
บจ.ไทยเสี่ยงกำไรต่ำกว่าคาด
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส วิเคราะห์ว่า
นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส วิเคราะห์ว่า เริ่มเห็นสัญญาณความเสี่ยงที่จะทำให้กำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไทยปี 2557 ออกมาต่ำกว่าประมาณการไว้จากทิศทางราคาน้ำมันที่ลดลง ที่ฉุดผลประกอบการกลุ่มพลังงานปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนกำไรประมาณ 30% ของกำไรสุทธิรวมทั้งตลาด อีกทั้งหลายกลุ่มอุตสาหกรรมชะลอตัว โดยคาดว่าการปรับลดของกำไรสุทธิน่าจะเกิดขึ้นหลังประกาศงบ บจ.ไตรมาส 3 สิ้นสุดลง
ดัชนีหุ้นทรงตัว
การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นไทยปรับลดลงตั้งแต่ช่วงต้นสัปดาห์ ท่ามกลางแรงขายทำกำไรของนักลงทุน ก่อนที่จะทยอยปรับขึ้นตั้งแต่ช่วงกลางสัปดาห์ เพราะได้รับแรงหนุนจากข้อมูลตัวเลขอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 3 ของจีน และเครื่องชี้ภาคการผลิตเดือน ต.ค.ของกลุ่มยูโรโซนที่ออกมาดีกว่าคาด รวมทั้งแรงซื้อจากกองทุนหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) จนดัชนีกลับมาปิดที่ 1,539.91 จุด เพิ่มขึ้น 0.73% จากสัปดาห์ก่อน มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลง 5.36% จากสัปดาห์ก่อน มาอยู่ที่ 37,916.51 ล้านบาท
หุ้นธรรมาภิบาลดีปลอดภัย
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ ผู้ช่วย ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ตลาดเงิน บริษัท ทุนผู้ร่วมทำงานวิจัย ร่วมกับสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยคะแนนวัดระดับธรรมาภิบาล (ซีจี) ของสมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD) ให้บริษัท บจ. ในภาวะปกติของตลาดหุ้นระหว่างปี 25492555 สรุปว่าหุ้นที่ได้ระดับคะแนนธรรมาภิบาลทุกระดับและไม่ผ่านการประเมินระดับธรรมาภิบาลสามารถสร้างผลตอบแทนเฉลี่ยในช่วงดังกล่าวได้ในระดับที่ใกล้เคียงกัน แต่หุ้นกลุ่มที่ได้ระดับคะแนนธรรมาภิบาลดีเลิศ ระดับ 5 ดาวนั้น ถือเป็นกลุ่มหุ้นที่ปลอดภัย เพราะพบว่าปี 2552 ที่เกิดเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจแฮมเบอร์เกอร์นั้น ราคาหุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวลดลงเฉลี่ยเพียงประมาณ 10% เปรียบกับตลาดดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับตัวลดลงประมาณ 30% ขณะที่หุ้นกลุ่มที่มีระดับคะแนนธรรมาภิบาลต่ำกว่า 3 ดาวลงมานั้น มีการปรับลดลงของราคาหุ้นมากกว่า 30% ถือเป็นอัตราลงที่แรงกว่าดัชนี
ขณะที่ นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.อยู่ระหว่างการหารือกับสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ไทย เพื่อพิจารณาปรับปรุงมาตรการดูแลหุ้นที่มีการซื้อขายผิดปกติให้มีความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อให้เป็นประโยชน์กับผู้ลงทุนมากที่สุด คาดว่าภายในปีนี้จะเห็นความชัดเจน
บจ.รุกหนักพม่า
การรุกคืบเข้าไปลงทุนในพม่าของกลุ่มบริษัทจดทะเบียนไทยเริ่มมีความชัดเจนมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของธุรกิจพลังงานที่ได้กลายเป็นธุรกิจ ที่มีมูลค่ามากเป็นอันดับ 1 ซึ่ง สุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน บริษัท ปตท. กล่าวว่า เป็นสัญญาณที่ดีที่การเดินทางไปเยือนพม่าของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะทำให้เกิดความร่วมมือต่างๆ เกิดขึ้นได้ และในส่วนของ ปตท.ได้เซ็นสัญญา ความร่วมมือในการศึกษาความเป็นไปได้ในการสร้างโรงไฟฟ้าที่มะริด ซึ่งมีขนาดกำลังการผลิตประมาณ 1,800 เมกะวัตต์ ซึ่งหากเกิดขึ้นได้ก็จะเป็นการผลิตไฟฟ้าเพื่อรองรับความต้องการใช้ของประชาชนพม่าในส่วนของภาคใต้ และถ้าหากมีไฟฟ้าเหลือใช้ก็จะส่งกลับมายังประเทศไทย ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ได้ประโยชน์กันทั้งฝ่ายไทยและพม่า







