
สนุกกับการลงทุน
ว่ากันว่าการลงทุนปีหน้าไม่ง่าย และน่าจะเป็น “ปีปราบเซียน” ขนาดกูรูด้านการลงทุน
ว่ากันว่าการลงทุนปีหน้าไม่ง่าย และน่าจะเป็น “ปีปราบเซียน” ขนาดกูรูด้านการลงทุน อย่าง ไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ยังออกปากยอมรับว่า ปี 2558 จะเป็นปีที่ท้าทายความสามารถของนักลงทุนมากที่สุดในรอบ 6 ปีที่ผ่านมา เพราะจะหวังเงินไหลมาเทมาจากการอัดฉีดสภาพคล่องของสหรัฐก็ไม่มีแล้ว แถมดอกเบี้ยที่เคยต่ำมากๆ ก็จะเริ่มขยับขึ้นกันแล้ว
แม้ว่ามันจะยาก แต่เราก็ยังสนุกกับการลงทุนได้ โดยเฉพาะมือใหม่ที่อยากจะลองสนามทดสอบฝีมือ เพราะขาดทุนได้ไม่อายใคร (ก็บอกแล้วว่ามันยาก) แต่ถ้ากำไรก็เท่ากับสอบผ่าน
และถ้าคิดจะลงสนามต้องทำความรู้จักกับคำศัพท์ที่เกี่ยวกับการลงทุน เพราะหลังจากนี้คำเหล่านี้ (และอีกหลายๆ คำ) จะวนเวียนอยู่รอบๆ ตัวเรา เพราะฉะนั้นเรามาเริ่มท้าทายความสามารถด้วยการเติมคำในช่องว่าง จะได้รู้ว่าเราคุ้นเคยกับคำศัพท์พวกนี้มากแค่ไหน
llแนวนอน
1.เรียกสั้นๆ ว่า “พอร์ต” หมายถึง หลักทรัพย์ทั้งหมดที่เราลงทุนอยู่ และแน่นอนว่า ต้องไม่ได้มีแค่ 1 เพราะถ้าจะเรียกว่า พอร์ต ต้องมีหลักทรัพย์อย่างน้อย 2 ตัวขึ้นไป เช่น มีหุ้น 2 ตัวขึ้นไป นั่นเพราะการสร้างพอร์ตก็เพื่อกระจายความเสี่ยง ด้วยการลงทุนสินทรัพย์ที่หลากหลาย
4.ราคาเสนอขาย หรือราคาขายที่ต่ำที่สุดของแต่ละหลักทรัพย์ที่มีการเสนอขายเข้ามาในระบบ เพราะในขณะใดขณะหนึ่งอาจจะมีราคาเสนอขายเข้ามาหลายราคา แต่ระบบซื้อขายที่ตลาดหลักทรัพย์จะแสดงราคาเสนอขายต่ำที่สุดไว้ ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ว่า ผู้เสนอขายที่ราคาต่ำกว่าควรได้สิทธิขายก่อน
7.ทุกสัปดาห์ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) จะเปิดรายชื่อหลักทรัพย์ที่มีการซื้อขายอย่างหนาแน่น หรือมีอัตราหมุนเวียนหนาแน่นตามสูตรที่ ก.ล.ต.กำหนด เพื่อให้นักลงทุนระมัดระวังที่จะลงทุนในหลักทรัพย์ดังกล่าว
8.ถ้าเรียกย่อๆ ก็บอกว่า S.D. ซึ่งช่วยบอกความผันผวนของหลักทรัพย์ โดยหลักทรัพย์ที่มีค่า S.D. สูงๆ หมายความว่า มีโอกาสที่จะบวกหรือลบไปจากค่าเฉลี่ยได้มาก หรือจะแปลว่าเป็นหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูงก็ได้
12.ระบบที่จัดให้มีกระบวนการและโครงสร้างของภาวะผู้นำและการควบคุมของกิจการให้มีความรับผิดชอบตามหน้าที่ด้วยความโปร่งใส และสร้างความสามารถในการแข่งขันเพื่อรักษาเงินลงทุนและเพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้ถือหุ้นในระยะยาวภายในกรอบการมีจริยธรรมที่ดีโดยรวมประกอบ
13.ในภาษาไทยเราจะเรียกเขาว่า บริษัทหลักทรัพย์ ที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าค้าหลักทรัพย์ เพราะฉะนั้นถ้าคิดจะลงทุนหุ้นต้องทำความรู้จักพวกเขาเอาไว้ และถ้าถูกใจที่ไหนก็ค่อยเลือกใช้บริการ
14.ราคาเสนอซื้อ เป็นราคาที่นักลงทุนเสนอจะซื้อหลักทรัพย์ โดยในขณะใดขณะหนึ่งอาจมีคนเสนอราคาเสนอซื้อเข้ามาหลายระดับราคา ระบบการซื้อขายจะจัดเรียงคำสั่งที่มีราคาเสนอซื้อสูงกว่าอยู่ในลำดับแรก เพื่อรอการจับคู่การซื้อขาย โดยราคาที่ดีที่สุดในที่นี้มีหลักเกณฑ์ว่า ผู้เสนอซื้อที่ให้ราคาสูงกว่าควรได้สิทธิซื้อก่อนผู้เสนอซื้อรายอื่นๆ
20.แปลตรงไปตรงมาว่า “ผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น” (Return on Equity) ซึ่งคำนวณโดยนำกำไรสุทธิหารด้วยส่วนของผู้ถือหุ้น ตัวเลขยิ่งสูงก็ยิ่งดี เพราะแสดงว่าเงินที่เราลงทุนไปให้ผลตอบแทนสูง
22.วิธีการวิเคราะห์หลักทรัพย์ โดยใช้ราคาและปริมาณการซื้อขายเป็นข้อมูลแสดงเป็นแผนภูมิ เช่น กราฟ เพื่อดูรูปแบบการเคลื่อนไหวของราคาในอดีต เพื่อจะใช้กำหนดหรือคาดหมายแนวโน้มของราคาในอนาคตของหลักทรัพย์นั้น โดยทั่วไปการวิเคราะห์ทางเทคนิคจะใช้วิเคราะห์เพื่อคาดหมายแนวโน้มในระยะสั้นหรือระยะกลาง เพื่อเลือกจังหวะเวลาในการเข้าซื้อขาย รวมทั้งมองแนวโน้มในระยะยาวได้ด้วย
23.ตัวย่อของ Equity Exchange Traded Fund ซึ่งเป็นกองทุนรวมที่สามารถซื้อขายผ่านตลาดหลักทรัพย์ได้เหมือนหุ้นตัวหนึ่ง โดยกองทุนจะลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนเลียนแบบดัชนีในดัชนีหนึ่ง เช่น ดัชนีหุ้นไทย ดัชนีหุ้นต่างประเทศ ราคาทองคำ
24.เป็นตัวย่อของคำว่า Initial Public Offering หรือการเสนอขายหุ้นใหม่แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก
25.เพราะการลงทุนมี “ความเสี่ยง” นักลงทุนจึงควรลงทุนด้วยความระมัดระวัง และที่สำคัญต้องลงทุนให้เหมาะกับระดับการยอมรับความเสี่ยงของตัวเราเอง
26.ใบมอบฉันทะหรือหนังสือซึ่งผู้ถือหุ้นลงลายมือชื่อมอบฉันทะให้ผู้อื่นใช้สิทธิในการออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นแทน (ถ้าไม่มีเหตุจำเป็น เราในฐานะผู้ถือหุ้นควรเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้น เพราะอย่างน้อยจะได้รู้ว่า ผู้บริหารบริษัทมีมุมมองต่อเศรษฐกิจและธุรกิจอย่างไรบ้าง)
27.หุ้นของบริษัทขนาดใหญ่ที่สามารถทำผลกำไรให้เติบโตและจ่ายปันผลได้ต่อเนื่อง มีชื่อเสียงในด้านคุณภาพของผู้บริหาร สินค้า และการให้บริการ จึงถูกจัดให้เป็นหุ้นชั้นดี
28.กำไรจากการขายหุ้นได้ในราคาสูงกว่าราคาที่ซื้อมา ซึ่งกำไรจากการซื้อขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ รวมทั้งกำไรจากการขายกองทุนรวมจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้
29.ช่วงระยะเวลาที่ตลาดหลักทรัพย์ห้ามผู้บริหาร ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ผู้เกี่ยวข้องกับผู้บริหาร ผู้เกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของบริษัทจดทะเบียนใหม่ นำหุ้นที่ถืออยู่ออกขาย โดยทั่วไปช่วงเวลาห้ามขายหุ้นจะประมาณ 6 เดือน นับแต่วันแรกที่ให้มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ แต่ในบางกรณีอาจจะกำหนดให้นานกว่า 6 เดือนก็ได้ แต่ไม่เกิน 3 ปี
llแนวตั้ง
1.นักวิเคราะห์มักจะใช้อัตราส่วนนี้บอกว่า ตอนนี้ราคาหุ้น หรือดัชนีหุ้น ถูกหรือแพง รวมทั้งเปรียบเทียบความน่าสนใจลงทุนของหุ้นและดัชนีที่แตกต่างกัน นั่นคือ อัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไร ซึ่งคำนวณได้จากราคาหุ้น หารด้วยกำไรสุทธิของบริษัทนั้น (สามารถคำนวณทั้งกำไรปีที่ผ่านมา และ คาดการณ์กำไรในปีข้างหน้า) ตัวเลขยิ่งมาก แสดงว่ายิ่งแพง โดยอีกนัยหนึ่ง อัตราส่วนนี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนยินดีจะลงทุนจ่ายเงินซื้อหุ้นนั้นเป็นกี่เท่าของทุกๆ 1 บาท ของกำไรสุทธิของบริษัท
2.ตัวย่อของคำว่า Net Asset Value หรือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิ โดยส่วนใหญ่จะใช้กับกองทุนรวม ซึ่งหมายถึงทรัพย์สินของกองทุนรวมตามราคาตลาดหักด้วยหนี้สินของกองทุนรวมนั้น กรณีที่เป็นมูลค่าสินทรัพย์สุทธิต่อหน่วยลงทุนหมายถึงมูลค่าสินทรัพย์สุทธิหารด้วยจำนวนหน่วยลงทุนทั้งหมดของกองทุนรวมนั้น แต่ไม่สามารถบอกได้ว่ากองทุนที่มีมูลค่าสินทรัพย์ต่อหน่วยมากกว่าจะเป็นกองทุนที่ดีกว่า
3.ตัวย่อของคำว่า กำไรต่อหุ้น หรือ Earning per Share หมายความว่า เมื่อนำกำไรสุทธิของบริษัทมาหารเฉลี่ยกันแล้ว ผู้ถือหุ้นจะได้กำไรหุ้นละกี่บาท เพราะฉะนั้นยิ่งมีกำไรต่อหุ้นมากเท่าไรก็ยิ่งทำให้หุ้นตัวนั้นน่าสนใจมากขึ้น
5.การวิเคราะห์หลักทรัพย์โดยใช้ปัจจัยพื้นฐาน จะวิเคราะห์ถึงภาวะและแนวโน้มทางเศรษฐกิจโดยทั่วไป ตั้งแต่เศรษฐกิจโลก นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล ภาวะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และตัวบริษัท ซึ่งจะเป็นการวิเคราะห์ทั้งในเชิงคุณภาพ เช่น ประสิทธิภาพการบริหารของผู้บริหาร และการวิเคราะห์ในเชิงปริมาณ เช่น ผลการดำเนินงาน และฐานะทางการเงินของบริษัท รวมทั้งอัตราส่วนทางการเงินต่างๆ
6.ตัวย่อของคำว่า Dollar Cost Averaging ซึ่งเป็นการลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน โดยการแบ่งเงินออกเป็นส่วนๆ และนำมาทยอยลงทุน เช่น แบ่งเงินมาลงทุนเป็นประจำทุกเดือน ซึ่งวิธีนี้ช่วยให้ต้นทุนต่ำกว่าการซื้อด้วยเงินก้อนในครั้งเดียว โดยเฉพาะในเวลาที่ภาวะตลาดมีความผันผวน นอกจากนี้ยังเป็นวิธีที่ช่วยสร้างวินัยในการลงทุนอีกด้วย
9.การจ่ายหุ้นปันผล เป็นวิธีการจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นอีกแบบหนึ่ง บริษัทที่จ่ายหุ้นปันผล (แทนที่จะจ่ายเป็นเงินปันผล) มักจะต้องเก็บเงินสดไว้เพื่อการลงทุน การออกหุ้นปันผลแม้จะทำให้จำนวนหุ้นที่อยู่ในมือผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น แต่ไม่ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเปลี่ยนแปลงไป เพราะได้รับหุ้นปันผลในอัตราเดียวกัน
10.กิจกรรมสำคัญที่ตลาดหลักทรัพย์ จัดเป็นประจำทุกไตรมาส หลังจากการประกาศงบการเงินรายไตรมาส เรียกว่า “บริษัทจดทะเบียนพบผู้ลงทุน” หรือบางคนเรียกสั้นๆ ว่า Opp Day โดยมีวัตถุประสงค์ให้บริษัทจดทะเบียนได้ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจและการดำเนินงานของบริษัทให้นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ นักลงทุน และคนทั่วไป
11.นักลงทุนที่เน้นลงทุนหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานดี อนาคตดี และมีอัตราเงินปันผลสูง แต่ราคาปัจจุบันหรือมูลค่าต่ำกว่าราคาที่เหมาะสม หรือ เรียกว่าหุ้นคุณค่า โดยจะเป็นการลงทุนระยะยาว ซึ่งนักลงทุนคนสำคัญ คือ วอร์เรน บัฟเฟตต์
15.เพราะเรารู้แล้วว่า ไม่ควรลงทุนสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว เหมือนการใส่ไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว เราต้อง “การกระจายการลงทุนเพื่อลดความเสี่ยง”
16.ค่านายหน้า หรือค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหลักทรัพย์ ที่ผู้ลงทุนจะต้องชำระให้แก่บริษัทหลักทรัพย์ ปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์กำหนดให้เก็บค่านายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์จากลูกค้าทุกประเภท ในอัตราไม่ต่ำกว่า 0.25% ของมูลค่าการซื้อขาย และอัตราไม่ต่ำกว่า 0.15% สำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ต
17.ระดับสูงสุดที่ราคาหุ้นจะขึ้นไปได้ในแต่ละวันทำการ ในปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์กำหนดเพดานเอาไว้ว่า ในแต่ละวันราคาหุ้นจะปรับเพิ่มขึ้นเกิน 30% ของราคาปิดวันก่อนไม่ได้
18.กิจกรรมที่ผู้จัดการกองทุน และนักวิเคราะห์ จะทำกันเป็นประจำ เพื่อไปดูว่า บริษัทมีการดำเนินธุรกิจอย่างไร เพื่อนำข้อมูลกลับมาจัดทำบทวิเคราะห์ให้นักลงทุนทั่วไปได้รับรู้ (สำหรับนักวิเคราะห์) และนำมาประกอบการตัดสินใจลงทุน (สำหรับผู้จัดการกองทน)
19.กรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุน ซึ่งเป็นกรมธรรม์ที่มีทั้งสัญญาประกันชีวิตและสัญญาการลงทุนในหน่วยลงทุนควบคู่กัน โดยผลตอบแทนที่จะได้จากกรมธรรม์จะอ้างอิงกับผลการลงทุนของกองทุน หรือการลงทุนที่ผู้เอาประกันเลือกไว้
21.กองทุนที่มีการบริหารเชิงรุก เป็นรูปแบบการบริหารจัดการกองทุนแบบหนึ่ง ซึ่งผู้จัดการกองทุนจะเป็นคนเลือกว่าจะลงทุนสินทรัพย์ประเภทใด ในสัดส่วนมากน้อยแค่ไหน และตัดสินใจซื้อขายทำกำไรเมื่อใด เพื่อให้ได้ผลตอบแทนสูงกว่าดัชนีมาตรฐาน ต่างจากการบริหารจัดการอีกรูปแบบหนึ่งคือ Passive Fund ที่จะลงทุนเลียนแบบดัชนีอ้างอิงตัวใดตัวหนึ่ง เพื่อให้ได้ผลตอบแทนใกล้ดัชนีตัวนั้นมากที่สุด







