
สถาบันอาหารเร่งปั้น อาหารไทยขึ้นแท่นครัวโลก
ประเทศไทยถูกจัดว่าเป็นฐานการเกษตรขนาดใหญ่ในอันดับต้นๆ ของโลก โดยอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรและอาหาร
โดย...ทีมข่าวธุรกิจติดดาว
ประเทศไทยถูกจัดว่าเป็นฐานการเกษตรขนาดใหญ่ในอันดับต้นๆ ของโลก โดยอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรและอาหาร ก็เป็นอุตสาหกรรมหลักอย่างหนึ่งของประเทศไทยด้วย โดย 80% จะเป็นเอสเอ็มอี หรือผู้ประกอบการที่เป็นโรงงานขนาดกลางที่กำลังจะกลายเป็นโรงงานขนาดใหญ่ในอนาคต หรือวิสาหกิจชุมชนที่กำลังเติบโตในอุตสาหกรรมอาหารต่อไป
สถาบันอาหาร ภายใต้สังกัดของกระทรวงอุตสาหกรรม มีบทบาทหน้าที่ในการดูแลสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมอาหารของไทย จะเปิดรับผู้ประกอบการที่ประสงค์จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตัวเอง เพื่อยกระดับคุณภาพให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งจะมีนักวิชาการเข้าไปร่วมกับผู้ประกอบการโรงงานให้ความรู้ในเรื่องของความปลอดภัย การพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความทันสมัย กรรมวิธีในการยืดอายุอาหาร รวมถึงการปรับบรรจุภัณฑ์ และกระบวนการต่างๆ ทางวิทยาศาสตร์
แนวทางสำคัญจะมุ่งเน้นพัฒนาอาหารที่เป็นภูมิปัญญาของคนไทยเพื่อเข้าไปสู่ตลาดโลก เนื่องจากมูลค่าของการส่งออกอาหารแต่ละปีนั้นจะมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงสามารถต่อยอดแนวความคิด และต่อยอดทางธุรกิจจากภูมิปัญญาของคนไทยให้เติบโตมากยิ่งขึ้น โดยเข้าไปช่วยเหลือให้คำปรึกษา แนะนำ และพัฒนาผู้ประกอบการให้มีศักยภาพในการผลิตสินค้าและส่งออกผลิตภัณฑ์ด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับโลก
นอกจากนี้ ยังเน้นในเรื่องของการสร้างภาพลักษณ์ให้กับอาหารของไทย ภายใต้โครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นครัวอาหารคุณภาพของโลก หรือ Thailand Food Quality to the World (TQW) โครงการเสริมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่อุตสาหกรรมอาหารและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คุณค่าอาหารของไทย หรือ Thailand Food Forward (TFF) และโครงการส่งเสริมและพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารฮาลาล ซึ่งทั้งสามโครงการนี้ได้มุ่งสนองนโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก” โดยเน้นให้เป็นครัวคุณภาพของโลก
การให้บริการของสถาบันอาหารถูกแบ่งให้ครอบคลุมตามการดำเนินงานหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1.การดำเนินงานด้านกลยุทธ์ (Serve Your Strategy) การให้บริการด้านข้อมูลเกี่ยวกับระบบการค้าที่สำคัญที่เป็นประโยชน์ต่อผู้ประกอบการด้วยรูปแบบศูนย์ข้อมูลอัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร เป็นเสมือนเครื่องมือที่ช่วยในการตัดสินใจของผู้ประกอบการ 2.การดำเนินงานด้านมาตรฐาน (Serve Your Standard) การบริการด้านคุณภาพที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นสากล และมาตรฐานที่ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ
3.การดำเนินงานด้านการสร้างความเชี่ยวชาญ (Serve Your Specialist) การให้บริการด้านการพัฒนาบุคลากรในองค์กร จากผู้เชี่ยวชาญในสาขาอุตสาหกรรมอาหาร และหลักสูตรที่ครอบคลุมอุตสาหกรรมอาหารทั้งระบบ และ 4.การดำเนินงานด้านความปลอดภัย (Serve Your Safety) งานด้านความปลอดภัยเป็นงานที่สถาบันอาหารมีความเข้มแข็งและมีศักยภาพ ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO/IEC 17025 ซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหาร
เพ็ชร ชินบุตร ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า สถาบันอาหารได้เดินหน้าสานต่อยุทธศาสตร์ครัวไทยสู่ครัวโลก โดยริเริ่มโครงการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้เป็นครัวอาหารคุณภาพของโลก หรือ Thailand Food Quality to the World ซึ่งดำเนินงานมาเกือบ 4 ปี เพื่อยกระดับภารกิจในการพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทย และเสริมสร้างศักยภาพการแข่งขันผลักดันให้โรงงานแปรูปอาหารไทยทุกระดับเข้าสู่ระบบคุณภาพสุขอนามัยในการผลิตระดับสากล
ทั้งนี้ ตั้งเป้าให้ประเทศไทยมีภาพลักษณ์เป็นศูนย์กลางการผลิตอาหารปลอดภัยชั้นนำของโลกในระดับแนวหน้าที่ไม่เป็นเพียงครัวของโลก แต่เป็นครัวที่ผลิตอาหารคุณภาพ ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ เพราะประเทศไทยเป็นประเทศที่สามารถส่งออกอาหารได้เป็น 1 ใน 10 ของโลก
“เรามีเกษตรกรเป็นของตัวเอง มีวัตถุดิบเป็นของตัวเอง เราจะประกาศตัวว่า เราเป็นประเทศที่อุดมสมบูรณ์ ภูมิประเทศของเราสามารถจะควบคุมคุณภาพได้ในเรื่องของการผลิตอาหาร ฉะนั้นอาหารไทยที่ผลิตส่งออกไปยังต่างประเทศ เป็นอาหารที่มาจากครัวคุณภาพแน่นอน”
เพ็ชร กล่าวว่า ปัจจุบันโรงงานผลิตอาหารในประเทศไทยมีอยู่กว่า 2,000 โรงงาน ที่ผลิตอาหารส่งออกต่างประเทศ และได้มาตรฐานระดับโลกทุกโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นระบบ BRC, SCCB หรือระบบที่ในโลกยอมรับ โดยเป้าหมายหลักของโครงการครัวอาหารคุณภาพของโลกนั้น ไม่ได้มุ่งเน้นไปที่เรื่องของการส่งออกว่าจะต้องได้จำนวนเท่าไหร่
แต่จะเน้นในเรื่องการยกระดับมาตรฐานการผลิตที่ทั้งโลกยอมรับ โดยผู้บริโภคสามารถมั่นใจเรื่องคุณภาพ ความสะอาด ปลอดภัย ไม่ว่าจะเป็นกรรมวิธีการผลิต การคัดสรรวัตถุดิบ รวมถึงวิธีการที่จะให้ได้มาของวัตถุดิบที่มีคุณภาพ
ในส่วนของโครงการเสริมสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจแก่อุตสาหกรรมอาหารและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่คุณค่าอาหารของไทย หรือ Thailand Food Forward เป็นอีกหนึ่งโครงการที่ริเริ่มขึ้นมาพร้อมกับ Thailand Food Quality to the World โครงการนี้จะมุ่งเน้นในเรื่องของการสนับสนุนอาหารที่มาจากภูมิปัญญาของคนไทยให้เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่แต่ใช้วัตถุดิบแบบเดิม และมีอายุการเก็บรักษาได้ยาวนานมากขึ้น ถือเป็นการยกระดับสินค้าใหม่ๆ สร้างผลิตภัณฑ์ออกไปขายสู่ท้องตลาดทั้งในไทยและต่างประเทศ
สำหรับโครงการนี้ถือว่าเป็นการตอบโจทย์การพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารของไทยให้แข็งแรง มีเป้าหมายเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างแบรนด์ของตัวเองได้ ถ้าผู้ประกอบการมีแบรนด์ของตัวเองและสร้างมูลค่าทางการผลิตได้มากขึ้น ผู้บริโภคก็จะสูงขึ้นด้วย หรือถ้าหากว่าไม่สามารถสร้างแบรนด์ของตัวเอง ก็อาจจะเป็นผู้ผลิตวัตถุดิบแทน
เพ็ชร ยังกล่าวอีกว่า โครงการ Thailand Food Forward เป็นการสนับสนุนผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชนให้ผู้ประกอบการได้ทำอาหารที่ตัวเองรักและอยู่ในท้องถิ่นของตัวเอง เป็นการสร้างความแข็งแรงให้กับสิ่งที่ทำมากขึ้น คือ ตีโจทย์จากสิ่งที่เห็นว่าทุกๆ ปีประเทศไทยมีวัตถุดิบประมาณ 33 ล้านตัน ส่งออกไปขายต่างประเทศ มูลค่าประมาณกว่า 9 แสนล้านบาท ขยายตัว 10% ต่อปี โดยในปีนี้ 2557 คาดการณ์ว่าประเทศไทยจะมีรายได้จากการส่งออกอาหารประมาณ 9.7 แสนล้านบาท
“เราไม่ต้องไปจ่ายลิขสิทธิ์ให้ใคร สิ่งที่เราแปรรูป วัตถุดิบต่างๆ ก็วนเวียนอยู่ในประเทศไทย ก่อนหน้านี้เราจะส่งออกวัตถุดิบเป็นหลัก ผมก็เลยมาคิดว่า ในเมื่อเรามีวัตถุดิบอยู่แล้ว เราควรแปรรูปเองแล้วค่อยส่งออกไปขาย เพื่อจะเป็นการส่งเสริมให้มีมูลค่าทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมอาหารเพิ่มขึ้น”
ผู้ประกอบการหลายรายสนใจเข้าร่วมโครงการเพื่อพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ของตัวเองให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ก็สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลได้ที่หน่วยงานอาหารของทุกจังหวัด หรือติดต่อกับทางสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม โดยตรงได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 02-886-8088 หรือ www.nfi.or.th







