
เอกชนขานรับ ถกฑูตพาณิชย์ ฟื้นเชื่อมั่น
....ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
หลังการชุมนุมจบลง นอกเหนือจากการเยียวยาธุรกิจในประเทศแล้ว ภารกิจฟื้นฟูความเชื่อมั่นให้กับระบบเศรษฐกิจไทยในสายตาของชาวต่างชาติถือว่ามีความสำคัญไม่แพ้กัน
ดังนั้น ในวันที่ 7 มิ.ย.นี้ อลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ จึงได้เชิญทูตพาณิชย์ต่างประเทศ ประจำประเทศไทย 40 ประเทศ และประธานหอการค้าต่างประเทศ 30 แห่ง ร่วมประชุมหารือเพื่อฟื้นความเชื่อมั่น โดยเฉพาะการใช้โอกาสนี้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน ตลอดจนมาตรการเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นพร้อมๆ กับรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้เข้าร่วมประชุม
พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล กรรมการรองเลขาธิการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า มาตรการสร้างความเชื่อมั่น โดยการเชิญทูตต่างประเทศและหอการค้าต่างชาติเข้ามาชี้แจงโดยตรงถือเป็นเรื่องดี ที่จะทำให้การสื่อสารข้อมูลตรงกัน เกิดความชัดเจน ไม่สับสนเหมือนที่ผ่านมา
ขณะที่การเดินทางไปโรดโชว์ต่างประเทศก็ควรทำด้วย แต่ควรจะรอระยะเวลาอย่างน้อย 3 เดือน เพื่อรอให้ทูต หรือเจ้าหน้าที่ที่มารับฟังคำอธิบายจากรัฐบาลไทยไปกระจายผลก่อน รวมทั้งรัฐบาลต้องเร่งดำเนินการตามแผนปรองดองแห่งชาติ 5 ข้ออย่างเป็นรูปธรรม แล้วค่อยจัดคณะเดินทางไปโรดโชว์ เพื่อชี้แจงแนวทางที่ชัดเจนให้ชาวต่างชาติรับรู้ เพราะไทยมีปัญหาด้านการเมืองค่อนข้างบ่อย การที่ออกไปพูดบ่อยๆ ครั้ง โดยไม่เกิดการกระทำที่แท้จริง จะลดความน่าเชื่อถือลงได้
สำหรับกลุ่มประเทศที่ต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่น ได้แก่ กลุ่มประเทศคู่ค้าหลัก เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น สหภพยุโรป (อียู) จีน เป็นต้น
นอกจากนี้ รัฐบาลจะต้องให้ความสนใจเข้าช่วยเหลือนักธุรกิจต่างชาติที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในครั้งนี้ด้วย เพราะจะเป็นโอกาสสร้างความเชื่อมั่นให้นักธุรกิจเห็นว่าเมืองไทยพร้อมให้ความช่วยเหลือ ซึ่งกลุ่มนักธุรกิจเหล่านี้จะนำไปบอกต่อยังเครือข่าย รัฐบาลจึงต้องไม่ทิ้งโอกาสที่ดีนี้ไป
สมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า มาตรการสร้างความเชื่อมั่นเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำ และดีมากที่รัฐบาลให้ความสำคัญเริ่มดำเนินการอย่างรวดเร็ว ขณะนี้ความเชื่อมั่นของคู่ค้า นักลงทุนก็เริ่มเกิดขึ้น ในด้านของผู้ผลิตเองก็ช่วยยืนยันกับนักธุรกิจว่าไทยพร้อมที่จะเป็นฐานรองรับการผลิต และมีความพร้อมที่จะผลิตสินค้าส่งได้ในระยะเวลาที่กำหนด โดยมีรัฐบาลเป็นผู้สนับสนุนอีกทางหนึ่ง
นอกจากนี้ ภาคเอกชนเองก็จะช่วยเรียกความเชื่อมั่นกลับมาอีกทางหนึ่งด้วย โดยจะส่งหนังสือไปยังหอการค้าต่างประเทศ และสภาอุตสาหกรรมของประเทศคู่ค้าต่างๆ เพื่อชี้แจงสถานการณ์ในเมืองไทย และสร้างความมั่นใจกับนักธุรกิจต่างชาติถึงศักยภาพด้านการส่งออกและการลงทุนของไทย
“
รัฐบาลต้องพูดความจริงให้ต่างชาติฟัง ส่วนเอกชนจะเป็นกำลังเสริม ช่วยทำให้เกิดความเข้าใจอีกทาง” สมมาต กล่าว






