
จับตาเค้กรถไฟสายสีแดง
ประจินตีกลับแผนฟื้นฟูรฟท.บี้ส่งใหม่4พ.ย.ลุ้นทำเองกับปล่อยให้บีทีเอสช
ประจินตีกลับแผนฟื้นฟูรฟท.บี้ส่งใหม่4พ.ย.ลุ้นทำเองกับปล่อยให้บีทีเอสช
การช่าง.ประจินตีกลับแผนฟื้นฟูรถไฟ บี้ต้องส่ง 4 พ.ย.นี้ เสนอซูเปอร์บอร์ดชี้ชะตา
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้สั่งให้คณะกรรมการการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กลับไปจัดทำแผนยุทธศาสตร์และแก้ไขแผนฟื้นฟู เพื่อนำกลับมาเสนอต่อกระทรวงคมนาคมอีกครั้งในวันที่ 4 พ.ย.นี้ ก่อนจะเสนอให้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (ซูเปอร์บอร์ด) พิจารณา เนื่องจากแผนงานที่มีอยู่ยังไม่มีข้อสรุปของรายได้ที่ชัดเจน
พล.อ.อ.ประจิน กล่าวว่า แผนฟื้นฟู รฟท.มีเรื่องที่ต้องแก้ไขรวม 6 ประเด็น ที่สำคัญรฟท.ต้องมีความชัดเจนเรื่องการบริหารจัดการรถไฟฟ้าสายสีแดงเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จว่า รฟท.บริหารเอง หรือจัดตั้งบริษัทลูกเข้ามาบริหารเพื่อสร้างรายได้
นอกจากนี้ รฟท.ต้องรวบรวมข้อมูลทรัพย์สินและหนี้เพื่อนำไปเจรจาลดภาระหนี้สินกับกระทรวงการคลัง
ขณะเดียวกันต้องจัดตั้งกลไกในการบริหารจัดการภาระค่าใช้จ่ายด้านบำเหน็จบำนาญให้มีมาตรฐาน จัดตั้งกองทุนมาดูแล และต้องจัดทำยุทธศาสตร์ รฟท.ใหม่ใน 3 ด้าน คือ การบริหารจัดการภายในองค์กร แผนการลดหนี้สินที่มีกว่าแสนล้านบาท และการลงทุนระบบราง
แหล่งข่าวจากกรรมการ รฟท. เปิดเผยว่า รถไฟสายสีแดงถือเป็นเค้กก้อนใหญ่ที่สุดที่จะสร้างรายได้ให้กับรถไฟ แต่ขณะนี้มีกลุ่มบีทีเอสและกลุ่มบีเอ็มซีแอลเสนอตัวให้บริการเดินรถ เพราะเส้นทางนี้คือรถไฟชานเมืองที่เชื่อมต่อจากรังสิตดอนเมืองบางซื่อตลิ่งชันมหาชัย และเชื่อมกับแอร์พอร์ตลิงค์ที่บีทีเอสสนใจเดินรถ
ปัจจุบัน รฟท.มีหนี้สินรวม 109,400 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ 76,100 ล้านบาท ที่เกิดจากการดำเนินงาน 50,282 ล้านบาท เป็นหนี้เงินกู้ 13,960 ล้านบาท หนี้ค้าหัวรถจักร 11,860 ล้านบาท มีภาระหนี้ รถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ 33,229 ล้านบาท และหนี้บำเหน็จบำนาญ 65,860 ล้านบาท
ขณะที่คณะกรรมการ รฟท. ประเมินว่า รายได้ของ รฟท.ในปีงบประมาณ 2558 จะมีรายได้แค่ 1.3 หมื่นล้านบาท แต่มีรายจ่าย 17,278 ล้านบาท
ทั้งนี้ มีแนวทางเป็นไปได้ว่าจะนำที่ดินมักกะสันไปให้กระทรวงการคลังเพื่อแลกกับการแก้ไขหนี้ และนำที่ดินบริเวณสถานีกลางบางซื่อ 218 ไร่ มาพัฒนาเป็นคอมเพล็กซ์ ซิตี้ มีโซนพื้นที่ศูนย์การค้าและโรงแรมด้วยเพื่อสร้างรายได้







