posttoday
คาดกนง.คงดอกเบี้ยที่2%พยุงศก.

คาดกนง.คงดอกเบี้ยที่2%พยุงศก.

02 พฤศจิกายน 2557

คลังคาดเศรษฐกิจซบเซา เงินเฟ้อต่ำ กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% เพื่อพยุงเศรษฐกิจ

คลังคาดเศรษฐกิจซบเซา เงินเฟ้อต่ำ กนง.จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% เพื่อพยุงเศรษฐกิจ

แหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ชุดใหม่ จะประชุมในวันที่ 5 พ.ย.นี้ เพื่อหารือถึงภาวะเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มดีขึ้น แต่ยังอยู่ในภาวะชะลอตัว และการที่ธนาคารกลางญี่ปุ่นอัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ โดยจะมีผลต่อการกำหนดทิศทางอัตราดอกเบี้ย

นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า สศค.คาดการณ์ว่าดอกเบี้ยจะคงตัวที่ 2% จนถึงสิ้นปี 2558 เพื่อสนับสนุนภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว โดยแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในประเทศยังอยู่ในระดับต่ำ ผ่อนคลายตามทิศทางราคาน้ำมันโลกที่ยังดูเป็นขาลงอยู่ ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปของไทยในเดือน ก.ย. อยู่ที่ 1.75% และอาจผ่อนลงอีกเล็กน้อยในเดือน ต.ค. ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จะรายงานในวันจันทร์ที่ 3 พ.ย. ก่อนจะมีการประชุม กนง. ดังนั้นภาวะเงินเฟ้อจึงไม่เป็นปัจจัยกดดันให้ กนง.เปลี่ยนทิศทางการดำเนินนโยบาย

ทั้งนี้ การดำเนินนโยบายของ กนง.ในช่วงที่ผ่านมา จะพบว่าได้มีการลงมติ “คงดอกเบี้ย” เป็นเอกฉันท์มา 3 ครั้งต่อเนื่อง และส่งสัญญาณต่อเนื่องว่าจะใช้นโยบายการเงินที่ยืดหยุ่นเพื่อดูแลการขยายตัวและเสถียรภาพของเศรษฐกิจ

ด้านกรุงเทพโพลล์โดยศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพร่วมกับคณะเศรษฐศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักนักเศรษฐศาสตร์จากองค์กรชั้นนำ 28 แห่ง จำนวน 64 คน เรื่อง “ความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ต่ออัตราดอกเบี้ยนโยบาย พบว่า นักเศรษฐศาสตร์ 76.6% คาดว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 2% มีเพียง 6.3% ที่เห็นว่า กนง.จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย

ขณะที่ความเห็นต่อการเปลี่ยนกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อของ ธปท. นักเศรษฐศาสตร์ ” โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 9 – 21 ตุลาคม 2557 ที่ผ่านมา พบว่า

78.1% เห็นด้วยกับข้อเสนอของ ธปท.ที่เสนอให้เปลี่ยนการใช้เป้าหมายเงินเฟ้อ (Inflation Targeting) โดยไปใช้กรอบเป้าหมายเงินเฟ้อทั่วไป แทนการใช้กรอบเงินเฟ้อพื้นฐานในปี 2558 มีเพียง 12.5% เท่านั้นที่ไม่เห็นด้วย นอกจากนี้ 43.8% เห็นว่า ธปท.ควรตั้งกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อทั่วไปไม่เกิน 34%

ขณะเดียวกัน นักเศรษฐศาสตร์ยังได้เสนอแนะวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำให้กับรัฐบาล โดยเสนอให้เร่งเบิกจ่ายงบประมาณ โดยเฉพาะการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่มีแผนลงทุนที่ชัดเจนอยู่แล้ว

นอกจากนี้ ได้เสนอให้ยกเลิกกฎอัยการศึก ส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งจะช่วยให้เศรษฐกิจหมุนเวียนดีขึ้น สร้างงาน ลดรายจ่ายให้กับประชาชน เพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจมากขึ้น

สำหรับโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเฉพาะด้านส่งออกให้มีความยืดหยุ่นสามารถแข่งขันได้ กระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนโดยการให้สิทธิประโยชน์ลักษณะเดียวกับที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ให้ และข้อเสนออื่นๆ ได้แก่ นำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ทั้งระบบ ลดอัตราดอกเบี้ย แก้ปัญหาคอร์รัปชั่น กระจายรายได้ให้เป็นธรรม และให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจระยะยาวควบคู่กับระยะสั้น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท