
เปิดสูตรสำเร็จธุรกิจในลาวเครือข่ายดี-เข้าใจคนท้องถิ่น
ลาว เป็นอีกหนึ่งประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่นักธุรกิจไทยเข้าไปขยายธุรกิจกันอย่างกว้างขวาง
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
ลาว เป็นอีกหนึ่งประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงที่นักธุรกิจไทยเข้าไปขยายธุรกิจกันอย่างกว้างขวาง บางรายได้เริ่มต้นจากการซื้อมาขายไป ก่อนที่จะปักหมุดลงทุนในธุรกิจอื่นต่อไป รวมทั้งภาคอสังหาริมทรัพย์
สยาม รามสูต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามอินเตอร์เนชั่นแนล เล่าว่า บริษัททำธุรกิจในประเทศลาวมานานกว่า 15 ปี โดยนำเข้าสินค้าไทยเข้าไปจำหน่ายในลาวจนตอนนี้มีสินค้าที่ดูแลอยู่มากกว่า 1,000 รายการ เช่น สินค้าอาหาร เครื่องดื่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรศัพท์มือถือ และศูนย์ให้บริการลูกค้าหลักการขาย รวมถึงธุรกิจความงาม
ในฐานะที่คลุกคลีกับตลาดนี้มานาน เขาวิเคราะห์ให้ฟังว่า ตลาดประเทศลาวมีกำลังซื้อดี คนมีการจับจ่ายใช้สอยมาก เพราะมีนักลงทุนต่างชาติเข้าไปทำธุรกิจมากขึ้น ทั้งนักลงทุนจากจีน ไทย เวียดนาม และสิงคโปร์ จึงมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ประเทศลาวมาก
ขณะเดียวกัน ลาวตั้งเป้าเป็นแหล่งพลังงานของเอเชีย ซึ่งหลายประเทศต้องพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าของลาว ทำให้ประเทศจะมีรายได้เพิ่มขึ้น อีกทั้งประเทศลาวยังมีทรัพยากรอีกมาก จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหนุนให้ประเทศสามารถพัฒนาและเติบโตไปได้อีก จากปัจจุบันเศรษฐกิจขยายตัวเฉลี่ยปีละ 78% อยู่แล้ว ซึ่งเมื่อเศรษฐกิจดี กำลังซื้อของคนท้องถิ่นจะเพิ่มขึ้นอีก โดยตอนนี้วัดได้จากยอดขายสินค้าไทยในลาวที่มีอัตราเติบโตเพิ่มขึ้นทุกปี
ท่ามกลางโอกาสการทำธุรกิจในต่างแดนย่อมมีอุปสรรคปัญหาบ้าง แต่บริษัทก็สามารถฝ่าฟันมาได้ เพราะทำธุรกิจมานาน มีเครือข่ายที่ดี และดำเนินธุรกิจอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงรู้จักขนบธรรมเนียมต่างๆ ของลาวเป็นอย่างดี ทำให้แก้ไขปัญหาต่างๆ ได้
“คนลาวรักษาขนบธรรมเนียม วัฒนธรรมได้ดี นักลงทุนต่างชาติต้องเข้าใจและให้ความเคารพกับวัฒนธรรมต่างๆ เช่น การจำกัดความสูงของอาคาร ที่ไม่ให้สร้างสูงมากกว่าประตูชัย”
สยาม ยังอธิบายต่อว่า ธุรกิจตัวแทนจำหน่ายที่ทำอยู่ตอนนี้เติบโตดี สินค้าไทยส่วนใหญ่ครองส่วนแบ่งตลาดเป็นอันดับ 1 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากทำเลภูมิศาสตร์ที่ไทยได้เปรียบประเทศอื่นๆ ไม่ใช่แค่มีชายแดนติดกับลาวเท่านั้น แต่กรุงเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่สุดก็อยู่ใกล้ไทย ประกอบกับคนลาวนิยมสินค้าไทยมาก อีกทั้งบริษัทมีช่องทางกระจายสินค้าไปทั่วประเทศลาว ทำให้สินค้าเข้าถึงลูกค้าอย่างทั่วถึง
นอกจากธุรกิจตัวแทนจำหน่ายสินค้าแล้ว ตอนนี้สยามได้ตัดสินใจลงมาจับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยทำโครงการ “เวียงจันทน์สแควร์” ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ใจกลางนครเวียงจันทน์ ที่จะปลุกปั้นให้เป็นแลนด์มาร์กแห่งใหม่ของประเทศ เป็นแหล่งท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว และเป็นแหล่งช็อปปิ้งของคนท้องถิ่น
ขณะเดียวกัน โครงการนี้จะมีจอแอลอีดีขนาดใหญ่เพื่อใช้เป็นที่โฆษณาต่างๆ รวมถึงเป็นช่องทางเผยแพร่ข่าวสารของรัฐบาลลาวที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และโปรโมทการท่องเที่ยว โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย
“บริษัททำธุรกิจในลาวมานาน จึงต้องการสร้างประโยชน์คืนกลับให้ลาว ช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว เพราะนี่จะเป็นห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งแรกของประเทศที่มีเป้าหมายเป็นแลนด์มาร์ก และสร้างชื่อในระดับโลก เหมือนที่ไทยมีเซ็นทรัลเวิลด์ ญี่ปุ่นมีย่านชิบูย่า” สยามตบท้าย







