
วัดขุมพลังยักษ์ใหญ่ชิงเทสโก้ยึดผู้นำค้าปลีกไทย
หลังจากประสบปัญหาวิกฤตการเงินมาพักใหญ่ จนปัจจุบันเทสโก้ โลตัส มีหนี้สินสุทธิมากถึง 6,600 ล้านปอนด์ สูงเป็น 3.2 เท่าของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน และเกิดกระแสข่าวสะพัดว่า บริษัทแม่ของเทสโก้ โลตัส ตัดสินใจจะขายกิจการในประเทศไทยและเกาหลี แม้ว่าจะเป็นสาขาสร้างรายได้ให้กับบริษัทแม่ของเทสโก้ โลตัส โดยมีมูลค่าธุรกิจรวมกันถึง 9,000 ล้านปอนด์ แบ่งเป็นมูลค่าธุรกิจของเทสโก้ในเกาหลี 4,000 ล้านปอนด์ และประเทศไทย 5,000 ล้านปอนด์
หลังจากประสบปัญหาวิกฤตการเงินมาพักใหญ่ จนปัจจุบันเทสโก้ โลตัส มีหนี้สินสุทธิมากถึง 6,600 ล้านปอนด์ สูงเป็น 3.2 เท่าของกระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน และเกิดกระแสข่าวสะพัดว่า บริษัทแม่ของเทสโก้ โลตัส ตัดสินใจจะขายกิจการในประเทศไทยและเกาหลี แม้ว่าจะเป็นสาขาสร้างรายได้ให้กับบริษัทแม่ของเทสโก้ โลตัส โดยมีมูลค่าธุรกิจรวมกันถึง 9,000 ล้านปอนด์ แบ่งเป็นมูลค่าธุรกิจของเทสโก้ในเกาหลี 4,000 ล้านปอนด์ และประเทศไทย 5,000 ล้านปอนด์
เมื่อโฟกัสเฉพาะในส่วนของประเทศไทย พบว่า มียักษ์ใหญ่ในวงการธุรกิจไทยโดดเข้าร่วมแคนดิเดตแล้ว 3 ราย คือ บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ขณะที่ยักษ์ใหญ่ค้าปลีกระดับโลก อย่างวอลมาร์ต ก็สนใจจะเข้าชิงดีลครั้งนี้ด้วย เพราะสนใจ ที่จะเข้ามาลงทุนธุรกิจค้าปลีกในประเทศไทยนานแล้ว
แต่ใครจะเป็นผู้ชนะในครั้งนี้คงต้องวัดกันที่วาทศิลป์ และเงินมูลค่ามหาศาลที่มีอยู่ในกระเป๋า เพราะฝั่งของผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ในไทยเองแต่ละรายก็มีเงินหนากันพอสมควร
ไม่ว่าจะเป็น บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล ของตระกูลจิราธิวัฒน์ หรือบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ ของ เจริญ สิริวัฒนภักดี ซึ่งถือเป็นสองตัวเก็งในดีลใหญ่ครั้งนี้ โดยเฉพาะบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล ที่ขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงขาขึ้นของการทำธุรกิจค้าปลีก และมีนโยบายซื้อกิจการเพื่อขยายธุรกิจอยู่แล้ว
หากครั้งนี้ตระกูลจิราธิวัฒน์คว้าชัยชนะการเจรจาซื้อกิจการของห้างเทสโก้ โลตัสในประเทศไทยสำเร็จ ก็จะทำให้กลุ่มเซ็นทรัลมีธุรกิจค้าปลีกที่ครบวงจรและครอบคลุมกลุ่ม เป้าหมายทุกชนชั้น จากก่อนหน้านี้เคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ แต่หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้น ส่งผลให้จำนวนหุ้นที่ตระกูลจิราธิวัฒน์ถือในห้างบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์เหลือเพียง 20% ดังนั้นครั้งนี้อาจเป็นการ แก้เกมเพื่อกลับเข้ามาในธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตอีกครั้งของตระกูลจิราธิวัฒน์
ขณะที่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ การตัดสินใจร่วมชิงดำ ซื้อเทสโก้ โลตัส เหตุผลคงไม่ต่างจากตระกูลจิราธิวัฒน์ มากนัก เนื่องจากโดยส่วนตัว เจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกลุ่มไทยเบฟฯ สนใจธุรกิจค้าปลีกอย่างมาก เพราะต้องการให้ธุรกิจในเครือครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ ทำให้ ที่ผ่านมาได้เข้าร่วมแคนดิเดตซื้อกิจการค้าปลีก เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจหลายครั้งทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศในอาเซียน
สำหรับเครือเจริญโภคภัณฑ์ของตระกูลเจียรวนนท์ แม้ว่าครั้งนี้จะมีการวิเคราะห์ว่าไม่ใช่ตัวเก็งในการแข่งขัน เนื่องจากเพิ่งใช้เงินก้อนโตซื้อกิจการห้างแม็คโครไปเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา แต่หากฮึดสู้ยอมควักเงินก้อนโตซื้อกิจการห้างเทสโก้ โลตัสสำเร็จ จะทำให้เครือเจริญโภคภัณฑ์มีความแข็งแกร่ง ในด้านของธุรกิจค้าปลีกขึ้นมาทันที จากปัจจุบันที่มีทั้งธุรกิจ ค้าส่ง ร้านสะดวกซื้อ ซูเปอร์มาร์เก็ต และร้านจำหน่ายอาหารขนาดเล็กอยู่แล้ว
แหล่งข่าวจากวงการค้าปลีก วิเคราะห์ว่า กรณีที่มีกระแสข่าวออกมาว่าบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ และเครือเจริญโภคภัณฑ์ มีความสนใจที่จะเข้าซื้อกิจการของบริษัท เอกชันดิสทริบิวชัน ซิสเทม ผู้ดำเนินธุรกิจห้างเทสโก้ โลตัส ในประเทศไทยนั้น มองว่าในส่วนของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ไม่น่าจะมีความเป็นไปได้ที่จะเข้าซื้อกิจการของห้างเทสโก้ โลตัส เนื่องจากที่ผ่านมาได้กู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินถึง 1.8 แสนล้านบาท เพื่อใช้ในการเข้าซื้อกิจการบริษัท สยามแม็คโคร และได้ขายหุ้นกู้ตั้งแต่ปลายปี 2556 จนถึงปัจจุบันคิดเป็นวงเงินรวม 1.3 แสนล้านบาท เหลือวงเงินหุ้นกู้อีก 5 หมื่นล้านบาทจึงไม่น่าจะก่อหนี้ ก้อนใหม่
สำหรับอีก 2 บริษัท คือ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มีความเป็นไปได้ เนื่องจากนายเจริญ สิริวัฒนภักดี มีความสนใจที่จะมีธุรกิจห้างค้าปลีกเป็นของตัวเองมานานแล้ว เช่นเดียวกับบริษัท กลุ่มเซ็นทรัล ซึ่งมีความเป็นไปได้อย่างมากที่จะเข้ามาซื้อกิจการของห้างเทสโก้ โลตัส เนื่องจากเป็นบริษัทที่มีความชำนาญในด้านของธุรกิจค้าปลีก และขณะนี้ก็อยู่ในช่วงขาขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มอิออน จากญี่ปุ่น ถือเป็นผู้ประกอบการอีกรายที่สนใจเข้ามาซื้อเทสโก้ โลตัส ในไทย เพราะต้องการขยายธุรกิจในภูมิภาคนี้ เพื่อต่อยอดธุรกิจซูเปอร์มาร์เก็ต แม็กซ์แวลูที่เข้ามาขยายสาขาในไทย รวมถึงกลุ่มแดรี่ฟาร์ม ซูเปอร์มาร์เก็ตจากสิงคโปร์ ที่สนใจกับการซื้อกิจการ ในครั้งนี้ด้วย
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของไทยเบฟเวอเรจเอง ก่อนหน้านี้ก็ใช้เงินก้อนใหญ่รวมกว่าแสนล้านบาท เข้าซื้อกิจการ เอฟแอนด์เอ็น ที่สิงคโปร์ มูลค่าถึง 3 แสนล้านบาท และห้างเมโทร ที่เวียดนาม 2.8 หมื่นล้านบาท หากจะร่วม ชิงดีลใหญ่ครั้งนี้ ไทยเบฟฯ ต้องหาเงินก้อนโตอีกครั้ง
ขณะที่กลุ่มเซ็นทรัล ก่อนหน้านี้บิ๊กซีได้เข้าไปซื้อกิจการคาร์ฟูร์อยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเบื้องต้นคาดว่า การเข้าซื้อกิจการห้างเทสโก้ โลตัส น่าจะต้องใช้เงินมูลค่าไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท โดยพิจารณาจากกระแสเงินสด 6 หมื่นล้านบาท และรวมรายได้ร่วม 1 แสนล้านบาท
ใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะกำเงินก้อนโตฮุบกิจการห้างเทสโก้ โลตัสในไทย อีกไม่นานเกินรอรู้กัน แต่ที่แน่ๆ คือ ใครได้เป็นเจ้าของเทสโก้ โลตัส ย่อมหมายถึงตำแหน่งผู้นำธุรกิจค้าปลีกค้าส่งมูลค่า 1.6 ล้านล้านบาท อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม
หากเซ็นทรัลได้จะทำให้เซ็นทรัลยึดตำแหน่งผู้นำธุรกิจค้าปลีกมูลค่า
รู้กัน แต่ที่นอนรอได้เลยคือ ใครได้เทสโก้โลตัสไทยไป เท่ากับได้ตำแหน่งผู้นำค้าปลีกไปครึ่งตลาดได้







