
ญี่ปุ่นเดินเครื่องเร่งชาติอาเซียนลดปม‘เอ็นทีบี’
ญี่ปุ่นห่วงอาเซียนไม่เลิกอุปสรรคทางการค้า กระทบลงทุน หนุนเร่งแก้กฎหมาย เอื้อบรรยากาศ
ญี่ปุ่นห่วงอาเซียนไม่เลิกอุปสรรคทางการค้า กระทบลงทุน หนุนเร่งแก้กฎหมาย เอื้อบรรยากาศ
นายโคอิจิ ไอโบชิ เอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มแห่งญี่ปุ่นประจำอาเซียน กล่าวในงานสัมมนา AEC+3 Summit 2014 : ก้าวสู่ความมั่งคั่ง ด้วยการเชื่อมโยงสู่ภูมิภาค จัดโดยธนาคารกสิกรไทย ว่า ปัญหาหนึ่งที่ภาคธุรกิจญี่ปุ่นมักเผชิญอยู่เสมอ คืออุปสรรคทางการค้าที่มิใช่ภาษี (เอ็นทีบี) ซึ่งปัจจุบันอาเซียนยังมีเอ็นทีบีอยู่หลายรูปแบบในหลายประเทศ ส่งผลต่อการขยายตัวของภาคธุรกิจ
“วิธีแก้คือเราต้องไปทำความร่วมมือทวิภาคีเป็นรายประเทศเพื่อแก้ปัญหาการกีดกันสินค้านั้นๆ เช่น ทวิภาคีญี่ปุ่นเวียดนาม แต่ก็ไม่ได้แก้ปัญหาให้ทั้งภูมิภาค และภาคธุรกิจของญี่ปุ่นก็พูดถึงปัญหานี้จำนวนมาก” นายไอโบชิ กล่าว
ทั้งนี้ อาเซียนควรจะเร่งแก้ปัญหานี้อย่างเป็นขั้นตอน โดยพยายามแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้าส่งออกสินค้าให้สอดคล้องกัน เพื่อลดอุปสรรคของภาคการค้าการลงทุนที่จะเข้ามา หลังก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียน
นอกจากนี้ อาเซียนควรต้องปฏิรูปแนวทางของตัวเอง เช่น การตกลงดำเนินการใดๆ ได้ต่อเมื่อมีมติเอกฉันท์ เพราะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของภูมิภาค ที่สำคัญต้องเพิ่มคนสัญชาติต่างๆ ที่มีจำนวนน้อยให้มากขึ้นด้วย เช่น ปัจจุบันมีคนสัญชาติบรูไนทำงานอยู่ที่สำนักเลขาธิการอาเซียนเพียงคนเดียวเท่านั้น ควรจะเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น
นายมาซายาสุ โฮซูมิ ประธานองค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น (เจโทร) กรุงเทพฯ กล่าวว่า เอ็นทีบีถือเป็นปัญหาหลักที่ญี่ปุ่นเคยพูดกับสำนักเลขาธิการอาเซียนมาหลายครั้งแล้ว ส่งผลให้เกิดความร่วมมือระหว่างสมาพันธ์หอการค้าและอุตสาหกรรมญี่ปุ่นในอาเซียน (เอฟเจซีซีไอเอ) และสำนักเลขาธิการอาเซียน อย่างไรก็ตามยังต้องการให้ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างบรรยากาศการลงทุนที่ดีระหว่างญี่ปุ่นและอาเซียน
ขณะที่นายจายันต์ เมนอน นักเศรษฐ ศาสตร์ระดับสูงสุด สำนักงานการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค ธนาคารพัฒนาเอเชีย (เอดีบี) กล่าวว่า ปัจจุบันการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาคยังไม่สมบูรณ์ทั้งกระบวนการ เพราะมีกำแพงการค้าการลงทุนรูปแบบต่างๆ เป็นอุปสรรค เอกชนควรต้องบอกรัฐบาลของตัวเองว่าต้องการอะไร เพื่อช่วยลดมาตรการปัญหาที่มีอยู่ในแต่ละประเทศ และลดเอ็นทีบีลง
ด้าน น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร นักเศรษฐ ศาสตร์อาวุโส ธนาคารโลก กล่าวว่า จากการศึกษาของธนาคาร พบว่า การเคลื่อนย้ายแรงงานวิชาชีพเสรีภายใต้ข้อตกลงยอมรับร่วมคุณสมบัตินักวิชาชีพ (เอ็มอาร์เอ) ของอาเซียน ใน 7 วิชาชีพและ 1 กลุ่มวิชาชีพ มีความคืบหน้าแล้ว 2 วิชาชีพ คือสถาปนิกและวิศวกร เนื่องจากสภาของทั้ง 2 วิชาชีพพยายามขับเคลื่อนและทำให้เกิดการขึ้นทะเบียนสถาปนิกและวิศวกรอาเซียนบ้างแล้ว







