
อินโดฯบูมการผลิตคาด5ปีรง.ใหม่พุ่ง
คาด 5 ปีโรงงานผลิตอินโดฯ พุ่งสูงสุดอาเซียน ด้านไทยลุ้นการเมืองไม่ฉุดเศรษฐกิจ
คาด 5 ปีโรงงานผลิตอินโดฯ พุ่งสูงสุดอาเซียน ด้านไทยลุ้นการเมืองไม่ฉุดเศรษฐกิจ
นายคริสโตเฟอร์ เคล้ก นักวิเคราะห์อาวุโส The Economist Intelligence Unit เปิดเผยว่า ในช่วง 5 ปีนับจากนี้ อินโดนีเซียและพม่าจะมีการลงทุนโรงงานในอุตสาหกรรมการผลิตเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยอินโดนีเซียเพิ่มสูงสุดในอาเซียนอยู่ที่ 54 แห่ง ขณะที่พม่าเพิ่มมากเป็นอันดับ 2 จำนวน 27 แห่ง ขณะที่ไทยเพิ่มขึ้นเป็นอันดับ 5 จำนวน 17 แห่ง
“นโยบายใหม่และรัฐบาลใหม่ของอินโดนีเซีย น่าจะช่วยให้ประเทศมีความเป็นสากลมากขึ้น และเป็นประเทศที่มีอิทธิพลอย่างมากในอาเซียน ทั้งในฐานะผู้ส่งออกทรัพยากรธรรมชาติรายใหญ่ ประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในภูมิภาค และประเทศที่มีความสามารถดึงดูดการลงทุน” นายเคล้ก กล่าว
ขณะที่พม่า แม้จะเป็นประเทศที่หลายฝ่ายให้ความสนใจ แต่ช่วง 12-18 เดือนนี้ ก็ยังมีปัจจัยที่ต้องใช้พิจารณาหลายด้าน อาทิ การขาดแคลนแรงงานฝีมือ สถาบันองค์กรต่างๆ ขาดประสิทธิภาพ การเลือกตั้งในปี 2558 อาจไม่เป็นอิสระและยุติธรรม
ขณะเดียวกัน คาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโต 1.6-1.7% ขณะที่ปีหน้าเติบโต 4.4-4.5% ปัจจัยสำคัญคือรัฐบาลต้องพยายามเดินหน้าประเทศให้ได้ตามที่ประกาศไว้ เพราะในทางปฏิบัติแล้วการพูดกับการทำให้สำเร็จนั้นแตกต่างกัน
ทั้งนี้ ภาพรวมการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ในประเทศอาเซียนจากกลุ่มอาเซียนบวก 3 ญี่ปุ่นลงทุนในอาเซียนมากที่สุดกว่า 2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วยการลงทุนกันเองภายในอาเซียน จีน และเกาหลีใต้ คาดว่าเมื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ประเทศเหล่านี้จะแข่งขันกันมากขึ้น
ด้าน นายไซมอน เทย์ ประธานกรรมการสถาบันกิจการต่างประเทศแห่งสิงคโปร์ กล่าวว่า ภาพรวมของอินโดนีเซียช่วงก่อนหน้านี้เน้นนโยบายชาตินิยม ปกป้องตลาดสินค้าต่างๆ จากต่างประเทศ แต่ขณะนี้ทัศนคติของรัฐบาลโจโก วิโดโด แตกต่างจากที่ผ่านมา ทำให้อินโดนีเซียมีโอกาสที่จะพลิกขึ้นมามีบทบาทนำในภูมิภาค
ขณะที่สภาวะการเมืองไทยขณะนี้ ไม่เป็นอุปสรรคต่อเศรษฐกิจ แต่ภาพรวมอาเซียนยังต้องคอยเฝ้าระวังเรื่องความแตกต่างกันระหว่างประเทศขนาดเล็ก เช่น ลาว บรูไน และประเทศขนาดใหญ่ เช่น อินโดนีเซีย เพราะหากพัฒนาเป็นประชาคมอาเซียนแล้วก็ควรได้ประโยชน์ร่วมกันด้วย ไม่ใช่มีช่องว่างทางเศรษฐกิจมากขึ้น







