posttoday
ปั้นช่าง

ปั้นช่าง

03 พฤศจิกายน 2557

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับเยาวชนไทยที่ได้รางวัลจากการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียนครั้งที่ 10

ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีกับเยาวชนไทยที่ได้รางวัลจากการแข่งขันฝีมือแรงงานอาเซียนครั้งที่ 10 จากประเทศเวียดนาม เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ที่มีการแข่งขันกันทั้งหมด 25 สาขา และไทยได้ส่งตัวแทนไปร่วม 21 สาขา การแข่งขันครั้งนี้ตัวแทนจากไทยคว้ารางวัล 7 เหรียญทอง (จาก 6 สาขา) 1 เหรียญเงิน 5 เหรียญทองแดง และได้รับใบประกาศนียบัตรมาอีก 12 คน

สาขาที่เยาวชนไทยได้รับเหรียญทอง ได้แก่ สาขาแมคคาทรอนิกส์ แต่งผม ปูกระเบื้อง บริการอาหารและเครื่องดื่ม เทคโนโลยีช่างเชื่อม และเขียนแบบและออกแบบเครื่องกลด้วยคอมพิวเตอร์ โดยการตัดสินนั้นนอกจากกรรมการจะพิจารณาจากฝีมือแล้ว ก็จะดูความสามารถด้านอื่นด้วย เช่น ภาษา การตัดสินใจ การวางแผน และการแก้ไขปัญหาด้วย

เมื่อมองในภาพรวม ตัวแทนประเทศที่ได้รับเหรียญทองจากการแข่งขันรอบนี้มากที่สุดคือ เวียดนาม ที่คว้าไป 15 เหรียญทอง 6 เหรียญเงิน และ 6 เหรียญทองแดง อันดับ 2 คือ มาเลเซีย ที่ได้ 9 เหรียญทอง 4 เหรียญเงิน และ 4 เหรียญทองแดง อันดับ 3 คือ อินโดนีเซีย อันดับ 4 สิงคโปร์ และ ไทย อยู่ในอันดับ 5

สำหรับแชมป์อย่างเวียดนาม สาขาที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดก็คือ เทคโนโลยียานยนต์ การออกแบบแฟชั่น และทำอาหาร โดยเฉพาะสาขาเทคโนโลยียานยนต์ เวียดนามคว้าไปถึง 2 เหรียญทองเป็นครั้งแรก โดยเจ้าภาพบอกว่า ตัวแทนที่เข้าแข่งขันนอกจากจะฝึกฝีมือในห้องเรียนแล้ว ก็ยังไปทำงานในโรงงานจริงๆ ด้วย ซึ่งนี่อาจเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เยาวชนเวียดนามมีทักษะและความสามารถต่างๆ เฉือนชนะเยาวชนจากชาติอื่น

จากการแข่งขันครั้งนี้ จะเห็นว่าไทยยังแพ้เด็กช่างจากประเทศเพื่อนบ้านในหลายสาขา ซึ่งก็ต้องมาเร่งพัฒนากันต่อไป หากเราอยากจะรักษาความโดดเด่นของอุตสาหกรรมหลายกลุ่มเอาไว้ให้ได้

สิ่งที่ต้องทำก็คือ ต้องรู้ให้ชัดว่าเราขาดแคลนคนวิชาชีพไหนบ้าง และอยากจะส่งเสริมอุตสาหกรรมไหนกันแน่ กลุ่มไหนที่คิดว่าดื้อสนับสนุนก็คงสู้เพื่อนบ้านไม่ไหวแล้ว ก็ต้องยอมทิ้ง

ต้องยกเครื่องการเรียนสายช่าง พยายามปลูกฝัง เปลี่ยนทัศนคติคนรุ่นใหม่ให้ได้ว่าเรียนช่างก็มีโอกาสก้าวหน้าในอาชีพ มีผลตอบแทนไม่แพ้หรืออาจมากกว่าการจบปริญญาสาขาอื่นๆ บางสาขาหากขาดแคลนกันจริงๆ อาจต้องเพิ่มแรงดึงดูดใจ เช่น ให้เบี้ยเลี้ยงระหว่างเรียน แต่ก็ต้องเรียนไปด้วยและทำงานในสถานประกอบการด้วย

ต้องดึงคนที่มีความสามารถเข้ามาเป็น “ครู” ถ่ายทอดความรู้และฝีมือให้กับช่างรุ่นใหม่ ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ ที่ประชุมคณะกรรมการคุรุสภาได้เห็นชอบรับรอง 86 สาขาวิชา เป็นวิชาชีพที่ขาดแคลน เช่น ช่างอุตสาหกรรม ไฟฟ้า แมคคาทรอนิกส์ ช่างยนต์ โลจิสติกส์ ฯลฯ เปิดโอกาสให้คนที่จบสาขาดังกล่าวมาสอบบรรจุเป็นครู และภายใน 2 ปี ต้องพัฒนาตนเองให้ได้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู นอกจากนี้ก็ยังอนุญาตให้สถานศึกษาจัดโครงการพิเศษ นำบุคคลภายนอกที่ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูมาช่วยงานได้

ที่ขาดไม่ได้ก็คือ การร่วมมือกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการ เพื่อร่วมกันปลุกปั้นช่างรุ่นใหม่ให้มีความสามารถตรงกับที่อุตสาหกรรมต้องการ เปิดโอกาสให้ทำงานในโรงงานจริง ทำให้เด็กได้เข้าใจระบบการทำงาน ฝึกฝีมือและแก้ปัญหาจากสถานการณ์จริง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท