
ระดมสมองปั้นไทยผงาดผู้นำกลุ่มอาเซียน
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะเริ่มในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในงานสัมมนา The AEC+3 Summit 2014 : ก้าวสู่ความมั่งคั่ง ด้วยการเชื่อมโยงสู่ภูมิภาค ได้ระดมนักธุรกิจร่วมเปิดยุทธศาสตร์สร้างบทบาทไทยในอาเซียนเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำและฉกฉวยโอกาสทองรับเศรษฐกิจขยายตัว
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะเริ่มในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า ในงานสัมมนา The AEC+3 Summit 2014 : ก้าวสู่ความมั่งคั่ง ด้วยการเชื่อมโยงสู่ภูมิภาค ได้ระดมนักธุรกิจร่วมเปิดยุทธศาสตร์สร้างบทบาทไทยในอาเซียนเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำและฉกฉวยโอกาสทองรับเศรษฐกิจขยายตัว
เดบรา แอล์มส์ กรรมการบริหาร ศูนย์การค้าอาเซียน เปิดเผยว่า การจะเพิ่มบทบาทไทยในอาเซียนให้แข็งแกร่ง ต้องสนับสนุนการพัฒนาระบบซัพพลายเชน หรือการจัดการห่วงโซ่อุปทานให้มีประสิทธิภาพ เพราะปัจจุบันไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตอุตสาหกรรมยานยนต์ในเอเชีย และยังเห็นว่าไทยควรเข้าร่วมลงนามความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (TransPacific Partnership : TPP) เพราะมีกฎระเบียบเปิดกว้าง อาทิ คุ้มครองการลงทุน หรือการเคลื่อนย้ายสินค้าผ่านในเส้นทางมหาสมุทรแปซิฟิกจะได้รับสิทธิพิเศษทางการค้า ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกที่เอื้อให้กับนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่ม
ทั้งนี้ เพราะเมื่อเทียบกับเออีซี กฎระเบียบหลายประเทศกีดกั้นทางการค้า ไม่เอื้อต่อลงทุน โดยขณะนี้ในอาเซียนมี 4 ประเทศที่เข้าร่วมเป็นสมาชิกทีพีพี ได้แก่ มาเลเซีย สิงคโปร์ บรูไน และเวียดนาม หากไทยไม่เข้าเป็นสมาชิกจะทำให้สูญเสียโอกาสได้ นอกจากนี้ควรมองขยายข้อตกลงมากกว่าแค่เออีซี ต้องเป็นเออีซีบวก 3 และรัฐบาลไทยควรจะเข้าสู่ความตกลงหุ้นส่วนเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน หรืออาร์เซป (Regional Comprehensive Economic Partnership) ด้วย
ซิคเว่ เบรคเก้ รองประธานบริหาร เทเลนอร์ กรุ๊ป กล่าวว่า ประเทศไทยสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำตลาดอาเซียนได้ในด้านนวัตกรรมและความสร้างสรรค์ จากปัจจุบันไทยอยู่ในอันดับ 3 ในอาเซียน รองมาเลเซียและสิงคโปร์ หากสามารถสร้างดิจิทัลอีโคโนมีที่ดี จะผลักดันธุรกิจให้ขยายตัวสู่ต่างจังหวัด โดยเฉพาะธุรกิจสถาบันการเงิน การศึกษา และการกระจายสินค้าเกษตร เชื่อว่าทุกประเทศในอาเซียนมุ่งพัฒนาในด้านนี้
“หากไทยลงทุนขยายเครือข่ายอินเทอร์เน็ต 10% จะผลักดันให้จีดีพีประเทศขยายตัวเพิ่ม 1.5% จากปัจจุบันอัตราเข้าใช้อินเทอร์เน็ตคนไทยอยู่ที่ 40% ซึ่งยังน้อยมาก เพราะประชากรอีก 22 ล้านคน ไม่ได้ใช้อินเทอร์เน็ต” ซิคเว่ กล่าว
ด้านกลุ่มธุรกิจสถาบันการเงิน เชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า อาเซียนต้องมีระบบการเงินที่แข็งแกร่ง ดังนั้นบทบาทไทยในอาเซียนต้องพัฒนาสกุลเงินบาทให้มีความสำคัญ เพราะปัจจุบันกลุ่มซีแอลเอ็มวีใช้เงินสกุลไทยถึง 30% ที่เหลืออีก 70% เป็นเหรียญสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันสถาบันการเงินต่างๆ ยังไม่ได้เข้าไปเปิดบริการในระดับอาเซียนมากนัก นอกจากนี้หากไทยจะลดการพึ่งพาการส่งออก และหันมาสร้างการเติบโตเศรษฐกิจภายในประเทศ ต้องใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลขับเคลื่อน
การเพิ่มบทบาทไทยในอาเซียนมุมมอง ทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย กล่าวว่า ที่ผ่านมาไทยเป็นศูนย์กลางระบบการขนส่งในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี หรือประเทศพม่า เวียดนาม ลาว กัมพูชา อยู่แล้ว หากจะฉกฉวยโอกาสตลาดอาเซียน จะต้องเพิ่มบทบาทระบบโลจิสติกส์ให้แข็งแกร่ง เพิ่มประสิทธิภาพการค้าเชื่อมโยงในประเทศและระดับภูมิภาค จากปัจจุบันพบว่าผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี ใช้บริการสายการบินเพิ่มขึ้นในอาเซียน ซึ่งการเปิดเสรีน่านฟ้าในปีหน้าจะผลักดันให้ธุรกิจสายการบินเติบโต 2 เท่าตัว
“การเมืองไทยขาดเสถียรภาพ เป็นอุปสรรคทำให้นโยบายของรัฐบาลไม่มีความต่อเนื่อง”ทัศพลกล่าว
ฟราเซอร์ ทอมป์สัน นักวิชาการอาวุโส สถาบันแมคคินซีย์ กล่าวว่า ขณะนี้ไทยยังประสบกับปัญหาเศรษฐกิจอยู่ กลยุทธ์ที่จะผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัวได้เร็ว ต้องนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาในภาคธุรกิจ รวมถึงการขยายตัวของสังคมจะช่วยเร่งอัตราการบริโภค จากปัจจุบันกลุ่มคนเมืองคิดเป็นสัดส่วน 38% ของประชากรไทยเท่านั้น นอกจากนี้ต้องลงทุนระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอย่างต่อเนื่อง 16 ปีข้างหน้า ราว 2.5 หมื่นล้านบาท/ปี อีกทั้งภาครัฐต้องสนับสนุนกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี และต้องทำให้ต้นทุนระบบโลจิสติกส์ถูกลง เพื่อสามารถแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านได้
หากไทยจะก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดอาเซียน บทสรุปคือ ต้องพัฒนาระบบซัพพลายเชน โลจิสติกส์ ให้เป็นศูนย์กลางสร้างความเชื่อมโยงระดับภูมิภาคให้ได้ ใช้เทคโนโลยีช่วยด้านภาคการผลิต รวมทั้งเดินหน้าลงทุนดิจิทัลอีโคโนมี และสิ่งสุดท้ายต้องทำให้เงินบาทเป็นสกุลที่มีความสำคัญสำหรับการซื้อการขายในอาเซียน







