
เงินทุนไหลเข้าไตรมาส3อื้อ
ไตรมาส 3 เงินทุนไหลเข้า 7.07 หมื่นล้านบาท คาดเป็นทุนจีนไหลมาลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมของไทย
ไตรมาส 3 เงินทุนไหลเข้า 7.07 หมื่นล้านบาท คาดเป็นทุนจีนไหลมาลงทุนในธุรกิจโทรคมนาคมของไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดุลบัญชีทุนเคลื่อนย้ายล่าสุด ณ สิ้นไตรมาส 3 ที่ผ่านมาว่า ไตรมาสนี้มีเงินทุนไหลเข้าสุทธิ 2,173 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 7.07 หมื่นล้านบาท หากคิดอัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันที่ระดับ 32.55 บาท/เหรียญสหรัฐ เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่มีเงินทุนไหลออกสุทธิ 1,140 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3.71 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ เป็นผลมาจากการไหลเข้า ของเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ที่เร่งตัวขึ้นในเดือน ก.ย. เพราะมีการเข้ามาลงทุนซื้อกิจการในธุรกิจ โทรคมนาคมของนักลงทุนจีน บวกกับมีการไหลเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นและตลาดตราสารหนี้ไทยของนักลงทุนต่างชาติอย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงมีการกู้ยืม เงินระยะสั้นที่นำเข้ามาจากประเทศเพื่อปรับฐานะของธนาคารพาณิชย์ด้วย ซึ่งหากพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่าในไตรมาสนี้มีเอฟดีไอไหลเข้ามากถึง 5,771 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.88 แสนล้านบาท สะท้อนภาพความเชื่อมั่นที่ดีของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อเศรษฐกิจไทย
อย่างไรก็ดี ในอีกด้านก็มีเงินไหลออกของเงินที่คนไทยบางส่วนนิยมไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น รวมทั้งการไหลออกจากการให้สินเชื่อการค้าแก่บริษัทในเครือและคู่ค้าอื่นๆ ในต่างประเทศด้วย
สำหรับเงินทุนไหลเข้า เฉพาะในเดือน ก.ย. ดุลเงินทุนเคลื่อนย้ายไหลออกสุทธิ 801 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท ชะลอลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่เคยมีการไหลออกสุทธิ 1,718 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 5.6 หมื่นล้านบาท จากนักลงทุนต่างชาติบางส่วนขายหุ้นและตราสารหนี้ไทย
อย่างไรก็ดี การไหลออกของเงินดังกล่าวไม่ได้น่ากังวล เพราะไหลออกจากการที่นักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ และบางส่วนไหลออกเพราะการชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นที่ครบกำหนดของสถาบันการเงินไทย
นางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่า เดือน ก.ย.ที่เงินทุนไหลออกสุทธิไม่ได้น่าห่วง เพราะเป็นการไหลออกที่ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า ตามการขายพันธบัตรระยะสั้นของนักลงทุนต่างชาติ ธนาคารพาณิชย์ปรับฐานะเงินตราต่างประเทศตามปกติ และคนไทยไปลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกาและฮ่องกงมากขึ้น
อย่างไรตาม การเข้ามาลงทุนโดยตรงของต่างชาติ เป็นแนวโน้มที่ดี สะท้อนภาพความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่อพื้นฐานเศรษฐกิจไทย







