
ฟาสต์ฟู้ดแข่งโปรโมชั่นกระตุ้นลูกค้าควักฝ่ายุคเงินฝืด
ยังคงแข่งขันกันดุเดือดสำหรับธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ซึ่งกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการเลือกนำมาใช้ยังคงเป็นการทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้า
โดย...จะเรียม สำรวจ/รัชนีย์ ศรีวัฒนชัย
ยังคงแข่งขันกันดุเดือดสำหรับธุรกิจร้านอาหารฟาสต์ฟู้ด ซึ่งกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการเลือกนำมาใช้ยังคงเป็นการทำโปรโมชั่นลดราคาสินค้า เนื่องจากขณะนี้กำลังซื้อของผู้บริโภคยังอยู่ในภาวะซบเซา เพราะถูกปัญหาหนี้สินในครัวเรือนรุมเร้า ทำให้ต้องระมัดระวังการจับจ่าย
ในภาวะเช่นนี้ กลยุทธ์แวลูฟอร์มันนี่ หรือคุ้มค่าคุ้มราคา ยังคงเป็นกลยุทธ์หลักที่บรรดาผู้ประกอบการร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดนำมาใช้ และมีแนวโน้มว่าต้องทำให้คุ้มค่าคุ้มราคามากกว่าเดิม เพื่อผลักดันการขาย
เพราะถ้าไม่ทำกลยุทธ์ในรูปแบบนี้สินค้าอาจขายไม่ออก
ธันยเชษฐ์ อกเวชวิท ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดเคเอฟซี บริษัท ยัม เรสเทอรองตส์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศไทยในขณะนี้ เริ่มเห็นกำลังซื้อของผู้บริโภคกลับมา แต่ยังไม่ได้ใช้จ่ายเต็มที่ เนื่องจากมีปัจจัยลบหลายอย่างบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภค เช่น หนี้สินภาคครัวเรือนที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดทำให้ผู้บริโภคบางส่วนใช้จ่ายประหยัดมากขึ้น
ปัจจัยลบที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้เคเอฟซีต้องหันมาวิเคราะห์พร้อมกับทำความเข้าใจถึงพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคมากขึ้น เพื่อนำผลวิเคราะห์ที่ได้มาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค ขณะเดียวกันก็เดินหน้าขยายสาขามากขึ้น เพื่อให้ครอบคลุมเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
นอกจากนี้ ยังได้นำเสนอเมนูอาหารใหม่ๆ เข้ามาทำตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นการซื้อของผู้บริโภค โดยเมนูที่พัฒนาขึ้นมาและได้ผลการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี คือ เจลลี่ โคน, แบล็ก เมจิก เบอร์เกอร์, เดอะ บ็อกซ์ และสแน็ก บ็อกซ์ เป็นต้น
พร้อมกันนี้ เคเอฟซียังได้ทำโปรโมชั่นใหม่สินค้า แบล็ก เมจิก เบอร์เกอร์ ซึ่งเป็นเบอร์เกอร์พรีเมียม ด้วยราคาขายเริ่มต้นที่ 69 บาท หรือชุดทิวสเดย์ สเปเชียล ที่เป็นคอมโบไก่ทอดต้นตำรับ 9 ชิ้น ราคา 219 บาท ทุกวันอังคาร และโปรโมชั่นข้าวปลาแซ่บ ในราคาเพียง 65 บาท แต่ถ้าซื้อข้าวยำไก่แซ่บหรือข้าวปลาแซ่บ สามารถแลกซื้อวิงซ์ไก่แซ่บ 2 ชิ้นได้ในราคา 29 บาท จนถึงวันที่ 30 พ.ย.นี้
ในด้านของร้านเชสเตอร์ก็เตรียมเปิดตัวโปรโมชั่นลดราคา 50% ในกลุ่มสินค้านักเก็ต เพื่อสู้ศึกร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดแข่งดุในช่วงปลายปีนี้ เนื่องจากมองว่าเป็นกลยุทธ์เดียวที่สามารถช่วยกระตุ้นให้ผู้บริโภคยอมควักเงินออกมาจากกระเป๋าเพื่อซื้อสินค้าได้
สุวัฒน์ ทรงพัฒนะโยธิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เชสเตอร์ฟู้ด ผู้ดำเนินธุรกิจร้านเชสเตอร์ กล่าวว่า ภาพรวมการแข่งขันของร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ยังคงมีการแข่งขันกันรุนแรง เนื่องจากช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีปัจจัยลบเศรษฐกิจและการเมืองเกิดขึ้น ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องออกมาเปิดตัวสินค้าใหม่ และทำกิจกรรมส่งเสริมการขายด้วยการลดราคาสินค้ากันอย่างต่อเนื่อง
เช่นเดียวกับร้านเชสเตอร์ฟู้ด ซึ่งแผนการทำตลาดในช่วง 2 เดือนสุดท้ายนี้ จะเดินหน้าเปิดตัวสินค้าใหม่อีกประมาณ 23 เมนู และทำโปรโมชั่นลดราคานักเก็ตไก่ 50% ระหว่างวันที่ 1 พ.ย.-31 ธ.ค.นี้ เพื่อกระตุ้นยอดขายสินค้าให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 1,900 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 8-10%
สุวัฒน์ กล่าวต่อว่า ไตรมาส 4 ถือเป็นช่วงที่มียอดขายเติบโตสูงสุดกว่าทุกไตรมาส เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่มีเทศกาลสำคัญหลายเทศกาล และมีวันหยุดปิดเทอม จึงทำให้ช่วงเวลานี้เป็นช่วงหน้าขายของสินค้าทั่วไป ซึ่งในไตรมาส 4 ปีนี้ บริษัทคาดว่าจะมียอดขายเติบโตกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมาประมาณ 10%
ด้าน เพชรัตน์ อุทัยสาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท แมคไทย กล่าวว่า ภาพรวมกำลังซื้อผู้บริโภคปีนี้ซบเซาอย่างหนัก และกระทบต่อภาคธุรกิจเชนร้านอาหาร ดังนั้นกลยุทธ์ตลาดปีนี้ทั้งปีมุ่งเน้นเมนูสุดคุ้มค่า เพื่อทำให้ลูกค้าไม่ต้องคิดมากเมื่อต้องตัดสินใจซื้อ ซึ่งบริษัทได้เพิ่มความถี่การทำเมนู ล่าสุดเปิดตัวเมนูหมูซามูไรไข่ดาว ราคา 59 บาท จากปกติขายถึง 89 บาท นอกจากนี้ในแต่ละร้านจะดำเนินกลยุทธ์โลคัลมาร์เก็ตติ้ง หรือให้แต่ละร้านเลือกเมนูยอดนิยมผู้บริโภคแต่ละย่าน เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น
ขณะที่ในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปี บริษัท แมคไทย มีแผนที่จะใช้งบกว่า 35 ล้านบาท เปิดตัวแคมเปญสะสม Hello Kitty Bubbly เป็นครั้งที่ 2 ต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา โดยนำตัวการ์ตูนยอดนิยมจากซานริโอให้สะสม 6 ตัว จากปกติการทำแคมเปญสะสมจะทำเฉพาะกับชุดแฮปปี้มีล ฐานลูกค้าหลักจะเป็นกลุ่มครอบครัว สร้างรายได้ไม่ถึง 10% สามารถซื้อได้ 2 ช่องทาง คือ ร้านแมคโดนัลด์ เมื่อซื้อพร้อมชุดอร่อยสุดคุ้ม หรือชุดครอบครัวชุดใดก็ได้ 1 ชุด หรือเมนูอื่นครบทุก 100 บาทขึ้นไป แลกซื้อเพียงตัวละ 159 บาท
สำหรับช่องทางออนไลน์ สั่งซื้อครบ 6 ตัว พร้อมรับบัตรของขวัญมูลค่า 600 บาท แลกซื้อเซตละ 1,554 บาท เริ่มตั้งแต่ 30 ต.ค.-30 พ.ย. มั่นใจว่าแคมเปญดังกล่าวจะช่วยขยายลูกค้าใหม่ๆ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ และเพิ่มความถี่การเข้าร้านจากปกติ 1.4 ครั้ง/เดือน เป็น 1 ครั้ง/สัปดาห์ หรือผลักดันอัตราการซื้อต่อบิลจากปกติกว่า 100 บาท/บิล/คน ตั้งเป้ายอดขายเติบโต 30% เมื่อเทียบกับช่วงปกติ โดยยอดขายคิตตี้เกือบ 1 ล้านตัว
เพชรัตน์ กล่าวต่อว่า สำหรับปีหน้าบริษัทเตรียมทุ่มงบ 900 ล้านบาท ขยายสาขาเพิ่มอีก 27 สาขา แบ่งเป็นไดรฟ์ทรู 50% และภายในห้างสรรพสินค้า 50% จากปัจจุบันมีทั้งหมด 202 สาขา และภายใน 2 เดือนข้างหน้าจะเปิดเพิ่มอีก 10-11 สาขา ส่งผลให้สิ้นปีมีทั้งหมดราว 213 สาขา ขณะที่รายได้สิ้นปีจากการทำกลยุทธ์ตลาดอย่างเข้มข้น ผลักดันให้เติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักได้ตามเป้าหมาย ส่วนรายได้ปีหน้าหวังเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักเช่นเดียวกัน
แม้ว่าการใช้กลยุทธ์แวลูฟอร์มันนี่ จะเป็นการช่วยกระตุ้นยอดขายได้เพียงชั่วครั้งชั่วคราว แต่ก็ดีกว่านิ่งเงียบหยุดอยู่กับที่ เพราะยอดขายก็จะหยุดอยู่กับที่เช่นกันอะไรที่พอทำได้ในสภาวะเช่นนี้ เดินหน้าทำย่อมดีกว่าและที่ เพื่อรอวิกฤติให้ผ่านพ้นไป.







