posttoday
อีกสักครั้งกับ LTF และ RMF

อีกสักครั้งกับ LTF และ RMF

28 ตุลาคม 2557

ท่านนักลงทุนซื้อ LTF และ RMF กันแล้วหรือยังครับปีนี้??? เป็นคำถามที่ผมเจอบ่อยมากในช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ ซึ่งผมเองก็ตอบคำถามของทุกคนที่ถามผมด้วยคำตอบเดียวกัน คือ “ยังไม่ซื้อกันบ้างอีกหรอครับ นี้มันจะหมดปีอยู่แล้วนะครับ?”

ท่านนักลงทุนซื้อ LTF และ RMF กันแล้วหรือยังครับปีนี้??? เป็นคำถามที่ผมเจอบ่อยมากในช่วงเดือนที่ผ่านมานี้ ซึ่งผมเองก็ตอบคำถามของทุกคนที่ถามผมด้วยคำตอบเดียวกัน คือ “ยังไม่ซื้อกันบ้างอีกหรอครับ นี้มันจะหมดปีอยู่แล้วนะครับ?”

แต่ก่อนจะไปถึงประเด็นดังกล่าว วันนี้ผมขออนุญาตเริ่มต้นที่ประเด็นใหญ่ที่เป็นข่าวอยู่ในช่วง 23 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งนักลงทุนหลายท่านคงพอทราบกันบ้างแล้วเกี่ยวกับเรื่องการทบทวนมาตรการทางภาษีของกองทุนทั้งสองประเภท ทั้ง LTF และ RMF ซึ่งเป็นนโยบายของกระทรวงการคลัง โดยกรมสรรพากรให้เหตุผลไว้ว่าการลงทุนในกองทุน LTF นั้นเป็นการเอื้อประโยชน์ให้แก่ผู้มีรายได้สูงเท่านั้นซึ่งประเด็นดังกล่าวนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่เนื่องจาก ตัวเลขรายได้ของผู้ที่ยื่นใช้สิทธิประโยชน์หักลดหย่อนภาษจากการลงทุนในกองทุน LTF นั้นยังไม่เป็นที่เปิดเผยสู่สาธารณะซึ่งตัวเลขดังกล่าวจะเป็นเครื่องยืนยันได้ดีที่สุดว่าใครเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนในกองทุน LTF มากที่สุด อย่างไรก็ตามเรื่องดังกล่าวผมเชื่อว่ายังต้องคุยกันอีกยาวระหว่างกระทรวงการคลังและตัวแทนจากอุตสาหกรรมกองทุน รวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอีกมากมายทั้งสำนักงาน กลต. และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

แต่สิ่งที่วันนี้ผมอยากจะย้ำแก่ท่านนักลงทุนก็คือ สิทธิประโยชน์ในการหักลดหย่อนภาษีของกองทุน LTF นั้นยังคงมีอยู่จนถึงปี 2559 จนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลง ดังนั้นนักลงทุนไม่ต้องเป็นกังวลไปครับ ท่านยังคงใช้สิทธิลงทุนได้เช่นทุกปี

ประเด็นต่อมาที่ผมอยากจะพูดถึงในวันนี้ก็คือ เรื่องของหลักการในการลงทุนในกองทุนทั้งสองประเภทนี้ เนื่องผมมักจะเจอคำถามที่ผมกล่าวไว้ในช่วงต้นเสมอว่า “ถึงเวลาลงทุนใน LTF และ RMF ได้หรือยัง” ส่วนคำตอบที่ผมตอบเสมอก็คือ ลงทุนแบบถัวเฉลี่ย (Dollar Cost Average) ไปเลย นั้นคือวิธีการลงทุนที่ดีที่สุดสำหรับนักลงทุนทั่วๆไป แต่ผมเชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่คงยังไม่ได้ปฏิบัติกัน ดังจะสังเกตได้จากตัวเลขประมาณเงินไหลเข้าออกของกองทุน ทั้ง LTF และ RMF ซึ่งจะไหลเข้าอย่างหนาแน่นในช่วงไตรมาสสุดท้ายของแต่ละปี หรือเดือนสุดท้ายธันวาคม เป็นส่วนใหญ่

ในปี 2557 นี้ก็ยังเป็นเช่นเดิมโดย LTF และ RMF ของปีนี้นั้น ยังคงดูเงียบๆ อยู่โดยเฉพาะ LTF ที่ยอดทั้งปียังคงเป็นเงินไหลออกสุทธิอยู่กว่า ลบ 3,181 ล้านบาท ส่วนกอง RMF นั้นก็มีเงินลงทุนไหลเข้ามาแบบเบาบางเพียง 1,788 ล้านบาทเท่านั้น (ข้อมูล ณ วันที่ 30 ก.ย. 2557 ที่มา : บริษัท มอร์นิ่งสตาร์ รีเสิร์ช (ประเทศไทย) ) ทั้งนี้เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่นั้นยังคงชะลอการลงทุน เนื่องจากดัชนี SET Index นั้นได้ปรับขึ้นมาสูงตลอดทั้งปี ทำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงวนเวียนหาจังหวะการลงทุนอยู่

วันนี้ผมเลยอยากจะมาขายไอเดียในการลงทุนแบบถัวเฉลี่ย (Dollar Cost Average) ให้ท่านนักลงทุนทราบและนำไปปฏิบัติกันอีกครั้งครับ

การลงทุนแบบถัวเฉลี่ย คือ การลงทุนแบบเท่าๆ กันทุกครั้งเป็นแบบรายเดือน รายไตรมาสตามแต่ความถี่ที่สะดวก แต่ส่วนใหญ่จะแนะนำให้ลงทุนแบบรายเดือน เปรียบเทียบกับการลงทุนแบบครั้งเดียว (Lumpsum) และแบบจับจังหวะตลาด (Market Timing) ซึ่งวิธีหลังนี้เป็นวิธีการที่นักลงทุนส่วนใหญ่พยายามจะทำมากที่สุดแต่เป็นวิธีการที่ล้มเหลวมากที่สุดเนื่องจากไม่มีใครสามารถคาดการณ์ได้ถูกต้องตลอดไป

จากผลการศึกษาจากการลงทุนจริงในช่วงตลาด 3 แบบนั้นเปรียบเทียบระหว่าง ลงทุนแบบครั้งเดียว กับ ลงทุนแบบถัวเฉลี่ยกันครับ ผลที่ได้คือ

1.ช่วงตลาดขาขึ้นลงทุนแบบครั้งเดียว ได้ผลดีกว่าลงทุนแบบถัวเฉลี่ย

2.ช่วงตลาดผันผวนลงทุนแบบถัวเฉลี่ย ได้ผลดีกว่าลงทุนแบบครั้งเดียว

3.ช่วงตลาดขาลงลงทุนแบบถัวเฉลี่ย ได้ผลดีกว่าลงทุนแบบครั้งเดียว

ดังนั้น จะเห็นได้ว่าการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยนั้นให้ผลดีกว่าแบบลงทุนครั้งเดียวทั้งในช่วงตลาดผันผวนและตลาดขาลงและมากไปว่านั้น การลงทุนแบบถัวเฉลี่ยยังมีข้อดีอื่นๆอีก คือ ช่วยลดความเสี่ยง และยังสร้างเสริมวินัยในการลงทุนการออมอีกด้วย

ซึ่งวิธีการดังกล่าวนั้นเหมาะมากกับการนำมาประยุกต์กับกองทุน LTF และ RMF ได้เป็นอย่างดีเนื่องจากนักลงทุนสามารถประมาณเงินลงทุนรายปีได้ตั้งแต่ต้นปี ดังนั้นท่านก็สามารถกระจายการลงทุนออกรายเดือนได้ โดยอาจจะกำหนดไว้ทุกสิ้นเดือน (วันที่เงินเดือนออก) ซึ่งหลาย บลจ. ก็ออกแบบบริการการลงทุนแบบถัวเฉลี่ยออกมาเพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ลงทุนอีกด้วย โดยกองทุนจะทำการตัดเงินและลงทุนให้อัตโนมัติ ตามวันที่เรากำหนดไว้

ดังนั้น วิธีการลงทุนที่ดีใน LTF และ RMF ก็คือ ลงทุนแบบถัวเฉลี่ยนั้นเอง

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท