
“ทนงศักดิ์ มโนธรรมรักษา” ผู้บริหารที่ชอบความแตกต่าง
บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ (JSP) เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ วันที่ 19 พ.ย.นี้ ภายใต้ผู้ที่ก่อตั้งและบริหารบริษัทมากว่า 2-3 ปี เขาคือ “ทนงศักดิ์ มโนธรรมรักษา” ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ
บริษัท เจ.เอส.พี. พร็อพเพอร์ตี้ (JSP) เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่ประกอบธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งกำลังเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ วันที่ 19 พ.ย.นี้ ภายใต้ผู้ที่ก่อตั้งและบริหารบริษัทมากว่า 2-3 ปี เขาคือ “ทนงศักดิ์ มโนธรรมรักษา” ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ
ทว่า ทางเดินของผู้ชายวัย 51 ปีคนนี้ ได้หันเหจากธุรกิจเดิมของที่บ้านอย่างชัดเจน จากเดิมธุรกิจครอบครัวเปิดภัตตาคารและรับจ้างจัดโต๊ะจีนในงานต่างๆ และเขาก็รับสืบทอดกิจการและช่วยงานที่บ้าน เช่น ทำกับข้าว ช่วยพ่อแม่ออกงานไปตามที่ต่างๆ เพียงแต่ตอนเด็กและวัยรุ่นเท่านั้น เพราะเมื่อเขาอายุได้ 27 ปี ก็เริ่มมีธุรกิจเป็นของตัวเอง นั่นคือ ธุรกิจผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยปี 2534 เขาได้รับคำเชิญชวนจากเพื่อนรุ่นพี่ลงทุนซื้อที่ดิน 3 ไร่ ถนนรัชดาพระราม 3 พัฒนาโครงการอาคารพาณิชย์บนพื้นที่เช่าระยะยาวให้สัญญาเช่ายาวถึง 30 ปี ปัจจุบันก็คือที่ทำการของตึกโอซีซี บริษัทในเครือสหพัฒน์ กรุ๊ป ซึ่งทำครั้งแรกก็ได้กำไรดี และมีการเติบโตมาเรื่อยๆ
จากนั้นก็ขยายเป็นโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์บนพื้นที่เช่าระยะยาวที่มีลักษณะเป็นโฮมออฟฟิศ สร้างเป็นตึก 4 ชั้น และก็ขายหมดภายใน 3 เดือน ซึ่งก็เริ่มได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยเฉพาะในพื้นที่เขตสีลม อย่างอาคารมโนรม ที่ตอนนั้นได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี อาจจะเป็นเพราะไม่มีใครทำ และก็ยึดบริเวณพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่สามารถเดินทางได้อย่างสะดวก
จนวันนี้ JSP เป็นบริษัทที่มีจุดแข็งของตัวเองที่เน้นพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์แนวราบ (Commercial Low Rise) โดยมีคู่แข่งน้อยรายและตลาดก็มีการเติบโตสูง เพราะมีความต้องการสูง และมองว่าสิ่งที่เขาทำนั่นหมายถึงการสร้างที่ทำมาหากินขายให้ลูกค้า มีเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะดีหรือไม่ ซึ่งแตกต่างจากบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ทั่วไปที่เน้นขายบ้าน ทาวน์เฮาส์ คอนโดมิเนียม เมื่อเศรษฐกิจไม่ดีผลประกอบการของบริษัทก็ไม่ดีไปด้วย แต่การทำอาคารพาณิชย์นี้อย่างน้อยก็ทำให้คนได้มีพื้นที่ทำมาหากินได้
“การเลือกพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในรูปแบบที่ไม่มีใครทำ เป็นเพราะชอบมองอะไรที่แตกต่างจากคนอื่น เพราะเชื่อว่าหากทำอะไรในสิ่งที่คนอื่นมี ก็ไม่มีวันเติบโตอย่างก้าวกระโดดได้ ดังนั้นจึงพยายามรักษาจุดแข็งตรงนี้เอาไว้ให้ได้ พร้อมๆ กับการพัฒนาหรือการสร้างรายได้ที่มั่นคงให้บริษัทไปด้วย เพราะอนาคตบริษัทจะมีรายได้จากค่าเช่าด้วย อีกทั้งควบคู่ไปกับการสร้างแบรนด์ JSP ให้มีความแข็งแรง จากเดิมที่เวลาทำโครงการอะไรบริษัทไม่ได้ทำภายใต้ชื่อ JSP เพียงอย่างเดียว” ทนงศักดิ์ กล่าว
สำหรับหลักการทำงานของผู้บริหารคนนี้ คือ ความจริงใจที่มีให้กับลูกค้า หลายครั้งที่เราเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขึ้นมาผ่านมาหลายปี แต่เกิดปัญหาอะไรขึ้นมาก็พร้อมไปแก้ไขปัญหาให้กับลูกค้า และสิ่งที่ทำให้เขาภาคภูมิใจ คือ การเป็นผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์โครงการสำเพ็ง 2 ที่เป็นเหมือนการรวมอาณาจักรค้าปลีกส่ง ศูนย์รวมผู้ประกอบการจากแหล่งการค้าหลักของกรุงเทพฯ อย่างสำเพ็ง พาหุรัด ประตูน้ำ โบ๊เบ๊ รวมถึงความหลากหลายพื้นที่เชิงพาณิชย์ ทั้งที่เป็นประเภทอาคารพาณิชย์และพลาซ่า โดยสามารถทำโครงการนี้ได้โดยไม่ต้องพึ่งหุ้นส่วนใดๆ ขณะที่โครงการในอนาคตจะเน้นการทำเป็นสังคมที่อยู่เป็นเมือง ซึ่งจะมีส่วนผสมระหว่างทั้งอาคารพาณิชย์และที่อยู่อาศัยไว้ด้วยกันอีก เพราะนี่คืออีกความแตกต่างที่คนอื่นยังไม่มี
ขณะเดียวกันผู้ชายคนนี้ก็ยังให้ความสำคัญกับการรักษาสุขภาพให้แข็งแรงตลอดเวลาด้วยการเดินออกกำลังกายช่วงเช้าทุกวัน เพราะเชื่อว่าถ้าเริ่มต้นรักษาสุขภาพให้แข็งแรงได้แล้ว เรื่องอื่นๆ ก็จะดีตามมาเอง โดยเฉพาะเรื่องงาน เขาย้ำว่าเมื่อร่างกายแข็งแรงก็จะมีแรงทำ มีความคิดที่จะมองเรื่องต่างๆ ได้ดี







