posttoday
เงินทุนไหลเข้าไตรมาส3อื้อ

เงินทุนไหลเข้าไตรมาส3อื้อ

03 พฤศจิกายน 2557

ธปท.ชี้นักลงทุนเชื่อมั่นพื้นฐานเศรษฐกิจต่างชาติหอบเงินซื้อหุ้นและตราสารหนี้

ธปท.ชี้นักลงทุนเชื่อมั่นพื้นฐานเศรษฐกิจต่างชาติหอบเงินซื้อหุ้นและตราสารหนี้

ไตรมาส 3 เงินทุนไหลเข้า 7.07 หมื่นล้านบาท คาดเป็นทุนจีนไหลมาลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมของไทย

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดุลบัญชีทุนเคลื่อนย้ายล่าสุด ณ สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมาว่า ไตรมาสนี้มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 2,173 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.07 หมื่นล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ระดับ 32.55 บาท/เหรียญสหรัฐ เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มีเงินทุนไหลออกสุทธิ 1,140 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.71 หมื่นล้านบาท

ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการไหลเข้า ของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่เร่งตัวขึ้นในเดือน ก.ย. เพราะมีการเข้ามาลงทุนซื้อกิจการในธุรกิจ โทรคมนาคมของนักลงทุนจีน บวกกับมีการไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงมีการกู้ยืม เงินระยะสั้นที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อปรับฐานะของธนาคารพาณิชย์ด้วย ซึ่งหากพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่าในไตรมาสนี้มีเอฟดีไอไหลเข้ามากถึง 5,771 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.88 แสนล้านบาท สะท้อนภาพความเชื่อมั่นที่ดีของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทย

อย่างไรก็ดี ในอีกด้านก็มีเงินไหลออกของเงินที่คนไทยบางส่วนนิยมไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น รวมทั้งการไหลออกจากการให้สินเชื่อการค้าแก่บริษัทในเครือและคู่ค้าอื่นๆ ในต่างประเทศด้วย

สำหรับเงินทุนไหลเข้า เฉพาะในเดือน ก.ย. ดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกสุทธิ 801 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่เคยมีการไหลออกสุทธิ 1,718 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.6 หมื่นล้านบาท จากนักลงทุนต่างชาติบางส่วนขายหุ้นและตราสารหนี้ไทย

อย่างไรก็ดี การไหลออกของเงินดังกล่าวไม่ได้น่ากังวล เพราะไหลออกจากการที่นักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ และบางส่วนไหลออกเพราะการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นที่ครบกำหนดของสถาบันการเงินไทย

นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่า เดือน ก.ย.ที่เงินทุนไหลออกสุทธิไม่ได้น่าห่วง เพราะเป็นการไหลออกที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ตามการขายพันธบัตรระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติ ธนาคารพาณิชย์ปรับฐานะเงินตราต่างประเทศตามปกติ และคนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและฮ่องกงมากขึ้น

อย่างไรตาม การเข้ามาลงทุนโดยตรงของต่างชาติ เป็นแนวโน้มที่ดี สะท้อนภาพความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อพื้นฐานเศรษฐกิจไทย

ธปท.ชี้สินเชื่อหัวปักตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า สินเชื่อภาพรวมเดือนก.ย.โตแค่ 5.2% แต่ถึงสินเชื่อจะโตน้อยก็ไม่กระทบหนี้เสียเพิ่ม

นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า การขยายตัวของสินเชื่อ ณ สิ้นเดือนก.ย. ที่ผ่านมาขยายตัวชะลอลง โดยสินเชื่อรวมขยายตัว 5.2% จากระยะเดียวกันปีก่อน ส่วนสินเชื่อของภาคครัวเรือนขยายตัว 7.4% และสินเชื่อภาคธุรกิจขยายตัว 2.3% ซึ่งเป็นการชะลอตัวสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ

ประกอบกับธุรกิจบางส่วนโดยพาะรายใหญ่สามารถระดมทุนผ่านช่องทางอื่น ที่ผ่านมาทั้งตลาดตราสารหนี้และตราสารทุนได้ เช่น การออกหุ้นกู้ภาคเอกชนซึ่งมีต้นทุนที่ต่ำกว่าเพิ่มขึ้น ทำให้พึ่งเงินกู้จากธนาคารพาณิชย์น้อยลง บวกกับธนาคารพาณิชย์เองยังคงเข้มวงดกับการปล่อยกู้แก่ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีอยู่ แต่ก็ไม่ได้เข้มงวดในมาตรฐานการปล่อยกู้ขึ้นแต่อย่างใด ทำให้สินเชื่อขยายตัวได้ลดลง

ทั้งนี้ หากดูจากรายงานธปท.ในเรื่องการให้สินเชื่อของสถาบันการเงินที่รับฝากเงิน ล่าสุดในเดือนก.ย.ที่ผ่านมาจะพบว่า สินเชื่อชะลอตามการชะลอปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์ที่ปล่อยให้แก่ภาคธุรกิจ ซึ่งก็เป็นไปตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า ทำให้นักลงทุนภาคเอกชนชะลอการกู้ยืมและมีความต้องการกู้ยืมเงินลงทุนลดลงไปด้วย อย่างไรก็ดี สินเชื่อชะลอลงมาต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนม.ค.ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ขณะที่เอ็นพีแอลรวมทั้งระบบอยู่ที่ 2.9 แสนล้านบาท หรือ 2.52% ของสิเนชื่อรวม

“ก็ยอมรับว่าสินเชื่อขยายตัวชะลอลง แต่ก็ถือว่าสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจและความต้องการสินเชื่อที่ลดลง ส่วนตัวมองว่าการที่สินเชื่อชะลอลงมาตั้งแต่ต้นปีไม่น่าจะมีผลให้ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้หรือเอ็นพีแอลในระบบแบงก์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจนน่าห่วง เพราะว่ายอดหนี้เสียไม่ได้เร่งขึ้นมาก ที่สำคัญที่สินเชื่อชะลอก็เป็นเพราะภาคธุรกิจหันไประดมทุนผ่านช่องทางอื่นแทนการกู้แบงก์ ภาวะดังกล่าวจึงไม่น่าจะไปกดดันหนี้เสียให้เพิ่มขึ้น” นางรุ่งกล่าว

ทั้งนี้ ธปท.รายงานยอดคงค้างสินเชื่อของภาคสถาบันการเงิน ณ สิ้นเดือนก.ย.อยู่ที่ 15 ล้านล้านบาท คิดเป็นการขยายตัว 5.2% จากระยะเดียวกันปีก่อน ส่วนเงินฝากของสถาบันการเงินรับฝากอยูที่ 15.84 ล้านล้านบาทคิดเป็นการขยายตัว 2.7% จากระยะเดียวกันปีก่อน โดยสัดส่วนสิเนชื่อต่อเงินฝากรวมตั๋วแลกเงินของระบบธนาคาร ณ เดือนก.ย.อยู่ที่ 98.1% เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากก่อนหน้าที่ 97.8% โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เฉลี่ยของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 แห่งอยู่ที่ 6.75% ที่คงเมื่อเทียบปับเดือนก่อนหน้า

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท