
ดัชนีหุ้น3พ.ย.ปิดภาคเช้าเพิ่ม1.17จุด
หุ้นไทยวันที่ 3 พ.ย. ปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,585.33 จุด เพิ่มขึ้น 1.17 จุด มูลค่าการซื้อขาย 29,807.41 ล้านบาท
หุ้นไทยวันที่ 3 พ.ย. ปิดตลาดภาคเช้าที่ 1,585.33 จุด เพิ่มขึ้น 1.17 จุด มูลค่าการซื้อขาย 29,807.41 ล้านบาท
ตลาดหุ้นไทยวันที่ 3 พ.ย. เปิดตลาดแกว่งตัวในแดนบวกตลอดการซื้อขายในภาคเช้า และปิดภาคเช้าที่ระดับ 1,585.33 จุด เพิ่มขึ้น 1.17 จุด หรือ 0.07% มูลค่าการซื้อขาย 29,807.41 ล้านบาท
5 อันดับหุ้นที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด
1.SCB ปิดที่ 181 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท หรือ 1.97% มูลค่าการซื้อขาย 1,403 ล้านบาท
2.BA ปิดที่ 23.50 บาท ลดลง 1.50 บาท หรือ 6% มูลค่าการซื้อขาย 1,223 ล้านบาท
3.LHBANK ปิดที่ 1.99 บาท เพิ่มขึ้น 0.17 บาท หรือ 9.34% มูลค่าการซื้อขาย 1,037 ล้านบาท
4.AEC ปิดที่ 1.87 บาท เพิ่มขึ้น 0.07 บาท หรือ 3.89% มูลค่าการซื้อขาย 731 ล้านบาท
5.KBANK ปิดที่ 233 บาท ลดลง 3 บาท หรือ 1.27% มูลค่าการซื้อขาย 619 ล้านบาท
บล.ทิสโก้ ระบุว่า ดัชนีหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นได้แต่ไม่ได้แรงมากนัก โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากเมื่อท้ายสัปดาห์ที่ผ่านมา ตอบรับมาตรการของธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) ด้วยการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพิ่มเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ
ผลดังกล่าวน่าจะทำให้ดัชนีหุ้นขึ้นต่อได้แต่อาจไม่ได้แรงนัก และจะมีเม็ดเงินทริกเกอร์ฟันด์อีก 3 กอง จ่อเข้าลงทุนในกลางสัปดาห์นี้ (5 พ.ย.) เป็นต้นไป มองแนวต้านที่ระดับ 1,590-1,595 จุด และแนวรับที่ 1,575-1,580 จุด
สำหรับกลยุทธ์การลงทุน ทางฝ่ายวิจัยประเมินว่า ช่วงระยะสั้น ๆ นี้เป็นจังหวะขายเพื่อรับรู้กำไรจากดัชนีราคาหุ้นที่ปรับตัวเพิ่ม เพราะมอง ดัชนีหุ้นระดับ 1,580 จุด ยังไม่เสถียร แม้จะคาดว่าธนาคารกลางยุโรป จะทำ “Public QE” ภายในไตรมาสแรกของปีหน้า แต่เชื่อว่ายังไม่รีบร้อนทำในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันที่ 6 พ.ย.นี้ เนื่องจากน่าจะรอดูผลการเข้าซื้อ Covered Bonds และ/หรือ TLTRO ที่จะเปิดให้กู้รอบ 2 ในเดือน ธ.ค.นี้ก่อน รวมทั้งการตอบรับของตลาดหลัง BOJ ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดังนั้นจึงอาจกระตุ้นให้เกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นได้ในช่วงปลายสัปดาห์นี้
อย่างไรก็ดี ภาพรวมยังมอง SET ก่อนสิ้นปีนี้จะขึ้นเหนือระดับ 1,600 จุดได้ในที่สุด และจะขึ้นทดสอบ ระดับ 1,650-1,700 จุด ภายในแรกของปี 2558







