posttoday
เมืองไทย ลิสซิ่ง ไมโครไฟแนนซ์รายแรกเข้าตลาดหุ้น

เมืองไทย ลิสซิ่ง ไมโครไฟแนนซ์รายแรกเข้าตลาดหุ้น

03 พฤศจิกายน 2557

ชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) เตรียมเรียกชำระหุ้นเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,575 ล้านบาท เป็น 2,120 ล้านบาท เพื่อนำหุ้น 502.50 ล้านหุ้น เสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) และเสนอขายต่อกรรมการผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท 42.50 ล้านหุ้น ในราคาเดียวกัน โดยจะขายและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในกลุ่มการเงินเดือน พ.ย.นี้

ชูชาติ เพ็ชรอำไพ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) เตรียมเรียกชำระหุ้นเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 1,575 ล้านบาท เป็น 2,120 ล้านบาท เพื่อนำหุ้น 502.50 ล้านหุ้น เสนอขายให้ประชาชนครั้งแรก (ไอพีโอ) และเสนอขายต่อกรรมการผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท 42.50 ล้านหุ้น ในราคาเดียวกัน โดยจะขายและเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในกลุ่มการเงินเดือน พ.ย.นี้

นักวิเคราะห์ในตลาดให้ราคาเป้าหมายหุ้นนี้ใน 12 เดือนข้างหน้าที่ระหว่าง 6.30-7.10 บาท

นักวิเคราะห์ที่ให้ราคาต่ำสุดให้สัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) 17 เท่าในปี 2558 เพราะเป็นบริษัทที่ให้บริการสินเชื่อบุคคลแก่ลูกค้าระดับล่างที่มีรายได้ประจำทั้งรายวันและรายเดือน รวมถึงเกษตรกรที่มีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ต่ำและกำไรเติบโตสูง 46% ใน 3 เดือนข้างหน้า คาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโต 59% และ 41% ในปี 2557-2558

นักวิเคราะห์ที่ให้ราคา 6.50 บาท พิจารณาจากพีอีย้อนหลังของกลุ่มลิสซิ่งตั้งแต่ปี 2555 เท่ากับ 16.1 เท่า แต่ให้พีอี MTLS 17.8 เท่า เนื่องจากในปี 2558 บริษัทจะขยายสาขาเพิ่มมากขึ้น และขยายไปในพื้นที่ที่ยังไม่เคยไป ทำให้มีโอกาสเติบโตสูง และคาดว่ากำไรต่อหุ้นจะเติบโตสูงถึง 36.3%

นักวิเคราะห์ที่ให้ราคาสูงสุดอิงสัดส่วนราคาต่อมูลค่าบัญชี 3.30 เท่า ภายใต้การคาดการณ์อัตราผลตอบแทนต่อผู้ถือหุ้นระยะยาวที่ 21.5% หรือเทียบเท่าพีอี 2558 ที่ระดับ 19.6 เท่า อีกทั้งคาดว่าอัตราผลตอบแทนปันผลปี 2558 เฉลี่ย 5.2% จากการคาดการณ์ว่าบริษัทจะจ่ายปันผล 50% ของกำไรสุทธิ

ชูชาติ กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตปี 2558 ที่ 25-30% เนื่องจากระดมทุนได้ต้นทุนต่ำและมีการขยายสาขาในปี 2558 ที่ 150 สาขา และปี 2559 ที่ 170 สาขา จากค่าเฉลี่ยการเติบโตที่ผ่านมาปีละ 20% จากต้นทุนดอกเบี้ยที่กู้มาจากธนาคารกสิกรไทยในอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้าชั้นดี (เอ็มแอลอาร์) ลบ 0.5% หรือ 5.6% และนำมาปล่อยสินเชื่อรวมดอกเบี้ยและค่าบริการระยะ 4-5 ปี รวม 25% ที่เป็นดอกเบี้ยที่ถูกกว่าบริษัทอื่นที่ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ย 30% และมีเอ็นพีแอลเพียง 1.72% และหนี้สูญ 0.09%

MTLS นับเป็นเบอร์หนึ่งในตลาดสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ สิ้นเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา ปล่อยสินเชื่อไปกว่า 7 แสนสัญญา มีพอร์ตลูกหนี้กว่า 6,500 ล้านบาท สินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์ 5,400 ล้านบาท หรือ 83% ของพอร์ตลูกหนี้เงินให้สินเชื่อรวม ส่วนที่เหลือเป็นสินเชื่อทะเบียนรถยนต์ รถยนต์เพื่อการเกษตร และสินเชื่อบุคคล

สำหรับสินเชื่อทะเบียนรถในตลาดเป็นของธนาคารพาณิชย์ 53% ที่เหลือเป็นสินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน

MTLS ไม่มีคู่แข่งโดยตรง แต่ใกล้เคียงคือ บริษัท ศรีสวัสดิ์ พาวเวอร์ 1979 (SAWAD) ที่ปล่อยสินเชื่อทะเบียนรถเพียงเล็กน้อย ส่วนใหญ่เน้นบ้านและที่ดินมากกว่า บริษัท ซีเอฟจี เซอร์วิส (CFGS) ภายใต้ชื่อผลิตภัณฑ์เงินติดล้อ และบริษัท นิ่มซี่เส็ง โดย CFGS มียอดลูกหนี้รวมอันดับหนึ่ง สิ้นปี 2556 ที่ 1 หมื่นล้านบาท รองลงมาคือ MTLS 5,800 ล้านบาท และ SAWAD 5,700 ล้านบาท

MTLS เอ็นพีแอลต่ำกว่าคู่แข่งและมีผลิตภัณฑ์การเงินน้อยกว่า CFGS และ SAWAD ซึ่งมีสินเชื่อแบบมีหลักประกันสำหรับบ้านและที่ดิน

ปัจจุบันบริษัทมีหนี้สินต่อทุน 2.5 เท่า และคาดว่าจะลดลงเหลือ 1.1 เท่า หลังขายไอพีโอที่จะเพียงพอขยายธุรกิจในสามปีข้างหน้า

MTLS เน้นลูกค้ารายย่อยที่ธนาคารและสถาบันการเงินไม่สามารถเข้าถึงเป็นบุคคล อาทิ ลูกจ้างโรงงาน ลูกจ้างทั่วไป ค้าขาย เกษตรกร ข้าราชการที่มีหลักประกันของตนเอง และมีแหล่งที่มารายได้ชัดเจนแม้มีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้สูง แต่บริษัทกำหนดวงเงินสินเชื่อเพียงครึ่งหนึ่งของรถใหม่ และมีเครื่องมือควบคุมดูแล บริหารหนี้ สามด้านคือ คุณภาพลูกหนี้ ความสามารถในการเก็บหนี้ และความสามารถในการบริหารหนี้ทำให้เอ็นพีแอลต่ำ

“เรามีหลักในการดำเนินธุรกิจสามข้อคือ ไม่เอาเปรียบลูกค้า ดอกเบี้ยปล่อยกู้ถูกกว่าเจ้าอื่น บริการดีมีน้ำเย็นให้ดื่ม และเลี้ยงลูกน้องดีมีโบนัส จ่ายปันผล พาเที่ยวต่างประเทศ” ชูชาติ กล่าว

บริษัทมีความรวดเร็วในการให้บริการโดยมีการอนุมัติสินเชื่อได้ภายใน 20 นาที แต่ยังคงนโยบายปล่อยสินเชื่อแบบรัดกุม

ชูชาติตั้งเป้าหมายจะเป็นผู้นำการให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์แก่ลูกค้ารายย่อยด้วยการขยายเครือข่ายเพิ่มขึ้นทั้งในต่างจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะภาคใต้ที่ปัจจุบันไปใต้สุดแค่ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้บริการครอบคลุมทุกพื้นที่

ล่าสุดไตรมาส 2 ที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิ 118 ล้านบาท ลดลง 16.4% จากไตรมาสแรก แต่เติบโตถึง 91.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากมีรายจ่ายสำรองหนี้หลังจากที่มีการโอนกลับเป็นรายได้ในงวดที่ผ่านมา ตามนโยบายระมัดระวัง จึงสำรองหนี้เพิ่มเติมเพื่อครอบคลุมความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

ทั้งนี้ หากไม่รวมสำรองหนี้เพิ่มกำไรไตรมาส 2 ยังเติบโต 3.4% จากไตรมาสแรกเป็น 61 ล้านบาท

MTLS ของเพ็ชรอําไพ

บริษัท เมืองไทย ลิสซิ่ง (MTLS) จดทะเบียนก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 22 พ.ย. 2535 ด้วยทุนจดทะเบียนเริ่มแรกจํานวน 2 ล้านบาท โดย ชูชาติ เพ็ชรอําไพ ประธานกรรมการ บริหาร ที่ปัจจุบันวัย 60 ปี และดาวนภา เพชรอําไพ อดีตผู้บริหารธนาคารกสิกรไทยที่เห็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจจากการที่เคยเป็นผู้บริหารธนาคารมาก่อน

ระยะแรกบริษัทให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ใหม่และเก่าทุกแบรนด์ผ่านผู้จัดจำหน่ายใน จ.พิษณุโลก และจังหวัดอื่นในเขตภาคเหนือตอนล่าง

ปี 2539 ที่ลูกค้าเริ่มผ่อนรถหมด ลูกค้าที่มีทะเบียนรถจะขอกู้โดยโอนลอย แต่ยังสามารถนำรถไปใช้งานได้ ทำให้เกิดธุรกิจบริการสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์เพื่อต่อยอดการให้บริการสินเชื่อแก่ลูกค้าที่ผ่อนชำระค่างวดตามสัญญาเช่าซื้อครบถ้วนแล้ว รวมทั้งเพิ่มประเภทไปสู่รถยนต์และรถเพื่อการเกษตร

ปี 2544 MTLS หยุดให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อเนื่องจากผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์เริ่มให้บริการเช่าซื้อแก่ลูกค้าเอง ทำให้จำนวนผู้ให้บริการเพิ่มขึ้น การแข่งขันสูงขึ้น

ปี 2549 เริ่มเข้าสู่ธุรกิจสินเชื่อบุคคลภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) โดยขยายบริการไปตามสาขาต่างๆ

MTLS มีบริษัทย่อย คือ เมืองไทย ลิสซิ่ง อินชัวรันส์ โบรกเกอร์ ดำเนินธุรกิจนายหน้าประกันวินาศภัย ให้บริการเสริมแก่ลูกค้าที่นำมาใช้บริการสินเชื่อของบริษัท

ปัจจุบันบริษัทให้บริการสินเชื่อทะเบียนรถแก่ลูกค้ารายย่อยทั่วไป โดยครอบคลุมรถประเภทต่างๆ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ รถยนต์ และรถเพื่อการเกษตร โดยลูกค้าที่มาขอสินเชื่อจะต้องส่งมอบสมุดคู่มือจดทะเบียนรถตัวจริง เพื่อเป็นหลักประกันโดยไม่ต้องจดทะเบียนโอนสิทธิในสมุดคู่มือจดทะเบียนรถ

นอกจากนี้ บริษัทยังให้บริการสินเชื่อส่วนบุคคลแก่กลุ่มลูกค้าเดิมของบริษัทที่มีประวัติการชําระดี ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2557 บริษัทมีสาขาทั้งสิ้น 454 สาขา กระจายตามภาคต่างๆ ยกเว้นภาคใต้

ณ ปัจจุบัน บริษัทมีทุนจดทะเบียนและทุนชําระแล้ว 1,575 ล้านบาท

โครงสร้างการดําเนินธุรกิจและที่มาของรายได้ของบริษัท

ธุรกิจการให้สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ของบริษัทเน้นไปที่รถจักรยานยนต์เป็นหลัก ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2557 บริษัทมียอดสินเชื่อทะเบียนรถจักรยานยนต์คิดเป็น 84.2% ของยอดการให้สินเชื่อรวม รองลงมาเป็นสินเชื่อทะเบียนรถยนต์คิดเป็น 12.3% รถเพื่อการเกษตรคิดเป็น 3.1% และสินเชื่อส่วนบุคคลคิดเป็น 0.4% ตามลําดับ

สำหรับความเสี่ยงของ MTLS คือ ดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งกระทบทั้งกลุ่มธุรกิจ โดยนักวิเคราะห์รายหนึ่งวิเคราะห์ว่าหากดอกเบี้ยขึ้นบริษัทจะกระทบเป็นอันดับ 4 ของกลุ่มเช่าซื้อ เพราะพึ่งพาหนี้ดอกเบี้ยลอยตัวมาก เช่นเดียวกับมีสัดส่วนสินเชื่อที่มีดอกเบี้ยคงที่ในปริมาณสูง

แนวโน้มการเติบโตของสินเชื่อทะเบียนรถจะยังเติบโตต่อเนื่องใน 4-5 ปีข้างหน้าตามรถจดทะเบียนอีกอย่างน้อย 23 ปี ทำให้บริษัทได้ดีจากความต้องการสินเชื่อนี้อยู่

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท