
ห้างบูมพาเครื่องนุ่งห่มคึก
เพิ่มช่องทางการขายทั่วกลุ่มซีแอลเอ็มวีรายเล็กสนขยายการผลิตในพม่ามากสุด
เพิ่มช่องทางการขายทั่วกลุ่มซีแอลเอ็มวีรายเล็กสนขยายการผลิตในพม่ามากสุด
แนะเครื่องนุ่งห่มทำตลาดอาเซียน เกาะติดห้างดังเปิดสาขา เอสเอ็มอีเล็งขยายฐานการผลิตไปพม่า
นายวัลลภ วิตนากร ที่ปรึกษาสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันสินค้าเครื่องนุ่งห่มไทยมีช่องทางขยายตลาดในประเทศอาเซียนเพิ่มมากขึ้น จากการที่ห้างสรรพสินค้าสัญชาติไทยและต่างชาติได้ขยายสาขาอย่างต่อเนื่องในภูมิภาคนี้ โดยเฉพาะในกัมพูชา ลาว เวียดนาม และพม่า ซึ่งจะทำให้ความต้องการสินค้าไทยเพิ่มมากขึ้น จึงเป็นโอกาสนำสินค้าไทยขายในห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่โดยเฉพาะห้างของไทย
นายถาวร กนกวลีวงศ์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มไทย กล่าวว่า ในประเทศลาว กัมพูชา เวียดนาม และพม่า มีห้างสรรพสินค้าท้องถิ่นปรับปรุงขยายสาขาอย่างมาก รวมถึงห้างสรรพสินค้าของญี่ปุ่น เกาหลี ที่เข้ามาเปิดสาขาใหม่ และขยายพื้นที่สาขาที่มีอยู่แล้ว ขณะที่ห้างสรรพสินค้าของไทยก็มีแผนจะไปเปิดสาขาในอาเซียนเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม กำลังซื้อของผู้บริโภคในประเทศเพื่อนบ้านยังไม่ได้เติบโตดีมาก คนยังไม่ได้ซื้อสินค้าเสื้อผ้ามากนัก ซึ่งต้องใช้เวลารอให้ตลาดเติบโต แต่ผู้ประกอบการต้องเตรียมความพร้อมขยายออกไปให้ทัน และพร้อมที่จะลงทุนโดยเฉพาะในสินค้าที่มีแบรนด์เป็นของตัวเอง
“ตลาดอาเซียนน่าจะมีโอกาสเติบโตได้มากภายใน 3-5 ปีข้างหน้า อีกทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เข้ามาในอาเซียนเพิ่มขึ้น จะกลายเป็นโอกาสของสินค้าไทยทุกประเภท ไม่ใช่แค่เครื่องนุ่งห่ม” นายถาวร กล่าว
สำหรับการย้ายฐานการผลิตในช่วง2-3 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งปัจจุบันได้ออกไปขยายฐานการผลิตแล้ว 2-3 บริษัท 30 โรงงาน ส่วนบริษัทขนาดกลางและขนาดเล็กยังอยู่ระหว่างการศึกษา ซึ่งในอีก 1-2 ปีข้างหน้าโรงงานขนาดกลางและขนาดเล็กน่าจะเริ่มขยายฐานการผลิตออกไปต่างประเทศมากขึ้น
ทั้งนี้ จากการสำรวจสมาชิกของสมาคม พบว่ามีโรงงานขนาดกลางและเล็กประมาณ 30-35 ราย ที่ต้องการจะขยายฐานการผลิตไปต่างประเทศ ขณะที่อีก 50 รายอยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลการออกไปลงทุนในต่างประเทศ โดยการลงทุนของบริษัทขนาดกลางอยู่ที่ประมาณ 50100 ล้านบาท มีคนงานตั้งแต่ 100-5,000 คน
สำหรับประเทศเป้าหมาย ส่วนใหญ่สนใจไปลงทุนในประเทศพม่ามากที่สุด จากเดิมที่นิยมไปเวียดนามและกัมพูชา เนื่องจากพม่ามีค่าแรงถูกที่สุด หรือประมาณ 120 เหรียญสหรัฐ/เดือน ขณะที่กัมพูชาอยู่ที่ 130-150 เหรียญสหรัฐ เวียดนาม 270 เหรียญสหรัฐ ส่วนไทยอยู่ที่ 336 เหรียญสหรัฐ







