posttoday
ไม่โครไฟแนนซ์ขุททองรายย่อยตากาล็อก

ไม่โครไฟแนนซ์ขุททองรายย่อยตากาล็อก

29 ตุลาคม 2557

ปัญหาหลักๆ ที่บรรดาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ต้องเผชิญเหมือนกันทั่วโลก

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

ปัญหาหลักๆ ที่บรรดาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ต้องเผชิญเหมือนกันทั่วโลก คงหนีไม่พ้นปัญหาการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เนื่องจากธุรกิจเอสเอ็มอีมักไม่ค่อยมีหลักมาค้ำประกันเงินกู้มากนัก ทำให้ธุรกิจรายย่อยขาดแคลนปัจจัยในการเติบโตทางธุรกิจ

อย่างไรก็ดี ทุกวันนี้นวัตกรรมทางการเงินรุดหน้าไปมาก อย่างระบบการเงินในระดับจุลภาค หรือ “ไมโครไฟแนนซ์” ก็กลายเป็นแหล่งเงินทุนใหม่ๆ ให้ธุรกิจรายย่อย โดยระบบการเงินดังกล่าวจะอนุญาตให้ผู้ที่ยากจนอย่างยิ่งยวดสามารถกู้เงินจำนวนหนึ่งได้โดยไม่ต้องอาศัยหลักประกันใดๆ และแน่นอนว่าสำหรับเจ้าของธุรกิจรายย่อยซึ่งเข้าไม่ถึงแหล่งเงินทุน ก็สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบดังกล่าวได้เช่นกัน

เอลมา แมกแพนเตย์ เจ้าของร้านลูกกวาดเล็กๆ ในหมู่บ้านชนบททางเหนือของฟิลิปปินส์ เป็นหนึ่งในผู้ที่อาศัยทุนจากไมโครไฟแนนซ์ในการขยายธุรกิจ โดยเจ้าตัวใช้เงินสำหรับการซื้อปัจจัยการดำเนินธุรกิจอย่างรถจักรยานยนต์และรถยนต์ ปัจจุบัน แมกแพนเตย์ สามารถขยับขยายจนสามารถกลายเป็นผู้ค้าส่งให้กับผู้ค้ารายอื่นได้ ซึ่งทำให้รายได้เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า

เจ้าของธุรกิจร้านลูกกวาดรายนี้เริ่มต้นกู้เงินจาก “คาร์ด” ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ผู้ให้บริการไมโครไฟแนนซ์ในฟิลิปปินส์ ซึ่งปล่อยสินเชื่อให้แก่แมกแพนเตย์ 5,000 เปโซ (ราว 3,622 บาท) ในช่วงเริ่มแรก ก่อนที่จะขยายเป็น 1.65 แสนเปโซ (ราว 1.19 แสนบาท) ในเวลาต่อไป ซึ่งต้องจ่ายคืนภายใน 6 เดือน และมีอัตราดอกเบี้ยสูงถึง 16% อย่างไรก็ดี แมกแพนเตย์ กลับไม่รู้สึกกังวล เนื่องจากธุรกิจที่ขยายออกไปสร้างกำไรได้อย่างงดงาม

“ฉันซื้อคุกกี้มาในราคา 4 เปโซ แต่สามารถขายได้ในราคา 6 เปโซ ซึ่งเท่ากับว่าได้กำไรเกือบ 50%” แมกแพนเตย์ กล่าวพร้อมเสริมว่า เจ้าตัวจ่ายเงินคืน 8,000 เปโซทุกสัปดาห์ ขณะที่เก็บเงินอีก 500 เปโซไว้สำหรับซื้อรถกระบะในอนาคต

ทั้งนี้ ไมโครไฟแนนซ์เป็นความคิดของธนาคารกรามีนในบังกลาเทศ ซึ่งต้องการให้คนยากจนเข้าถึงแหล่งเงินทุน อันเป็นปัจจัยสำคัญเพื่อการหลุดพ้นจากความแร้นแค้น

ในปัจจุบันไมโครไฟแนนซ์ขยายตัวอย่างมาก โดยคาดว่ามีองค์กรด้านการให้เงินแก่รายย่อยที่จดทะเบียนเป็นทางการถึง 4,000 แห่ง แต่หากนับรวมองค์กรที่ไม่เป็นทางการด้วยแล้ว นับว่ามีถึง 1 หมื่นแห่งเลยทีเดียว

ด้าน คาร์ด ซึ่งเป็นหนึ่งในองค์กรสนับสนุนไมโครไฟแนนซ์ในฟิลิปปินส์ มีฐานผู้ใช้บริการที่หลากหลายในปัจจุบัน ทั้งภาคธนาคาร โรงพยาบาล และบริษัทผลิตยา โดยปล่อยกู้ไปแล้วทั้งหมดราว 187 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6,060 ล้านบาท) มีลูกค้าอีกราว 1.3 ล้านราย

“หากรากหญ้าสามารถขยับฐานะขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางได้ ธนาคารก็จะสามารถปล่อยกู้ให้กับคนที่ยากจนกว่าในสังคมได้” เจมี อลิป ผู้ก่อตั้งองค์กรคาร์ด กล่าว

อย่างไรก็ดี แม้ไมโครไฟแนนซ์จะเริ่มต้นจากการเป็นเครื่องมือเพื่อให้ความช่วยเหลือ แต่ก็จำเป็นต้องเก็บดอกเบี้ยแพงซักหน่อย และทำเป็นระบบการค้าเพื่อความอยู่รอดขององค์กรเช่นกัน

ทุกวันนี้ไมโครไฟแนนซ์อีกจำนวนไม่น้อยเช่นกัน ที่ยังคงต้องพึ่งพาการหนุนหลังจากรัฐบาลและผู้บริจาค ถึงกระนั้นนักลงทุนบางส่วนก็เริ่มเห็นศักยภาพในการพัฒนาธุรกิจที่มั่นคง นับเป็นโอกาสที่ดีสำหรับการเจริญเติบโตของไมโครไฟแนนซ์

ด้านองค์การเพื่อความร่วมมือทางด้านการเงิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยว่า โลกมีแนวโน้มที่จะเน้นการพัฒนาผ่านภาคเอกชนมากขึ้น จึงให้ความสำคัญการพัฒนาภาคไมโครไฟแนนซ์เป็นพิเศษ

การลงทุนรูปแบบไมโครไฟแนนซ์จึงเป็นโมเดลที่น่าสนใจไม่น้อย และเป็นส่วนเติมเต็มการเติบโตของภาคธุรกิจเอสเอ็มอีที่ขาดแคลนแหล่งเงินทุนได้อย่างดีทีเดียว

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69