
สั่งดับหุ้นร้อนอื้อซ่า
เปิดผลงาน10เดือนปราบเพิ่มขึ้นทุกตัวยอมรับปั่นหุ้นอินไซด์เดอร์ซับซ้อนมาก
เปิดผลงาน10เดือนปราบเพิ่มขึ้นทุกตัวยอมรับปั่นหุ้นอินไซด์เดอร์ซับซ้อนมาก
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยอมรับปีนี้หุ้นร้อนคึกคัก คาดออกมาตรการสกัดมากกว่าปีก่อนๆ
นายสุภกิจ จิระประดิษฐกุล รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานกำกับตลาดและดูแลสายงานกฎหมาย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)เปิดเผยว่า ในปี 2557 มีแนวโน้มว่าตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสั่งให้หุ้นต้องซื้อขายด้วยบัญชีเงินสด (แคชบาลานซ์) มากกว่าปี 2556 หลังจากเกือบ 10 เดือนสั่งไปแล้วเกือบเท่ากับทั้งปีก่อน และได้ออกข่าวเตือนให้บริษัทจดทะเบียน (บจ.) ชี้แจงข่าวที่มีผลทำให้การซื้อขายหุ้นผิดปกติ (Trading Alert List) มากกว่าทั้งปีก่อนแล้ว ขณะที่ปี 2555 มีเพียง 38 ครั้ง เพราะเพิ่งเริ่มใช้เกณฑ์นี้
รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ กล่าวว่า การขึ้นเครื่องหมายเตือนและให้นักลงทุนใช้เงินสดในการซื้อหุ้นทั้ง 100% มากในปีนี้ เนื่องจากภาวะตลาดหุ้นดี มีการเก็งกำไรหุ้นขนาดกลางและเล็กจำนวนมาก เพราะนักลงทุนรู้สึกว่าเป็นภาวะปกติและมองว่าไม่เสี่ยง
ขณะที่การเตือนของตลาดอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานเดียวกันกับตลาดหุ้นในภูมิภาค เพียงแต่เรียกชื่อไม่เหมือนกัน ยกเว้นในตลาดหุ้นที่พัฒนาแล้วที่ผู้ลงทุนสามารถดูแลตัวเองได้ดี
“ถามว่า ตลท.ใช้ยาอ่อนแรงไปหรือไม่ ตอบไม่ได้ แต่อยากให้ดูวัตถุประสงค์ของมาตรการมากกว่า สภาพเก็งกำไรสูงจะมีผลกระทบต่อนักลงทุนได้ ฉะนั้นขอให้ลงทุนด้วยเงินสดและห้ามกู้เด็ดขาด” นายสุภกิจ กล่าว
นอกจากนั้น ในช่วง10 เดือนที่ผ่านมา ตลาดได้ลงโทษต่อผู้ใช้ข้อมูลภายในการซื้อขาย (อินไซเดอร์เทรดดิ้ง) และการสร้างราคา รวมเบี้ยปรับสูงถึง 55.05 ล้านบาท แบ่งเป็นอินไซเดอร์ 18.21 ล้านบาท จากการทำผิดและยอมเสียค่าปรับ 4 ราย ส่วนการปรับจากการสร้างราคามากถึง 36.84 ล้านบาท มีความผิดและเสียค่าปรับ 5 คดี โดยยังมีการกล่าวโทษอยู่ในกระบวนการยุติธรรมส่งไปกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จำนวน 2 คดี กรณีสร้างราคาทั้งหมด
“การปรับที่มีจำนวนคนผู้เกี่ยวข้องแต่ละกรณีมากขึ้น หรือมีการใช้นอมินี แสดงให้เห็นว่ากระบวนการมีความซับซ้อนมากขึ้น” นายสุภกิจ กล่าว
รายงานข่าวจาก ตลท. เปิดเผยถึงผลงานของการกำกับดูแลการซื้อขายและด้านต่างๆ ในช่วง 9 เดือนปี 2557 ว่า ตลท.ได้มีการส่งข้อสอบถามไปยัง บจ.รวมทั้งสิ้น 267 ครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเรื่อง Trading Alert ส่วนใหญ่จะเป็นหุ้นขนาดเล็ก เช่น CYBER, AJP, CKP, DIMET, UWC, PRECHA, AUCT, ABC เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังให้ชี้แจงในเรื่องของการเพิ่มทุน เช่น กรณีของ ADAM เสนอวาระเพิ่มทุนเพื่อรองรับการเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพให้กับ AO Fund การขายเงินลงทุน 4 บริษัท รวมถึงหุ้น CYBER และให้ชี้แจงการขายหุ้นให้เฉพาะเจาะจง (พีพี) ราคาต่ำ และการประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ พลังงานทางเลือก
ตลาดหลักทรัพย์ฯ ยังขึ้นเครื่องหมาย SP ห้ามการซื้อขายจำนวน 294 บริษัท ซึ่งส่วนใหญ่ส่งงบการเงินล่าช้า และกรณีราคาพุ่งขึ้นร้อนแรงและบริษัทไม่สามารถตอบข้อซักถามของตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้ชัดเจน เช่น CYBER, ADAM และ ABC
สำหรับความผิดของโบรกเกอร์ 9 เดือน ตลท.ปรับทั้งสิ้น 2.78 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการชำระค่าซื้อหลักทรัพย์ช้าที่เกิดขึ้นทุกไตรมาส โดยไตรมาสแรกมีจำนวน 22 บริษัท ไตรมาส 2 จำนวน 23 บริษัท และไตรมาส 3 จำนวน 27 บริษัท ขณะที่ส่งมอบหลักทรัพย์ช้าไตรมาสแรก 8 บริษัท ไตรมาส 2 จำนวน 8 บริษัท และไตรมาส 3 จำนวน 11 บริษัท และมีการยืมหุ้นไปขายล่วงหน้า (ชอร์ตเซล) ด้วย
ทางด้านความผิดทางวินัย มี 3 ครั้ง คือ เจ้าหน้าที่รับอนุญาตของ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทรีนีตี้ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) บล.ไอร่า ซึ่งถูกภาคทัณฑ์ในช่วงเวลาที่กำหนด







