทำให้ตอนนี้บริษัท ปตท. ต้องซื้อแอลเอ็นจีจากต่างประเทศที่ราคา 500 บาท/ล้านบีทียู ซึ่งแพงกว่ากันเท่าตัวมาผสม และถ้าเราต้องนำเข้าแอลเอ็นจีมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ คาดการณ์ว่าราคาค่าไฟฟ้าจะเพิ่มจาก 4 บาท/หน่วย เป็น 67 บาท/หน่วย ในอีก 56 ปีข้างหน้า ค่าไฟฟ้าที่แพงขนาดนี้ภาคอุตสาหกรรมบอกว่ารับไม่ไหว” รัตนชัย นามวงศ์ รองผู้ว่าการพัฒนาโรงไฟฟ้า กฟผ. ให้สัมภาษณ์ระหว่างการดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหิน Mainova HKW West และโรงไฟฟ้าถ่านหิน Kraftwerk Niederauben ที่เยอรมนี เมื่อสัปดาห์ก่อน
ปัจจุบัน เยอรมนีเป็นเจ้าของเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าและมีโรงไฟฟ้าหลากหลายประเภท ณ วันที่ 16 ก.ค. 2557 เยอรมนีมีกำลังผลิตไฟฟ้ารวม 1.75 แสนเมกะวัตต์ แบ่งเป็น โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 1.2 หมื่นเมกะวัตต์ โรงไฟฟ้าถ่านหิน 4.93 หมื่นเมกะวัตต์โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ 2.84 หมื่นเมกะวัตต์ การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม 3.46 หมื่นเมกะวัตต์ ไฟฟ้าแสงอาทิตย์ 3.74 หมื่นเมกะวัตต์ ไฟฟ้าชีวมวล 7,537 เมกะวัตต์ และไฟฟ้าพลังน้ำ 5,607 เมกะวัตต์
ในขณะที่ปริมาณความต้องการใช้ไฟฟ้าในช่วงพีกสุดอยู่ที่ 8.97 หมื่นเมกะวัตต์
ล่าสุดรัฐบาลเยอรมนีมีนโยบายไม่สร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เพิ่ม โดยจะใช้โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่มีอยู่จนกว่าจะหมดอายุการใช้งานและเลิกใช้งานในที่สุด แต่จะเน้นการเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าจากแสงอาทิตย์ พลังงานทดแทนอื่นๆ และเยอรมนีมีแผนสร้างไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มอีก 12 แห่ง กำลังการผลิต 1.17 หมื่นเมกะวัตต์ ภายในปี 2563 หากไฟฟ้าไม่เพียงจะใช้วิธีการซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ฝรั่งเศส
“ปัญหาของไฟฟ้าแสงอาทิตย์หรือลม คือ ไม่สามารถผลิตไฟฟ้าได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพราะไม่มีใครควบคุมธรรมชาติได้ เช่นในช่วงเดือน พ.ย.ก.พ.ของทุกปีจะผลิตไฟฟ้าไม่ได้เลย ไม่มีแดด ขณะที่ประสิทธิภาพการผลิตอยู่ที่ 1015% ของกำลังผลิตติดตั้ง เยอรมนีจึงมีนโยบายลงทุนโรงไฟฟ้าจากถ่านหินเพิ่มขึ้น และวันนี้เทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้าถ่านหินสะอาดก้าวหน้าไปมากแล้ว หรืออย่างญี่ปุ่นที่ยุติการผลิตไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลังเกิดเหตุการณ์โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟูกุชิมา ญี่ปุ่นนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีมาผลิตไฟฟ้ามากขึ้น และผลิตไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น แต่ก็ทำให้ค่าไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 10% จาก 7 บาท/หน่วย เป็น 8.5 บาท/หน่วย” รัตนชัย บอก
ย้อนกลับมาที่ประเทศไทย รัตนชัย ระบุว่า กฟผ.อยู่ระหว่างเตรียมการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน 3 แห่ง คือ โรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ 47 ขนาด 600เมกะวัตต์ ที่คาดว่าจะส่งไฟฟ้าเข้าระบบปลายปี 2561 โรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ 800 เมกะวัตต์ ที่คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2562 และโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพา จ.สงขลา 2,000 เมกะวัตต์ ที่คาดว่าจะจ่ายไฟฟ้าเข้ารับในปี 2565 ซึ่งแน่นอนว่าการก่อสร้างโรงไฟฟ้าดังกล่าว กฟผ.ไม่มีปัญหาด้านแหล่งเงิน แต่สิ่งที่ กฟผ.ต้องเผชิญ คือ การต่อต้านจากชุมชนรอบโรงไฟฟ้าที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการเหล่านี้ และหากพื้นที่ใดกลุ่มต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินเข้าถึงก่อน กฟผ. การทำความเข้าใจจะยากกว่า
“ปัญหาโรงไฟฟ้าถ่านหินสร้างยาก คือ เขาเอาประสบการณ์เก่าที่ไม่ดีของแม่เมาะมาสร้างความกลัว ซึ่ง กฟผ.ก็ยอมรับว่าดูแลไม่ดีจริงๆ แต่วันนี้ไปดูได้เลย เรามีเทคโนโลยีจัดการโรงไฟฟ้าถ่านหินให้สะอาดได้ อย่างซัลเฟอร์เราจัดการได้ทั้งหมด โดยวิธีการที่เราใช้ทำความเข้าใจกับชุมชนอยู่ตอนนี้ คือ พาชาวไปดูโรงไฟฟ้าถ่านหินที่ระยอง หรือไปดูโรงไฟฟ้าถ่านหินที่มาเลเซียที่อยู่ร่วมกับชุมชนได้ แบบสิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น แล้วเรายังถามอีกว่าท่านยังกังวลเรื่องอะไร กลัวเรื่องไหน เราจะแก้ไขให้เรียบร้อย แต่ถ้าแก้ไม่ได้ก็ต้องพับโครงการไป” รัตนชัย กล่าว
นอกจากนี้ ที่ผ่านมา กฟผ.เสาะหาแหล่งผลิตถ่านหินที่ซัลเฟอร์ต่ำมาใช้ผลิตไฟฟ้า อย่างโรงไฟฟ้าถ่านหินแม่เมาะ 47 กฟผ.กำลังเจรจากับการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อให้ขนส่งถ่านหินที่นำเข้าจากอินโดนีเซียมาผลิตไฟฟ้าที่แม่เมาะ เพราะถ่านหินลิกไนต์ที่แม่เมาะมีซัลเฟอร์ 3% แต่ที่นำเข้ามาจากอินโดนีเซียมีซัลเฟอร์เพียง 1% ซึ่งลดการปล่อยมลพิษอย่างซัลเฟอร์ได้มาก แม้ถ่านหินนำเข้าจะทำให้ต้นทุนผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น แต่เฉลี่ยแล้วจะอยู่ประมาณ 2.803.10 บาท/หน่วย
“วันนี้ กฟผ.อยากเห็นโรงไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติกับที่เชื้อเพลิงถ่านหินมีสัดส่วนอยู่ที่ 50 ต่อ 50 ส่วนที่เหลือเป็นการรับซื้อไฟฟ้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งการรับซื้อไฟฟ้า ผมคิดว่าสัดส่วนไม่น่าจะเกิน 20% ของไฟฟ้าที่เราใช้ แม้ว่าในอีก 10 ปีจากนี้ จะมีการผลิตไฟฟ้าของเพื่อนบ้านจะเพิ่มขึ้นอีกกว่า 1 หมื่นเมกะวัตต์ก็ตาม แต่ถ้าประเทศเพื่อนบ้านเขาเบี้ยวเรา ไม่ส่งไฟฟ้าให้ โดยเขายอมเสียค่าปรับ อย่างนี้เราก็ตาย และสัญญาทุกอย่างฉีกทิ้งได้เสมอ”
รัตนชัย ย้ำว่า ตอนนี้ กฟผ.กำลังพูดถึงอนาคต เพราะวันนี้การผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการยังไม่มีปัญหา แต่ในอนาคตเราจะผลิตไฟฟ้าได้ไม่พอ เพราะแต่ละปีความต้องการไฟฟ้าของไทยเพิ่มขึ้น 7001,000 เมกะวัตต์ แต่ถ้าเศรษฐกิจดีความต้องการจะเกิน 1,100 เมกะวัตต์ ในขณะที่ปัจจุบันไทยผลิตไฟฟ้าได้สูงสุด 3.2 หมื่นเมกะวัตต์ แต่ความต้องการใช้อยู่ที่ 2.7 หมื่นเมกะวัตต์ ยังมีส่วนเกินอีก 5,000 เมกะวัตต์ ซึ่งถ้าไม่มีกำลังการผลิตใหม่เข้ามาไม่กี่ปีก็เต็มแล้ว
“ถ้าเราไม่เดินนโยบายโรงไฟฟ้าถ่านหิน ค่าไฟสูงขึ้นเรื่อย และอาจเกิดปัญหาไฟขาด เราจึงต้องเร่งลงทุนให้ได้ในตอนนี้ เพราะการสร้างโรงไฟฟ้าต้องใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี และถ้าเรามีโรงไฟฟ้าถ่านหินเพิ่มขึ้น หรือสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ได้ เราจะดูแลค่าไฟฟ้าให้อยู่ที่ระดับ 45 บาท/หน่วยต่อ ไปได้อีก 10 ปีเป็นอย่างน้อย ส่วนพื้นที่ที่โรงไฟฟ้าไปตั้งนั้น จะมีการตั้งจุดวัดข้อมูลการปล่อยสารต่างๆ รอบโรงไฟฟ้า ซึ่งคนในพื้นที่ตรวจสอบได้ แม้แต่ในโรงไฟฟ้าก็เข้าไปดูได้ว่ามันทำงานอย่างไร ตัวอย่างก็มีให้เห็นว่าโรงไฟฟ้าถ่านหินอยู่ร่วมกับชุมชนได้” รัตนชัย ทิ้งท้าย
ด้าน มิคาเอล ฟุงเกอร์ริง เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการข้อมูลโรงไฟฟ้าถ่านหิน Kraftwerk Niederauben ระบุว่า รอบๆ โรงไฟฟ้ามีชุมชนตั้งอยู่กว่า 1 หมื่นครัวเรือน ซึ่งการที่ชุมชนยอมรับและอยู่ร่วมกับโรงไฟฟ้าถ่านหินได้ เพราะชุมชนมีความเข้าใจและมีระบบตรวจสอบได้ว่ามีสารอันตรายปล่อยสู่อากาศเกินมาตรฐานหรือไม่ อีกทั้งมีการตั้งกลไกคณะกรรมการชุมชนเข้ามาตรวจสอบการทำงานของโรงไฟฟ้าได้ทุกจุด หากมีสิ่งผิดปกติชุมชนสามารถฟ้องร้องโรงไฟฟ้าต่อศาลได้ทันที ซึ่งในเยอรมนีการบังคับใช้กฎหมายเข้มข้นและรุนแรงมาก
ขณะที่เทคโนโลยีโรงไฟฟ้าถ่านหินทุกวันนี้ก้าวหน้าไปมาก โจเซฟ ชนิดท์ เจ้าหน้าที่โรงไฟฟ้า Kraftwerk Niederauben บอกว่า นอกจากเทคโนโลยีการกำจัดซัลเฟอร์ การลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศจะดีขึ้นมากแล้ว ปัจจุบันประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าดีขึ้นจากแต่ก่อน คือ ขณะนี้ถ่านหิน 1 กิโลกรัม สามารถผลิตไฟฟ้าได้ 1 เมกะวัตต์ จากก่อนหน้านี้ที่ต้องใช้ถ่านหิน 1.27 กิโลกรัม ต่อการผลิตไฟฟ้า 1 เมกะวัตต์
“แต่ในอนาคตหรือภายในปี 2563 จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้าใหม่ คือ มีกระบวนการเปลี่ยนถ่านหินเป็นก๊าซก่อนนำไปเผาไหม้ได้ความร้อนของน้ำที่ระดับ 600 องศาเซลเซียส ซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 30% และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและสารอื่นๆ แทบจะเป็นศูนย์” ชนิดท์ ระบุ
อย่างไรก็ตาม การติดตามดูงานโรงไฟฟ้าถ่านหินที่เยอรมนีกลับก่อให้เกิดคำถามที่ว่า เยอรมนีที่ขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก มีขนาดจีดีพีอยู่ที่ 3.22 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 103 ล้านล้านบาท) เทียบกับไทยที่มีขนาดจีดีพี 3.87 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 11 ล้านล้านบาท) หรือมีจีดีพีต่างกันเกือบ 10 เท่า แต่เยอรมนีใช้ไฟฟ้าสูงกว่าไทยเพียง 34 เท่าเท่านั้น







