posttoday
จับตาลูเปียห์อินโดอ่อนปรับทิศดันบริการแทนส่งออก

จับตาลูเปียห์อินโดอ่อนปรับทิศดันบริการแทนส่งออก

30 ตุลาคม 2557

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์การส่งออกอินโดนีเซียต้องเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา สถานการณ์การส่งออกอินโดนีเซียต้องเผชิญปัจจัยลบหลายด้าน ปี 2558ซึ่งเป็นปีแห่งการเปิดประชาคมอาเซียน จึงจำเป็นต้องมีแผนรองรับปัจจัยลบทุกรูปแบบ เพื่อสร้างโอกาสให้แก่ผู้ประกอบการไทย

วิลาสินี โนนศรีชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (สคร.) ณ กรุงจาการ์ตา บอกว่า ปัจจัยที่น่าเป็นห่วงที่สุดของอินโดนีเซียในปี 2558 คือปัญหาค่าเงินรูเปียห์อ่อนตัว ในปี 2556ค่าเงินรูเปียห์อ่อนตัวลงจาก 1 เหรียญสหรัฐ/9,500 รูเปียห์ กลายเป็น 1.2 หมื่นรูเปียห์ ในปี 2557 ค่าเงินรูเปียห์ก็ยังอ่อนตัวเช่นเดิม เนื่องจากค่าเงินเหรียญสหรัฐแข็งขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้นำเข้าสินค้าของอินโดนีเซีย

“พอของแพง ผู้นำเข้าของเขาก็ไม่อยากซื้อของ แถมทิศทางค่าเงินรูเปียห์ยังอ่อนตัวลงเรื่อยๆ ด้วย” วิลาสินี ย้ำ

นอกจากนี้ อินโดนีเซียอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงนโยบาย เนื่องจากมีการเปลี่ยนรัฐบาลเข้ามาบริหารประเทศ กว่านโยบายของรัฐบาลโจโก วิโดโดประธานาธิบดีคนใหม่จะชัดเจน ก็น่าจะเดือน พ.ย. คาดว่าจากนี้อาจมีกฎระเบียบเปลี่ยนแปลงอีกหลายเรื่อง

ทั้งนี้ ภาคที่ต้องลุ้นนโยบายใหม่ที่สุดภาคหนึ่ง คือภาคเกษตรกรรม อินโดนีเซียมี “แผนกตั้งกำแพง” ป้องกันสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาตีตลาดโดยเฉพาะ เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ในอินโดนีเซียยังไม่พร้อมแข่งขันในตลาดโลก รายได้จากการส่งออกของอินโดนีเซียอยู่ที่ 2030% ของรายได้ทั้งหมดเท่านั้น อินโดนีเซียจึงอาจออกนโยบายห้ามนำเข้าผลไม้บางชนิดจากไทยได้ เนื่องจากอินโดนีเซียก็สามารถผลิตได้

“ต้องรอดูว่าเขาจะเข้มข้นหรือผ่อนคลายลงถ้าสุดท้ายกลายเป็นห้ามนำเข้าสินค้าหลายประเภท และค่าเงินยังคงอ่อนตัว เราก็อาจต้องปรับแผนหันไปสนับสนุนธุรกิจบริการเพื่อทดแทนการส่งออก” วิลาสินี ระบุ

อย่างไรก็ตาม เชื่อมั่นว่า ธุรกิจบริการของไทยหลายประเภทมีศักยภาพสูงเป็นทุนเดิม เช่น ธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจสปา ที่สำคัญ ภาพยนตร์ไทยยังเป็นที่นิยมมากในอินโดนีเซียด้วย นอกจากนี้สำนักงานอาจประสานกับหลายหน่วยงานในประเทศให้โปรโมทเมดิคัล ทัวริซึ่มของไทยไปยังอินโดนีเซีย ดึงตลาดนักท่องเที่ยวอินโดนีเซียมารักษาในไทยเพิ่มขึ้นด้วย

ปัจจุบัน ธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนในอินโดนีเซียมากเป็นอันดับที่ 18 มูลค่าการส่งออกไปอินโดนีเซียปี 2556 อยู่ที่ 1.08 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ช่วง 8 เดือนแรกของปีนี้ มียอดส่งออกแล้ว 6,529 ล้านเหรียญสหรัฐ

ในทางตรงกันข้าม หากรัฐบาลอินโดนีเซียเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อดึงดูดนักลงทุน น่าจะช่วยกระตุ้นการส่งออกสินค้าวัสดุก่อสร้าง ชิ้นส่วนรถยนต์ จากไทยในช่วงโค้งสุดท้ายของปีนี้ให้ดีขึ้นได้

วิลาสินี เสริมว่า แม้นโยบายของอินโดนีเซียจะยังไม่ชัดเจน และอาจมีปัจจัยเปลี่ยนแปลงอีกหลายอย่าง แต่ในส่วนของสำนักงาน จะยังคงสนับสนุนผู้ประกอบการหลายกลุ่มอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ

เริ่มต้นจากอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม สำนักงานอยู่ระหว่างดำเนินโครงการ “Ready to eat” ช่วยผู้ประกอบการอาหารและเครื่องดื่มของไทยจำหน่ายอาหารพร้อมทานโดยเฉพาะกลุ่มขนมขบเคี้ยวในร้านสะดวกซื้อแบรนด์ดังของอินโดนีเซีย ซึ่งมีสาขาทั่วประเทศกว่า 1 หมื่นสาขา

“คนอินโดนีเซียเป็นคนชอบสังสรรค์ รายได้ 50% ของประชากรอินโดนีเซียหมดไปกับอาหารและเครื่องดื่ม ตลาดอาหารในอินโดนีเซียจึงน่าสนใจมาก บริษัทใหญ่หลายบริษัทของไทยก็ประสบความสำเร็จเพราะมีช่องทางจัดจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ” วิลาสินี ระบุ

ขณะเดียวกัน จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเน้นเจาะตลาดระดับกลางและระดับบน โดยสร้างแบรนด์สินค้าคุณภาพเข้าไปทำตลาดกลุ่มคนวัยทำงาน เสริมสร้างภาพลักษณ์สินค้าและบริการของไทยให้เพิ่มมากขึ้น

สำหรับตลาดสินค้าแฟชั่น จะสร้างความร่วมมือแลกเปลี่ยนนักออกแบบและแฟชั่นระหว่างไทยอินโดนีเซีย เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ ช่วยให้นักออกแบบไทยเข้าใจแฟชั่นของคนอินโดนีเซียมากขึ้น

ที่สำคัญ จะช่วยผู้ประกอบการเปิดตลาดหัวเมืองรอง จากเดิมที่เน้นเจาะตลาดจาการ์ตาเป็นหลัก จะช่วยสร้างความรับรู้แบรนด์สินค้าไทยในสุราบายา และเมืองสำคัญอื่นๆ เช่น บาหลี เพิ่มเติมด้วย

“ตอนนี้เรายังต้องส่งเสริมผู้ประกอบการส่งออกสินค้าต่างๆ ไปในทิศทางเดิม หากเกิดความเปลี่ยนแปลงอะไร ก็อาจดูความเข้มข้นของความเปลี่ยนแปลงนั้น แล้วเตรียมการรับมือเฉพาะกิจ” วิลาสินี กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์