
ลุ้น...ส่งออกโค้งสุดท้าย
หากจะดูเศรษฐกิจไทยว่าจะฟื้นหรือจะยังคงซบเซาต้องไปดูการส่งออกของประเทศ เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกสูงถึงประมาณ 64.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี
หากจะดูเศรษฐกิจไทยว่าจะฟื้นหรือจะยังคงซบเซาต้องไปดูการส่งออกของประเทศ เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกสูงถึงประมาณ 64.5% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือจีดีพี
การส่งออกนั้นเกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วน ไล่ตั้งแต่ภาคอุตสาหกรรมซึ่งส่งออกมีสัดส่วนอยู่สูงถึง 77.3% อุตสาหกรรมการเกษตร 7.5% เกษตรกรรมรวมปศุสัตว์และประมงมีสัดส่วนอยู่ 9.72%
การส่งออกยังเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมประเภทต่างๆ ซึ่งสนับสนุนการส่งออก ภาคบริการต่างๆ เช่น ขนส่ง ชิปปิ้ง คลังสินค้า แพ็กกิ้ง วัสดุอุปกรณ์ต่างๆ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจและหน่วยงานของรัฐ รวมถึงเกษตรกรและแรงงาน ซึ่งประมาณว่าเกี่ยวข้องกับการส่งออกทั้งทางตรงและทางอ้อมไม่น้อยกว่า 20 ล้านคน
การขยายตัวหรือชะลอตัวของการส่งออกจึงมีผลต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยตรง โดยเฉพาะการบริโภคภาคครัวเรือนซึ่งมีมูลค่าอยู่ในระบบเศรษฐกิจถึงประมาณ 4546% การส่งออกที่ชะลอตัวจึงส่งผลกระทบต่อการบริโภคของประชาชน
โดยในครึ่งแรกของปี 2557 การบริโภคภาคเอกชนหดตัว 1.4% คาดว่าในช่วงครึ่งหลังของปีถึงแม้ว่าจะมีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ แต่เม็ดเงินจริงที่จะลงสู่ระบบคงมีไม่มากพอที่จะดึงให้การบริโภคฟื้นตัวอาจทำให้การบริโภคของครัวเรือนขยายตัวได้ประมาณ 0.8%
ตัวเลขนี้ค่อนข้างสอดคล้องกับการชะลอตัวของการส่งออกที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่เพิ่งมาชะลอตัวหรือหดตัวในปีนี้ แต่ส่งออกของไทยชะลอตัวมาตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งขยายตัวได้เพียง 2.9% ทั้งที่ปีก่อนหน้านั้นขยายตัวได้ 15% การส่งออกยิ่งมาทรุดตัวในปี 2556 เนื่องจากได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจโลก ทำให้ส่งออกหดตัว 0.3% ซึ่งหากไม่มีโครงการรถคันแรกเข้ามาช่วยการบริโภคก็อาจจะถึงขั้นหดตัว
ในช่วงโค้งสุดท้ายของการส่งออกในปีนี้เริ่มมีสัญญาณทางบวก สะท้อนจากส่งออกเดือน ก.ย. กลับมาขยายตัวเป็นบวก 3.2% ทั้งที่ก่อนหน้านั้นติดลบมาโดยตลอดแต่เมื่อเฉลี่ย 9 เดือน ส่งออกของไทยก็ยังหดตัวติดลบ 0.85% การส่งออกซึ่งเริ่มกลับมาเป็นบวกสอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา การส่งออกกลับมาขยายตัวได้ดี
สำหรับประเทศอาเซียนซึ่งเป็นคู่ค้า 1 ใน 4 ของการส่งออกทั้งหมด เริ่มมีสัญญาณที่ดีแต่ก็ยังไม่เหมือนเดิม โดยประเทศมาแรง เช่น ประเทศสิงคโปร์ การส่งออกขยายตัวถึง 32% ประเทศเวียดนามขยายตัวได้ 21.83% โดยมูลค่าการส่งออกของไทยไปเวียดนามมากกว่าการส่งออกไปประเทศเยอรมนี
ประเทศที่น่าสนใจอย่างประเทศพม่าส่งออกขยายตัวสูงถึง 21% ซึ่งมูลค่าการส่งออกสินค้าไปประเทศพม่าเท่ากับการส่งออกไปประเทศเนเธอร์แลนด์ทีเดียว
ประเทศเหล่านี้รวมทั้งกัมพูชาเริ่มมีกำลังซื้อ การค้าขายไม่เรื่องมาก ไม่จุกจิกเหมือนขายของให้ฝรั่งหรือญี่ปุ่น แถมยังมีกำไรดีกว่าด้วยซ้ำไป...จึงไม่ควรมองข้าม กระทรวงพาณิชย์ต้องส่งคนเก่งๆ ไปดูแล
แนวโน้มการส่งออกของไทยจากนี้ไปเริ่มเห็นสัญญาณทางบวก เพราะผู้ส่งออกบางส่วนเริ่มนำเข้าวัตถุดิบและมีการส่งออกมากขึ้นกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด โดยตัวเลขส่งออกเดือน ต.ค. อาจใกล้เคียงกับเดือน ก.ย. ซึ่งจะทำให้ขยายตัวได้ 2% และเดือน พ.ย. อาจขยายตัวได้ 45% เพราะฐานปีที่แล้วค่อนข้างต่ำ
สำหรับเดือน ธ.ค. ตัวเลขส่งออกอาจไม่สูง เพราะติดวันหยุดราชการหลายวัน ขณะเดียวกันผู้นำเข้าส่วนใหญ่ก็จะเริ่มชะลอการนำเข้า เพราะเข้าสู่ช่วงเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ ซึ่งวันหยุดหรือฮอลิเดย์ของเขาจะยาวมาก
ดังนั้น โค้งสุดท้ายของการส่งออกถึงแม้นจะมีสัญญาณการส่งออกที่ดีขึ้น แต่การส่งออกของไทยติดลบสะสมมาถึง 3 ไตรมาส ทำให้การส่งออกปี 2557 อาจขยายตัวได้ 0.8% มูลค่าประมาณ 230,200 ล้านเหรียญสหรัฐ คงไม่ถึงขั้นขยายตัวเป็นศูนย์อย่างที่วิตกกัน
การส่งออกคงต้องมองข้ามช็อตไปปีหน้า ซึ่งผมยังคงไม่ค่อยมั่นใจ เพราะทั้งโครงสร้างส่งออกของไทยยังไม่ได้รับการแก้ไข ขณะเดียวกันความวิตกจากปัญหาเศรษฐกิจที่เริ่มชะลอตัวทั้งจากประเทศจีน ฮ่องกง และบางประเทศในอาเซียน
อีกทั้งเศรษฐกิจของญี่ปุ่นและสหภาพยุโรปตัวเลขส่งออกยังทรงตัวจากสภาวะเศรษฐกิจเงินฝืด ซึ่งหากแก้ไขไม่ได้อาจนำไปสู่สภาวะเศรษฐกิจถดถอย
ซึ่งที่สุดก็จะกระทบกับการส่งออกและเศรษฐกิจของไทย







