
ขออีก
วันที่ 30-31 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย จะเดินทางเยือนกัมพูชาพร้อมพบนายกรัฐมนตรีฮุนเซนอย่างเป็นทางการ
วันที่ 30-31 ต.ค.นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีของไทย จะเดินทางเยือนกัมพูชาพร้อมพบนายกรัฐมนตรีฮุนเซนอย่างเป็นทางการ
วาระหลักที่จะลงนามเอ็มโอยูกันมี 3 เรื่อง ได้แก่ 1.ความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว 2.ความร่วมมือด้านการป้องกันการค้ามนุษย์และการคุ้มครองเหยื่อค้ามนุษย์ และ 3.ความร่วมมือด้านการเชื่อมต่อทางรถไฟระหว่างทั้งสองประเทศ
ทั้ง 3 เรื่องถือเป็นสัญญาณที่ดี เพราะเป็นโอกาสให้ผู้นำทั้งสองประเทศได้แสดงท่าที “รักนะ” แก่กันและกัน ที่สำคัญถ้าความร่วมมือเกิดขึ้นได้จริง ความสัมพันธ์ของประชาชนและเอกชนไทยกัมพูชา ก็จะแน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
เริ่มจากการท่องเที่ยวที่จะกระชับมิตรเอกชน 2 ชาติ ร่วมมือดึงทัวร์ต่างชาติเที่ยว 2 ประเทศ ตามด้วยด้านการป้องกันการค้ามนุษย์ ทำให้คนกัมพูชาไว้ใจคนไทยมากยิ่งขึ้น และการเชื่อมทางรถไฟทำให้ประชาชนไปมาหาสู่กันสะดวก เอกชนมีช่องทางติดต่อการค้าขนส่งเพิ่ม ทั้งสองประเทศมีรายได้มากขึ้น
แต่เอาเข้าจริง ผมว่าประชาชนกัมพูชาอาจอยากให้มีความร่วมมือหลายด้านกว่านั้น
สำนักข่าวพนมเปญโพสต์รายงานว่า มติของคณะกรรมการนโยบายข้าว เมื่อวันที่ 24 ต.ค.ที่ผ่านมา อาจส่งผลกระทบอย่างมากต่อการส่งออกข้าวของกัมพูชา สก พุฒิวุฒิ ประธานสมาพันธ์ข้าวกัมพูชา ย้ำว่า ถ้าไทยขายข้าวในสต๊อก 12.8 ล้านตัน ออกมาเมื่อไหร่กัมพูชาแย่แน่
สอดคล้องกับที่นักวิชาการเคยบอกว่าไทยและประเทศในอาเซียนน่าจะมีนโยบายด้านเกษตรร่วมกัน เวลาออกนโยบายอะไรไปจะได้ไม่กระทบเพื่อนบ้าน
ขณะเดียวกันเอกชนไทยคงอยากให้ร่วมมือด้านความมั่นคงและความปลอดภัย เอื้อต่อการลงทุนมากขึ้น
เพราะเมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์หัวหน้าพนักงานรักษาความปลอดภัยในโรงงานผลิตเสื้อผ้า Roo Hsing เปิดทางให้ขโมย 2 คนเข้ามาโจรกรรมเสื้อผ้ารวม 1,000 ชิ้นไปขาย แล้วมาแบ่งเงินให้ตัวเอง ซ้ำร้ายเมื่อเดือนที่แล้วโรงงานนี้ยังโดนโจรกรรมอีกรอบ โดยฝีมือพนักงานรักษาความปลอดภัย 4 คน ขโมยกางเกงยีนส์พร้อมส่งออก มูลค่ากว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ ไปขายในตลาดท้องถิ่น
สะท้อนว่าพนักงานรักษาความปลอดภัยในกัมพูชายังไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย แต่แน่นไปด้วยมาตรฐานโจรกรรม
ทั้งเรื่องการเกษตรและเรื่องมาตรฐานความปลอดภัย จึงน่าจะเป็นอีก 2 เรื่องที่ผู้ประกอบการทั้งสองชาติอยากขอท่านผู้นำให้มีความร่วมมือกัน “อีกนิด”
นี่ยังไม่รวมความอยากเรื่องความมั่นคงทางการเมืองที่อยากให้ 2 ชาติเลิก “ฮึ่มๆ” กัน
ไม่ใช่แค่ขอนิดๆ ด้วย แต่อยากจะขอ “เยอะเย้อ”







