posttoday
รถไฟฟ้า (จีน) มาหานะเธอ

รถไฟฟ้า (จีน) มาหานะเธอ

03 พฤศจิกายน 2557

28 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์

28 ต.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สมาชิกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกคณะชุดใหญ่เดินทางไปที่เมืองคุนหมิง ประเทศจีน เพื่อหารือกับทางการจีนก่อนที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. จะเดินทางไปประชุมผู้นำเอเปก ระหว่างวันที่ 10-11 พ.ย.นี้

ข้อมูลชุดแรกที่ถูกถ่ายทอดมาจากสมคิด คือ จะมีการหารือกันเรื่องการขายข้าวและยางพาราในปริมาณพิเศษ

ข้อมูลชุดที่สองที่แบไต๋ออกมา คือ จะมีการหารือและหาข้อสรุปการร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน โดยเฉพาะการลงทุนรถไฟในเส้นทางหนองคายนครราชสีมา และเส้นทางนครราชสีมามาบตาพุด ที่จะมีการสร้างเป็นเส้นทางแรกเพื่อพัฒนาภาคตะวันออกเฉียงเหนือให้เชื่อมโยงกับอาเซียน

นั่นแสดงว่า การข่าวของญี่ปุ่นเข้าขั้นดีเลิศ

เพราะเมื่อวันจันทร์ที่ 20 ต.ค. ชิเกะคะสุ ซะโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย เดินสายพบ ยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตี และบุกเข้าพบ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เพื่อขอความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบรางและรถไฟความเร็วสูง ว่ารัฐบาลไทยจะเลือกจีนหรือญี่ปุ่นมาร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ทูตญี่ปุ่นได้สอบถามถึงแผนลงทุนรถไฟความเร็วสูงที่รัฐบาลไทยจะให้จีนเข้ามาลงทุนแลกกับการพัฒนาพื้นที่ข้างทางฝั่งละ 5 กิโลเมตร ระยะทาง 421 กิโลเมตร ก่อนเสนอตัวว่า ญี่ปุ่นสนใจลงทุนระบบรางและจะให้เงินกู้พิเศษในโครงการนี้

ขณะที่ทางฝ่ายไทยแจ้งว่า จะไม่รับเงื่อนไขการช่วยเหลือด้านการลงทุน หรือเงินกู้ที่มีเงื่อนไขผูกพัน แต่ได้เชิญชวนให้ญี่ปุ่นมาร่วมลงทุนในทวายโปรเจกต์

วันเดียวกันนั้น พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดให้ หนิงฟู่ขุย เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีน เข้าพบ ข้อตกลงที่เห็นชอบร่วมกัน คือ จะร่วมมือในการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ร่วมมือการชำระเงินทั้งในรูปแบบเงินสด หรือชำระด้วยสินค้าเกษตร โดยจะร่วมจัดตั้งคณะทำงานศึกษาร่วมกัน

ว่ากันว่า การหารือวันนั้นคือ หนิงฟู่ขุย ทูตจีน ได้ชี้แจงว่า ทางการจีนเริ่มก่อสร้างโครงการรถไฟทางขนาดมาตรฐานความกว้าง 1.435 เมตร (Standard gauge) มีความเร็ว 160 กม./ชม.จากคุนหมิงลาว ในปี 2558 ซึ่งสอดคล้องกับโครงการที่รัฐบาลไทยจะดำเนินการ คือ ก่อสร้างรถไฟทางคู่ขนาดรางมาตรฐานความเร็ว 160180 กม./ชม. ซึ่งจะสามารถเชื่อมโยงเส้นทางกันได้ เพราะใช้ระบบและเทคโนโลยีที่ใกล้เคียงกัน และเป็นเส้นทางเดิมที่ทางการจีนและไทยได้เคยร่วมสำรวจไว้แล้วว่าจะเป็นรถไฟความเร็วสูง 250 กม./ชม. แต่จะปรับให้เป็นความเร็วที่ 160 กม./ ชม. เพราะเหมาะสมและคุ้มค่าลงทุนมากกว่า

แม้จะไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แต่ภาพที่ปรากฏคือ รัฐบาลไทยกำลังเปิดประตูเดินหน้าเจรจากับรัฐบาลจีนอย่างเต็มเหนี่ยว

เป็นการเดินหน้าหลังจากที่ประชุม คสช. เมื่อวันที่ 29 ก.ค. 2557 พล.อ.ประยุทธ์ หัวหน้า คสช. ในขณะนั้นได้สั่งการให้ฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศ พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการร่วมระหว่างไทยจีน เพื่อเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนและติดตามการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจของทั้งสองประเทศ

ไม่ว่าการเปิดโต๊ะเจรจากับรัฐบาลจีนของ “พล.อ.ประวิตรสมคิด” จะมีผลสรุปออกมาในรูปใด แต่นี่คือการตั้งไข่ใส่กระเช้าให้ พล.อ.ประยุทธ์ หารือแบบทวิภาคีกับ หลี่เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน แน่นอน

สร้อยทิพย์ ไตรสุทธิ์ ปลัดกระทรวงคมนาคม ให้ข้อมูลว่า โครงการที่จีนสนใจลงทุนมีรถไฟทางคู่ 1 เมตร จำนวน 6 สาย เงินลงทุน 127,472 ล้านบาท แต่ที่สนใจพิเศษคือ การลงทุนโครงการรถไฟทางคู่มาตรฐานขนาดราง 1.435 เมตร ความเร็ว 160 กม./ชม. ที่ คสช.ให้ศึกษารายละเอียดโครงการ 2 สาย เงินลงทุน 741,460 ล้านบาท

ประกอบด้วย 1.เส้นทางสายหนองคายนครราชสีมาสระบุรีแหลมฉบังมาบตาพุด ระยะทาง 737 กม. เงินลงทุน 392,570 ล้านบาท

2.เส้นทางสายเชียงของเด่นชัยบ้านภาชี ระยะทาง 655 กม. เงินลงทุน 348,890 ล้านบาท เพื่อเชื่อมกับรถไฟทางคู่ราง 1.435 เมตร ของจีนที่จะสร้างมายังประเทศลาว ที่นครเวียงจันทน์ ผ่าน จ.หนองคาย และห้วยทรายผ่าน อ.เชียงของ

แต่ดูเหมือนว่าถึงตอนนี้เส้นทางจะเปลี่ยนไปเป็นนครราชสีมามาบตาพุด มาเชื่อมต่อสายต่อขยายแอร์พอร์ตลิงค์จากสุวรรณภูมิพัทยาระยอง มาต่อยอด โดยปรับความเร็วจาก 250 กม./ชม. มาอยู่ที่ 160 กม./ชม. โดยจะก่อสร้างบนเขตทางใหม่คู่ขนานไปกับทางรถไฟเดิม

สำหรับแนวรถไฟขนาด 1.435 เมตร ใน 2 สายทางใหม่ จะเชื่อมการเดินทางมายังกรุงเทพฯ ที่สถานีกลางบางซื่อ ที่เป็นศูนย์รวมของรถไฟทุกสาย โดยมีชุมทางบ้านภาชีเป็นศูนย์กลางการเปลี่ยนถ่ายการเดินทางสำหรับผู้โดยสาร

ขณะที่เส้นทางสายหนองคายนครราชสีมาสระบุรีฉะเชิงเทราแหลมฉบังมาบตาพุด จะเชื่อมจากหนองคายลงมาถึงมาบกะเบา ก่อนจะเปลี่ยนถ่ายคนจากบ้านภาชีเข้ากรุงเทพฯ

ส่วนตู้สินค้าการขนสินค้าจะถ่ายที่ภาชีก่อนเดินรถไปแหลมฉบังและมาบตาพุด

ข้อมูลล่าสุด สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ได้เปลี่ยนแปลงการใช้เงินจากงบประมาณ 350 ล้านบาท มาจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาไปแล้ว

ชัยวัฒน์ ทองคำคูณ รองผู้อำนวยการ สนข. ให้ข้อมูลว่า ทางจีนอยากมาร่วมมือพัฒนาระบบรถไฟกับไทย และยอมรับในเงื่อนไขการจัดตั้งบริษัทร่วมทุนที่เคยเอ็มโอยูร่วมกันไว้เมื่อปี 2553 โดยไทยถือหุ้น 51% จีนถือหุ้น 49% เพื่อลงทุนก่อสร้างรถไฟราง 1.435 เมตร สายหนองคายแหลมฉบังมาบตาพุด เพราะเป็นเส้นยุทธศาสตร์ของจีนที่ขีดไว้นานแล้วเพื่อลากจากคุนหมิงผ่านลาวมาไทย

บริษัทร่วมทุนดังกล่าวอยู่ในรูปแบบรัฐวิสาหกิจ มีทุนจดทะเบียนเริ่มที่ 1 แสนล้านบาท ซึ่งบริษัทนี้จะขอสัมปทานเช่าใช้เส้นทางจากการรถไฟแห่งประเทศไทยมาดำเนินการเป็นเวลา 50 ปี

การคิกออฟเจรจากับจีนเพื่อลงทุนระบบรางกำลังจะเริ่มขึ้น จึงต้องจับตาว่ารัฐบาลไทยจะรักษาผลประโยชน์ให้กับประเทศได้แค่ไหน

กรอบการเจรจาการลงทุนรถไฟไทยจีน

1.ควรตั้งบริษัทร่วมทุนระหว่าง ไทย จีน ขึ้นเพื่อดำเนินการโครงการนี้ เป็นการร่วมมืออย่างถาวร ไทยต้องเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ในสัดส่วน 51 / 49 )

2.บริษัทนี้จะเป็นผู้ดำเนินโครงการทั้งหมด ทุนจัดทะเบียนต้องเพียงพอที่จะสามารถขอเงินกู้ได้ การกู้เงินและใช้หนี้เป็นภาระของบริษัทร่วมทุน รัฐบาลไทยไม่ต้องแบกภาระเงินกู้ (มีการคุยนอกรอบว่าถ้ารัฐบาลจีนให้เงินกู้บริษัทฯนี้ในอัตราดอกเบี้ย 2% โครงการนี้จะมีอนาคต )

3.บริษัทร่วมทุนนี้ต้องมีสภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ ได้สัญญาสัมปทาน เช่าเส้นทาง ( คู่ขนานกับเส้นเดิมของรถไฟไทย) กับการรถไฟกับการถไฟแห่งประเทศไทย

4.ระบบของการเดินรถจะเป็นเทคนิคของจีนทั้งหมด เพราะเป้าหมายคืออนุญาตให้รถไฟจีนขนนักท่องเที่ยวจากคุนหมิงมาไทย ผ่านไปมาเลเซียได้ โดยรถไฟจากจีนใช้ระบบรางของไทยได้ ส่วนรถไฟจากไทยก็สามารถวิ่งไปคุนหมิงได้เช่นเดียวกัน

5.คาดว่าจะใช้เงิน 180,000 ล้านบาทสำหรับเส้นทางหนองคาย กทม ทุนจดทะเบียนเบื้องต้น 9 หมื่นล้านบาท ไทยลงทุน 51 % ของ 90,000 ล้านบาท ตกประมาณ 4.6 หมื่นล้านบาท โดยจะจัดสรรมาจากงบประมาณปีละ 12 หมื่นล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท