
จัสมินฯเร่งเดินหน้าขายกองทุนทันปีนี้
JAS แจงผู้ถือหุ้นไม่ต้องห่วงหากกองทุนสะดุดมีกระแสเงินสดลงทุนพอ สานฝันปีหน้าโตก้าวกระโดด
JAS แจงผู้ถือหุ้นไม่ต้องห่วงหากกองทุนสะดุดมีกระแสเงินสดลงทุนพอ สานฝันปีหน้าโตก้าวกระโดด
นายสุทธิธรรม จิราธิวัฒน์ ประธานคณะกรรมการ บริษัท จัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) เปิดเผยว่า ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 27 ต.ค.ที่ผ่านมา มีมติอนุมัติด้วยคะแนนเสียงมากกว่า 99% ให้บริษัทแก้ไขทรัพย์สินที่ทำการขายให้แก่กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานบรอดแบนด์อินเทอร์เน็ต จัสมินโกรท และยกเลิกการจำนำหุ้นของบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ (TTTBB) เป็นที่เรียบร้อย
นายสรวิศ ไกรฤกษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) บัวหลวง ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า JAS ต้องการขายกองทุนโครงสร้างพื้นฐานภายในปี 2557 หลังส่งหนังสือให้ ก.ล.ต.ตั้งแต่วันที่ 16 ต.ค.แล้วว่า ไม่มีเหตุผลใดต้องแก้ไขงบการเงินงวดปี 2556 และไตรมาส 2 ปี 2557 เพราะมีเจ้าหนี้รายใหม่ที่ได้รับการโอนหนี้ไปฟ้องบริษัทเดือน ส.ค. ซึ่งต้องรอพิสูจน์การเป็นเจ้าหนี้ต่อไป ส่วนเจ้าหนี้เดิม 3 ราย ก็ต้องรอศาลตัดสินว่าจะต้องชำระหนี้หรือไม่ แต่เพื่อให้เห็นว่าบริษัทมีความสามารถจ่ายหนี้ได้ หากเกิดกรณีใดขึ้นมา JAS มีหลักทรัพย์ในการชำระหนี้ทั้งหมด 228 ล้านบาท และยื่นบัญชีเงินฝากของธนาคารกรุงเทพกับศาลไป พร้อมตั้งสำรองหนี้ไว้ในงบไตรมาส 3 ปี 2557 ทั้งหมด 274 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากตลาดทุน เปิดเผยว่า วันที่ 7 พ.ย.นี้ ศาลจังหวัดนนทบุรีจะพิจารณาเรื่องการรับบัญชีเงินฝากกับธนาคารกรุงเทพเป็นหลักทรัพย์ ซึ่งหากศาลรับเป็นหลักทรัพย์ก็น่าจะพิจารณายกเลิกคำร้องที่บริษัท ทีทีแอนด์ที โจทก์ กับบริษัท ทริปเปิลที บรอดแบนด์ เรียกร้องให้ทริปเปิลทีชำระเงิน 228 ล้านบาท และขอคุ้มครองโดยให้ศาลสั่งห้ามมิให้ทริปเปิลที จำหน่าย จ่ายโอน หรือก่อให้เกิดภาระผูกพันในทรัพย์สินของทริปเปิลทีที่ศาลนัดพิจารณาในวันที่ 21 พ.ย.นี้ไปด้วย
นายพิชญ์ โพธารามิก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JAS ได้ตอบข้อซักถามผู้ถือหุ้น หากกองทุนฯ ไม่สามารถเกิดขึ้นบริษัทมีแผนสำรองอย่างไร ประเด็นหลักบริษัทตั้งเป้าหมายที่จะเสนอขายกองทุนฯ ให้ทันภายในปีนี้ และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับกองทุนฯ ไม่ส่งผลกระทบต่อแผนการขยายงานและการลงทุนในปี 2558 ที่ตั้งเป้าว่าจะใช้งบลงทุนขยาย 6,000 ล้านบาท เพื่อทำให้มีจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์ถึง 2 ล้านรายให้ได้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.51.6 ล้านราย เนื่องจากตัวเลขไตรมาส 3 บริษัทมีกำไรก่อนหักภาษี ดอกเบี้ย ค่าเสื่อมราคา และค่าตัดจำหน่าย (อีบิตดา) กว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดเท่าที่ตั้งบริษัทมา อีกทั้งบริษัทยังสามารถกู้เงินได้
“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับกองทุน บริษัทก็มีสภาพคล่องเพียงพอที่จะทำให้ไปถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าปีหน้าบริษัทจะเติบโตก้าวกระโดด หลังทุ่มงบขยายเส้นใยแก้วนำแสงหรือไฟเบอร์ ออฟติกให้ครอบคลุมทั่วประเทศที่มีกว่า 7,200 ตำบล จากที่ติดตั้งไปได้ 3,400 ตำบล ปัจจุบันลูกค้าใหม่ที่ติดอินเทอร์เน็ตเฉลี่ยต่อเดือนมากกว่า 2 หมื่นราย” นายพิชญ์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หากขายกองทุนฯ ที่ประเมินไว้ 5.57 หมื่นล้านบาท JAS จะมีรายรับสุทธิประมาณ 23 หมื่นล้านบาท บางส่วนนำไปจ่ายเงินปันผล ส่วนคดีความต่างๆ มีผลต่อราคาหุ้น JAS อยากให้นักลงทุนดูที่ปัจจัยพื้นฐานมากกว่า







