
ไทยแหล่งระดมทุนภูมิภาค
ฟื้นบอร์ดพัฒนาตลาดทุนแก้จุดอ่อนตั้งเป้าปี’63ปั้นมาร์เก็ตแคป150%จีดีพี
ฟื้นบอร์ดพัฒนาตลาดทุนแก้จุดอ่อนตั้งเป้าปี’63ปั้นมาร์เก็ตแคป150%จีดีพี
ฟื้นบอร์ดพัฒนาตลาดทุนไทยสะสางอุปสรรคการเติบโต หนุนเป็นศูนย์กลางระดมทุนของภูมิภาค
นายภากร ปีตธวัชชัย รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) มีแนวคิดจะจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาตลาดทุนไทยขึ้นมาใหม่ เพื่อกำหนดนโยบายพัฒนาตลาดทุนไทยและแก้ไขข้ออุปสรรคต่างๆ รวมถึงการผลักดันให้ตลาดทุนไทยกลายเป็นศูนย์กลางแหล่งระดมทุนของภูมิภาคอาเซียน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญผลักดันให้ตลาดทุนไทยขยายตัวต่อไปได้ในอนาคต
ทั้งนี้ ภูมิศาสตร์ของประเทศไทยอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการเป็นศูนย์กลางระดมทุนของกลุ่มประเทศลุ่มน้ำโขง และยังสามารถวางตำแหน่งตัวเองให้เป็นสะพานเชื่อมโยงการลงทุนไปยังภูมิภาคอื่นๆ ใกล้เคียง ดังนั้นต้องลดและแก้ไขอุปสรรคการลงทุนต่างๆ ของนักลงทุนต่างประเทศที่จะเข้ามาลงทุน ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายภาษี เกณฑ์ในการกำกับการดูแลต่างๆ
“หากเราพลาดโอกาสในรอบนี้ อาจถูกมาเลเซียและสิงคโปร์แย่งชิงไปได้ ทำให้เราพลาดการเติบโตในอนาคตและมีขนาดเล็กลงไปในที่สุด” นายภากร กล่าว
นอกจากนี้ ยังต้องการให้ตลาดทุนไทยสามารถแข่งขันและทัดเทียมกับตลาดหุ้นเพื่อนบ้านได้ จากปัจจุบันมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) จำนวน 14.4 ล้านล้านบาท อยู่อันดับ 26 ของโลก เป็นรองมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งมาร์เก็ตแคปคิดเป็นสัดส่วน 121% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ (จีดีพี) ยังอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับมาเลเซียขนาดมาร์เก็ตแคปคิดเป็นสัดส่วน 168% ของจีดีพี สิงคโปร์อยู่ที่ 204% ของจีดีพี
สาเหตุที่มาร์เก็ตแคปตลาดหุ้นมาเลเซียสูงกว่าไทยทั้งที่มีโครงสร้างทางเศรษฐกิจใกล้เคียงกัน เนื่องจากมาเลเซียให้ความสำคัญกับการพัฒนาตลาดทุนโดยกำหนดเป็นแผนงานระดับชาติ และที่สำคัญได้ผลักดันให้ทุกรัฐวิสาหกิจเข้าระดมทุนในตลาดหุ้น
สำหรับประเทศไทยการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ผ่านมายังเป็นปัญหาไม่สามารถผลักดันให้เกิดขึ้นได้และพยายามหาทางออก ด้วยการสนับสนุนให้บริษัทลูกของรัฐวิสาหกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น และอาศัยการระดมทุนผ่านกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราฟันด์) และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (รีท) แทน แต่ทางออกเหล่านี้มีข้อเสียคือสะท้อนมูลค่ากิจการเพียงส่วนน้อยไม่ได้สะท้อนกิจการทั้งหมด
นอกจากนี้ หากเป็นอินฟราฟันด์ หรือรีท จะช่วยเพิ่มขนาดของตลาด แต่ไม่มีสภาพคล่องในการซื้อขาย ดังนั้นสิ่งเหล่านี้มองว่าขึ้นอยู่กับนโยบายระดับชาติที่จะต้องกำหนดให้ชัดเจนและควรใช้โอกาสนี้กำหนดให้เป็นแผนระดับชาติเหมือนกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อผลักดันการเติบโตของตลาดทุนในอนาคต
นายภากร กล่าวว่า ขณะนี้มีความจำเป็นอย่างมากในการต้องเร่งพัฒนาตลาดทุนไทยให้ก้าวทันเพื่อนบ้าน หรืออย่างน้อยลดระยะห่างให้ขยับเข้าไปใกล้มากกว่านี้
นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหลักทรัพย์ฯ คาดว่าในปี 2563 มาร์เก็ตแคปของตลาดหุ้นไทยจะคิดเป็นสัดส่วน 150% ของจีดีพี และเพิ่มมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเป็น 1 แสนล้านบาท จากปัจจุบัน 4 หมื่นล้านบาท/วัน โดยคาดว่าขนาดของตลาดจากนี้ไปจะรักษาการเติบโตประมาณ 10% ต่อปี ใกล้เคียงกับอดีตที่ผ่านมา
ล่าสุด ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือกับ Korea Financial Investment Association (KOFIA) องค์กรดูแลผู้ประกอบธุรกิจตลาดทุนในเกาหลี รวมทั้งคุ้มครองผู้ลงทุนสาธารณรัฐเกาหลีเป็นระยะเวลา 5 ปี (2557-2562) มีวัตถุประสงค์หลักส่งเสริมความร่วมมือในการพัฒนาความรู้ตลาดทุน แลกเปลี่ยนบุคลากรผ่านการศึกษาดูงาน







