
WHAใหญ่แสนล.
รอบอร์ดเคาะดีลเทกโอเวอร์พ.ย.นี้ผลดีเพียบหนุนกำไรและหุ้นทะยาน
รอบอร์ดเคาะดีลเทกโอเวอร์พ.ย.นี้ผลดีเพียบหนุนกำไรและหุ้นทะยาน
WHA ใกล้จบดีลเทกโอเวอร์ ดันบริษัทใหญ่แสนล้าน ต้นทุนลด หนุนกำไร บอร์ดเคาะ พ.ย.นี้
นพ.สมยศ อนันตประยูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) เปิดเผยว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาเข้าซื้อกิจการ (เทกโอเวอร์) บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ มูลค่าราว 5 หมื่นล้านบาท หุ้นมีพี/อีประมาณ 10 เท่า และเป็นบริษัทที่มีอายุมากกว่า 20 ปี อยู่ในกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกับ WHA คาดได้ข้อสรุปและเสนอในคณะกรรมการบริษัทอนุมัติกลางเดือน พ.ย.นี้ หากสำเร็จทำให้บริษัทมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป ) 1 แสนล้านบาท โอกาสทำกำไรสูง เป็นที่สนใจของต่างชาติ
สำหรับการเข้าไปลงทุนครั้งนี้ สามารถต่อยอดธุรกิจเดิมพัฒนาศูนย์กระจายสินค้าและพื้นที่คลังสินค้าให้เช่าตามความต้องการลูกค้า (Builttosuit) สามารถให้บริการครบวงจรครอบคลุมทุกกลุ่มลูกค้า เพราะธุรกิจที่ซื้อเข้ามามีศูนย์กระจายสินค้า พื้นที่คลังสินค้าและโรงงานสร้างเสร็จพร้อมเช่า ทำให้เกิดการประหยัดต่อขนาด ต้นทุนการดำเนินธุรกิจลดลงทั้งวัสดุและก่อสร้าง รวมถึงแรงงานจากขนาดธุรกิจที่จะใหญ่ขึ้น และมีการใช้โนว์ฮาวของบริษัทด้วย
นอกจากนั้น ยังสร้างความพร้อมในการขยายตลาดออกไปในอาเซียนหลังเปิดเขตประชาคมเขตเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) รองรับกลุ่มลูกค้าที่จะเข้ามาลงทุน ใช้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์ ขณะเดียวกันต้นทุนทางการเงินมีโอกาสต่ำลง 23% เนื่องจากบริษัทที่จะซื้อเข้ามามีต้นทุนทางการเงินที่สูงกว่า WHA ซึ่งมีแผนนำเครื่องมือทางการเงินมาใช้ลดต้นทุนการเงินให้กำไรดีขึ้น
“ดีลนี้ทำแล้วคุ้มมาก เหมือนหนึ่งบวกหนึ่งเป็นสาม ซึ่งธุรกิจที่จะเข้าไปซื้อสามารถสร้างประโยชน์ร่วมกันในหลายๆ เรื่อง ทำให้เรามั่นคงยิ่งขึ้น มาร์เก็ตแคปทั้ง 2 แห่งรวมกันมีโอกาสถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งมาร์เก็ตแคปของเรา 4 หมื่นล้านบาท น่าจะเป็นดีลที่มีมูลค่าใหญ่ที่สุดของปีนี้ของอุตสาหกรรมนี้ เราจะไม่เปลี่ยนธุรกิจที่ซื้อมาเพราะดีอยู่แล้ว และทีมบริหารเดิมยังช่วยบริหารต่อไป”
นพ.สมยศ กล่าวอีกว่า การซื้อกิจการช่วยให้สัดส่วนเป้าหมายรายได้ประจำจากค่าเช่าและบริการ ทำได้เร็วกว่าแผนเดิมที่วางไว้ในปี 2559 ที่มีเป้า 50% ของรายได้ จากปัจจุบันมีสัดส่วน 35% เพราะบริษัทที่จะซื้อมีแหล่งรายได้หลักประจำสม่ำเสมอ จากการให้บริการสาธารณูปโภค และโรงไฟฟ้าเกือบ 10 โรง
สำหรับแหล่งเงินลงทุนอาจพิจารณาการเพิ่มทุน 25-30% ของทุนจดทะเบียนในปัจจุบัน และเงินที่ระดมทุนสามารถนำมาจ่ายเงินปันผลได้ ขณะที่การลงทุนครั้งนี้ยอมรับว่าอัตราหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) จะปรับขึ้นค่อนข้างมาก ในช่วงแรกจากเฉลี่ยทั้งปี 2557 ต่ำกว่า 1.5 เท่า ซึ่งบริษัทวางแผนคืนหนี้และลดดี/อีไว้แล้ว
นพ.สมยศ กล่าวว่า บริษัทยังมีกำไรจากการขายทรัพย์สินเข้ากองทุน และการจัดตั้งกองทรัสต์กองแรกในอุตสาหกรรม ขนาด 4,6004,700 ล้านบาท สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว







