
พ่อค้ารัดเข็มขัดไตรมาส4ยังแย่รอปีหน้าศก.ฟื้น
ผู้ประกอบการกัดฟันรอเศรษฐกิจฟื้นจริงปีหน้า เหตุกลุ่มรายได้น้อยยังไม่ฟื้น กำลังซื้อเข็นไม่ขึ้น
ผู้ประกอบการกัดฟันรอเศรษฐกิจฟื้นจริงปีหน้า เหตุกลุ่มรายได้น้อยยังไม่ฟื้น กำลังซื้อเข็นไม่ขึ้น
จากรายงานแนวโน้มธุรกิจไตรมาส 4 ของปี 2557 โดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งสำรวจมุมมองนักธุรกิจไทยทั่วประเทศ พบว่า แม้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จะเชื่อมั่นต่อภาวะเศรษฐกิจในไตรมาสสุดท้ายมากขึ้น แต่ก็ยังไม่วางใจและไม่กล้าขึ้นราคาสินค้าแม้ต้นทุนจะปรับเพิ่มขึ้น เนื่องจากรายได้เกษตรกรที่ลดลงตามราคาพืชผล และภาวะหนี้ครัวเรือนที่ยังคงพุ่งสูง
ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ ระบุว่า ต้นทุนมีแนวโน้มสูงขึ้นเล็กน้อย โดยเฉพาะในภาคอสังหาริมทรัพย์ เนื่องจากราคาวัสดุก่อสร้างและที่ดินที่จะปรับเพิ่มขึ้นอีกตามภาวะธุรกิจที่ดีขึ้นต่อเนื่อง แต่การส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภคยังทำได้จำกัด เพราะการแข่งขันสูงและกำลังซื้อยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ทำให้ผู้ประกอบการต้องรัดเข็มขัดด้วยการบริหารต้นทุนอย่างเข้มงวดแทน
อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการในภาคการผลิตและอสังหาริมทรัพย์ยังคงการจ้างงานไว้ เนื่องจากคาดหวังว่าจะมีคำสั่งซื้อและยอดจองเพิ่มขึ้นมากในปี 2558 ขณะที่การลงทุนใหม่ยังชะลอออกไปก่อน มีเพียงการลงทุนขนาดเล็กเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและนำเข้าเครื่องจักรทดแทน เนื่องจากต้องการรอความชัดเจนนโยบายภาครัฐและการฟื้นตัวของความต้องการทั้งในและต่างประเทศ
ขณะที่ผลการสำรวจภาวะและแนวโน้มสินเชื่อไตรมาส 4 ของปี 2557 นั้น สถาบันการเงินส่วนใหญ่เชื่อว่า ความต้องการสินเชื่อภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจจะปรับตัวขึ้นต่อเนื่องจากในไตรมาส 3 ซึ่งเพิ่มขึ้นในเกือบทุกประเภท ยกเว้นเพียงสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ขณะที่ความเข้มงวดในมาตรฐานการให้สินเชื่อจะยังใกล้เคียงกับในปัจจุบัน แต่จะผ่อนคลายการให้สินเชื่อแก่ธุรกิจขนาดใหญ่ลงบ้าง
ด้าน นายพูลพัฒน์ ศรีเปล่ง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารความเสี่ยง ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยผลวิจัยความเสี่ยงธุรกิจ ดัชนีธุรกิจกรุงไทย ไตรมาส 3/2557 ซึ่งสำรวจจากนักธุรกิจกว่า 2,600 รายทั่วประเทศ พบว่า ดัชนีเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยที่ 51.50 จาก 51.03 ในไตรมาสก่อน สะท้อนความเชื่อมั่นที่ยังเปราะบาง เนื่องจากความกังวลว่า เศรษฐกิจไตรมาส 4 อาจขยายตัวไม่เท่ากับที่คาดไว้ และธุรกิจภาคบริการได้รับผลกระทบจากการท่องเที่ยวที่ชะลอตัว
สำหรับปัจจัยที่อาจกระทบต่อรัฐบาลในระยะ 1 ปีข้างหน้า คือ เสถียรภาพทางการเมือง 33.3% ตามมาด้วยการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก 14.5% ดอกเบี้ย 12.1% และราคาสินค้าเกษตร 2.7%







