
การลงทุนในทองคำยังน่าสนใจ
ทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากปรับตัวสูงขึ้นมาเป็นเวลา 7 วัน โดยเป็นไปในลักษณะของ Technical Rebound
ทองคำปรับตัวลดลงอีกครั้งหนึ่ง หลังจากปรับตัวสูงขึ้นมาเป็นเวลา 7 วัน โดยเป็นไปในลักษณะของ Technical Rebound โดยที่สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำกลับปรับตัวลดลง หลังจากที่ยอดการขายบ้านมือสองและการขายบ้านใหม่ในสหรัฐปรับตัวสูงขึ้น โดยผลักดันให้ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวสูงขึ้น หลังจากปรับตัวลดลงมาเช่นเดียวกัน โดยที่ราคาทองคำขึ้นไปทดสอบระดับ Fibonacci Retracement ที่ระดับประมาณ 40% เเละไม่สามารถขึ้นไปทดสอบที่ระดับ 50% ได้ ในขณะที่ค่าเงินดอลลาร์เริ่มกลับมาแข็งค่าเมื่อเทียบกับค่าเงินยูโร ส่งผลให้เป็นตัวกดดันราคาทองคำอีกครั้งหนึ่ง
SPDR ยังคงเทขายทองคำอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่เมื่อวันศุกร์ยังคงมีแรงเทขายทองคำ จาก SPDR เช่นเดิม โดยคงเหลือการถือครองทองคำที่ 745.39 ตัน ซึ่งถือว่าเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 7 ปี
การลงทุนในทองคำแบบกลับทิศทาง
ในช่วงของการกลับตัวของราคาทองคำบริเวณ 1,250 เหรียญสหรัฐ ทำให้ภาพรวมของการลงทุนมีความผันผวนและเริ่มที่จะต้องปรับพอร์ตการลงทุนกลับมาเป็นแนวโน้มขาลงอีกครั้ง ในที่นี้จะวิเคราะห์ถึงการถือครองพอร์ตการลงทุนในทองคำแบบระยะสั้น
ระยะสั้นในที่นี้ เราจะระบุการลงทุนทองคำในกรอบระยะเวลาประมาณ 710 วัน เป็นลักษณะที่เรียกว่า Swing Trade คือ การทำกำไรตามสภาพการแกว่งของราคาทองคำในแต่ละช่วง ซึ่งสิ่งที่สำคัญของการลงทุน คือ การติดตามสภาพสภาวะตลาดอย่างต่อเนื่อง โดยจะเห็นได้ว่าในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมาจะมีความผันผวนของราคาค่อนข้างมาก ทั้งในทิศทางขาขึ้นและลง
ดังนั้น การที่จะจัดกรอบ Portfolio ให้เหมาะสมจึงเป็นเรื่องที่สำคัญ โดยการพยายามบริหารพอร์ตการลงทุนในระยะสั้นตามทิศทางการเปลี่ยนแปลง โดยการที่จะสามารถปรับเปลี่ยนตามสภาพตลาดในระยะสั้นได้เช่นเดียวกัน ซึ่งโดยส่วนใหญ่ MTS Gold แม่ทองสุกจะแนะนำให้ใช้ Technical Analysis โดยการใช้ Time Frame ระยะสั้นเข้าช่วยบริหารในการตัดสินใจ
วิเคราะห์ราคาทองคำทางเทคนิค
ในเชิงเทคนิคราคาเริ่มมีลักษณะการกลับตัวหลังจากที่ขึ้นไปทดสอบบริเวณ 1,255 เหรียญสหรัฐ แต่ไม่สามารถยืนอยู่ในระดับสูงได้ ราคาเริ่มทำจุดต่ำสุดใหม่และเริ่มทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 50 วัน ในระยะสั้นแบบรายชั่วโมงลงมา โดยที่ Oscillator ต่างๆ เริ่มมีสัญญาณกลับทิศทางที่เรียกว่า Divergent ซึ่งได้ทำการวิเคราะห์ไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ว่ามีสัญญาณของการกลับทิศทางในระยะสั้น
จึงสรุปได้ว่าราคาทองคำน่าจะสิ้นสุดจากการปรับสูงขึ้นไปแล้วและเข้าสู่ทิศทางแนวโน้มขาลงทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว โดยแนวรับถัดไปจะอยู่ที่ระดับ 1,220 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นแนวรับระยะสั้นและ 1,200 เหรียญสหรัฐ จะเป็นแนวรับระยะยาวโดยแนวต้านระยะสั้นจะอยู่ที่ระดับ 1,240 เหรียญสหรัฐ และ 1,255 เหรียญสหรัฐ ตามลำดับ
ในสัปดาห์นี้ นักลงทุนควรจะต้องติดตามผลการประชุมเฟดและการแถลงของ เจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ในคืนวันที่ 29 ต.ค. ซึ่งประเด็นที่น่าจับตามองก็คือตัวเลขเศรษฐกิจในการว่างงานที่แม้จะออกมาแย่ลง แต่ว่าสภาวะหนี้ของสหรัฐที่ดีขึ้นร่วมกับค่าเงิน US Dollar Index ที่เริ่มจะทรงตัว จะเป็นปัจจัยที่กดดันต่อราคาทองคำ รวมทั้งถ้อยแถลงถึงสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประธานเฟด จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของราคาทองคำในระยะสั้นในรอบเดือนที่จะตามมา
MTS Gold แม่ทองสุกจะมีการอบรมเทคนิคการลงทุน รวมทั้งการอ่านกราฟในระยะที่สอง ซึ่งจะช่วยให้นักลงทุนใช้เป็นเครื่องมือประกอบการตัดสินใจในการลงทุนได้ดีขึ้น ซึ่งในสองสัปดาห์ก่อนเราได้บรรยายถึงการสร้างเส้นแนวโน้มของแนวรับและแนวต้าน โดยที่ในสัปดาห์นี้จะเป็นการบรรยายอย่างต่อเนื่อง ซึ่งท่านสามารถที่จะลงทะเบียนเข้าร่วมการอบรมได้ที่เบอร์ 02-770-7777 โดยจะมีการอบรมในวันพุธที่ 29 ต.ค.นี้ ที่ MTS Gold แม่ทองสุก สาขาเซ็นทรัล ลาดพร้าว ในช่วงเวลา 14.00–16.00 น. แล้วพบกันเพื่ออัพเดทสภาวะการลงทุนในทองคำอย่างใกล้ชิดต่อไป







