posttoday
กลุ่มยานยนต์โตไม่หยุด...ฉุดไม่อยู่

กลุ่มยานยนต์โตไม่หยุด...ฉุดไม่อยู่

07 มิถุนายน 2553

ตัวเลขการเติบโตของการผลิตอุตสาห กรรมยานยนต์ไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) ที่เติบโต 93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 4.88 แสนคัน

ตัวเลขการเติบโตของการผลิตอุตสาห กรรมยานยนต์ไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) ที่เติบโต 93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 4.88 แสนคัน

โดย...เจียรนัย อุตะมะ

ตัวเลขการเติบโตของการผลิตอุตสาห กรรมยานยนต์ไทยในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-เม.ย.) ที่เติบโต 93% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนมาอยู่ที่ 4.88 แสนคัน ส่งผลให้อุตสาหกรรมประกอบชิ้นส่วนยานยนต์มีแนวโน้มก้าวกระโดดตาม สวนทางกับภาพรวมของเศรษฐกิจโลกที่มีความกังวลเกี่ยวกับหนี้สาธารณะในสหภาพยุโรป (อียู) และความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศ

ทั้งนี้ ยอดผลิตรถยนต์เริ่มกลับมาดีตั้งแต่เดือน ก.ย. 2552 เฉลี่ยมากกว่า 1 แสนคันต่อเดือน

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้เคยปรับประมาณการยอดผลิตรถยนต์จาก 1.2 ล้านคันในปีนี้ เป็น 1.4 ล้านคันมาแล้ว และยังลังเลที่จะปรับขึ้นอีกเพื่อรอดูปัญหาหนี้ของประเทศในสหภาพยุโรป

ผลจากยอดผลิต 4 เดือนแรกที่เติบโตกว่าที่ตลาดคาดนี้ทำให้ผู้ประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ของไทย 2 บริษัทคาดว่าผลการดำเนินงานจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติเท่าก่อนวิกฤตเศรษฐกิจโลก คือปี 2551

SAT โตตามอุตสาหกรรม

กลุ่มยานยนต์โตไม่หยุด...ฉุดไม่อยู่

“วีระยุทธ กิตะพาณิชย์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท สมบูรณ์ แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี (SAT) ผู้ผลิตเพลาข้างรถยนต์รายใหญ่ที่สุดในประเทศ ประมาณการใหม่ว่ายอดผลิตรถยนต์ปีนี้น่าจะแตะระดับ 1.6 ล้านคันได้ และทำให้บริษัทปรับประมาณการยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์ใหม่ จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโต 40% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนตามอุตสาหกรรมที่ยอดผลิตรถยนต์ 1.4 ล้านคัน เป็นเติบโตมากกว่า 40% และจะรักษาอัตรากำไรขั้นต้นไว้ที่ 22-23%

พร้อมกันนี้ SAT ได้ปรับแผนการใช้กำลังการผลิตจาก 70% เป็น 80-85% เพื่อรองรับการเติบโตของยอดขายดังกล่าว

นอกจากนั้น ยังคาดว่าปี 2554 ยอดขายชิ้นส่วนยานยนต์จะเติบโตต่อเนื่องจากปีนี้อีก 10% ตามยอดขายรถยนต์ปีหน้าที่จะเติบโต 10% จากปี 2553

“การปรับประมาณการขึ้นดังกล่าวจะทำให้ยอดขายและผลการดำเนินงานของบริษัทดีที่สุดนับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทมา โดยดีกว่าปี 2551 ที่เป็นผลการดำเนินงานที่ดีที่สุดของบริษัท (ยอดขาย 5,814 ล้านบาท กำไรสุทธิ 658 ล้านบาท)” วีระยุทธ กล่าว

ทั้งนี้ เป็นไปตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก แม้ว่าประเทศในสหภาพยุโรปจะประสบปัญหาวิกฤตการเงินแต่ไม่กระทบต่อการส่งออก เพราะสัดส่วนในอียูคิดเป็นเพียง 4.5% ของยอดส่งออกทั้งหมด ขณะที่ตลาดคู่ค้าสำคัญอย่างออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ เอเชีย และตะวันออกกลาง เป็นตลาดหลัก คิดเป็นประมาณ 70% ของยอดส่งออกรถยนต์

ขณะที่ตลาดรถยนต์ในประเทศมีทิศทางสดใสจากแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายของค่ายผู้ผลิตรถยนต์

ทั้งนี้ จะส่งผลดีต่อ SAT ที่ได้รับคำสั่งซื้อชิ้นส่วนเพิ่มขึ้นตามการผลิต และเมื่อรวมคำสั่งซื้อจากกลุ่มลูกค้ารถแทรกเตอร์ยี่ห้อคูโบต้าที่จะเพิ่มขึ้นเป็น 650 ล้านบาทในปีนี้ จากปีก่อน 250 ล้านบาท และจากโครงการอีโคคาร์ของค่ายนิสสัน และฮอนด้าที่ได้รับการยืนยันคำสั่งซื้อแล้ว รวมถึงคำสั่งซื้อใหม่จากอินเดีย และจีเอ็ม (ประเทศไทย) ที่จะเริ่มผลิตครึ่งหลังปี 2553 และ 2554 ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม “วีระยุทธ” กล่าวว่า ไตรมาส 2 ยอดขายจะลดลงจากไตรมาสแรก 7% ซึ่งเป็นไปตามฤดูกาล และจากนั้นยอดขายจะกลับมาดีที่สุดในไตรมาส 3

AH หวังฟื้น

ด้านบริษัท อาปิโก ไฮเทค (AH) ภายใต้การบริหารงานของ “เย็บซูชวน” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ประมาณการรายได้ปีนี้ว่าจะกลับไปใกล้เคียงปี 2551 ที่มีรายได้ 9,077 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 241 ล้านบาท จากปี 2552 ที่รายได้ตกลงมาอยู่ที่ 7,114 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 109 ล้านบาท

แต่ปีนี้บริษัทต้องหักค่าเสื่อมราคาจากการสร้างโรงงานใหม่ที่ระยอง 3 แห่ง เฉลี่ย 10-20 ปี ที่จะกระทบอัตรากำไรขั้นต้นในปีแรก หากโรงงานใหม่เพิ่มปริมาณการผลิตขึ้นผลกระทบจะลดลงตามลำดับ และรายได้ไตรมาส 2 คาดว่าจะดีกว่าไตรมาสแรกที่ทำได้ 2,312 ล้านบาท ซึ่งเป็นไปตามการฟื้นตัวของคำสั่งซื้อที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะจากยอดผลิตรถอีโคคาร์และบีคาร์

สำหรับแผน 3 ปีข้างหน้าจะขยายการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เข้าไปในจีนมากขึ้นเพื่อให้สัดส่วนในประเทศและนอกประเทศมีสัดส่วนเท่ากัน จากปัจจุบันรายได้ 70% มาจากในประเทศ โดยจะเพิ่มกำลังการผลิตในจีนเพื่อให้มีรายได้เข้ามา 20-30% ของรายได้ทั้งหมด จากปัจจุบัน 10%

ข่าวล่าสุด

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี

‘สุชาดา’ ปฏิเสธเอี่ยวเว็บพนัน ยัน FBI-SEC ไม่พบชื่อสามี