
ไฮเออร์ยกไทยคุม3ประเทศ
ไฮเออร์ปั้นไทยขึ้นศูนย์กลางดูตลาด พม่า ลาว กัมพูชา หวัง 5 ปีรายได้พุ่งกว่า 3 หมื่นล้านบาท
ไฮเออร์ปั้นไทยขึ้นศูนย์กลางดูตลาด พม่า ลาว กัมพูชา หวัง 5 ปีรายได้พุ่งกว่า 3 หมื่นล้านบาท
นายโยชิอากิ อิโตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไฮเออร์ เอเชีย ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าไฮเออร์ เปิดเผยว่า บริษัทแม่ ไฮเออร์ กรุ๊ป จากประเทศจีน ให้ความสำคัญกับตลาดไทยเป็นอันดับแรกของภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ปี 2558 จะเริ่มเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี จึงได้วางยุทธศาสตร์ให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนหรือฮับ ที่ดูแลตลาดพม่า ลาว และกัมพูชา
ทั้งนี้ อยู่ระหว่างการพิจารณาตั้งสำนักงานภูมิภาคย่อยของอาเซียนในประเทศไทย โดยจะขึ้นตรงกับสำนักงานใหญ่ของภูมิภาคเอเชียที่ประเทศญี่ปุ่น หลังจากเพิ่งอนุมัติงบลงทุนสร้างศูนย์อบรมกลุ่มสินค้าเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์สำหรับทุกประเทศในอาเซียนไปแล้ว โดยจะเปิดดำเนินการได้ในไตรมาสแรกของปี 2558 ที่บริเวณเดียวกับโรงงานผลิตที่ จ.ปราจีนบุรี
นอกจากนี้ ในอีก 1-2 เดือนข้างหน้า บริษัทมีแผนจะเปิดรูปแบบธุรกิจใหม่ในไทยเป็นประเทศแรกของโลก ซึ่งเป็นรูปแบบธุรกิจที่ผสมผสานระหว่างอีคอมเมิร์ซ และโซเชียลมีเดีย เนื่องจากกำลังได้รับความนิยมอย่างมากจากคนไทย โดยเฉพาะเฟซบุ๊กและไลน์ที่มีมากกว่าในประเทศญี่ปุ่น ทั้งที่ประชากรญี่ปุ่นมากกว่าไทยเท่าตัว
"ไทยจะเป็นศูนย์กลางสนับสนุน ทั้งด้านการตลาดและการฝึกอบรม โดย จะโฟกัสไปที่ธุรกิจเครื่องปรับอากาศเชิงพาณิชย์ เพราะมองว่ามีโอกาสสูงจากการที่ลาว พม่า และกัมพูชา กำลังมีโครงการใหม่ๆ เกิดขึ้นเป็นจำนวนมาก โดยปีหน้า จะรุกตลาดอย่างจริงจัง จากก่อนหน้านี้ ได้บุกตลาดฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียไปแล้ว" นายอิโตะ กล่าว
ขณะเดียวกัน ตลาดอาเซียนยังเป็นตลาดที่เติบโตที่สุดของไฮเออร์ ซึ่งหลังจากวางแผนบุกตลาดอย่างจริงจัง คาดว่า จะผลักดันให้ยอดขายของภูมิภาคอาเซียนเติบโตในระดับตัวเลข 2 หลักทุกปี พร้อมทั้งวางเป้าหมายใน 5 ปีจะมียอดขายเติบโตเท่าตัว จากรายได้ปีที่ผ่านมาราวกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะเพิ่มเป็นกว่า 3 หมื่นล้านบาท
สำหรับการลงทุนในไทยของปีหน้า จะใช้งบมากกว่าปีนี้แน่นอน หากแผนบุก 3 ประเทศดังกล่าวได้รับการตอบรับที่ดี โดยบริษัทจะวางแผนนำเครื่องปรับอากาศ เชิงพาณิชย์มาประกอบที่โรงงานผลิตที่ จ.ปราจีนบุรี หรือสร้างโรงงานแห่งใหม่ ขึ้นมา และในเดือน พ.ย.นี้ จะนำสินค้า กลุ่มใหม่ คือ เครื่องทำน้ำอุ่น มาเริ่มทำตลาด จากนั้นในปี 2558 จะเริ่มบุกตลาดสินค้ากลุ่มเครื่องครัวต่อไป
นายอิโตะ กล่าวว่า ปัจจุบันไฮเออร์ดำเนินธุรกิจด้วยกัน 3 กลุ่มธุรกิจ คือ กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ได้แก่ ตู้เย็น ซึ่งปีที่ผ่านมาส่วนแบ่ง 19.8% เครื่องซักผ้ามีส่วนแบ่งตลาด 16.1% ที่เหลือเป็นกลุ่มทีวีและเครื่องปรับอากาศ กลุ่มธุรกิจเชิงพาณิชย์ และกลุ่มธุรกิจการเงิน โดยปีที่ผ่านมารายได้ตลาดญี่ปุ่นและอาเซียนมากกว่า 3 หมื่นล้านบาท
"โครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ดีอยู่แล้ว ไฮเออร์มองประเทศไทยยังมีโอกาสโตได้อีกมาก ซึ่งบริษัทแม่พร้อมที่จะเดินหน้าลงทุนในไทยอย่างเต็มที่ แต่ขณะนี้ยังไม่มีแผนที่จะขยายธุรกิจใหม่ๆ เพิ่มเติม ส่วนการรุกตลาดลาว วันที่ 5 พ.ย.จะเข้าไปพบกับรัฐบาล" นายอิโตะ กล่าว







