
จับตา"อินโดนีเซีย"สนามรบอีคอมเมิร์ซแห่งใหม่
เช่นเดียวกับชาวอินโดนีเซียคนอื่นๆ อีเมอร์รา ทีโออันดา วัย 26 ปี
โดย...ชาลินี ลงกานี
เช่นเดียวกับชาวอินโดนีเซียคนอื่นๆ อีเมอร์รา ทีโออันดา วัย 26 ปี มองสมาร์ทโฟนในมือมากกว่าแค่อุปกรณ์สื่อสารไว้โทรออกหรือรับสาย แต่ถือเป็น “เครื่องช่วยชีวิต” ชิ้นหนึ่งเลยทีเดียว เพราะนอกจากจะช่วยฆ่าเวลาขณะที่รถติดในกรุงจาการ์ตาเมืองหลวงแล้ว ยังช่วยให้เข้าถึงเว็บไซต์ขายของที่สามารถจับจ่ายทุกอย่างได้ ตั้งแต่เสื้อผ้าไปจนถึงตั๋วเครื่องบิน
“ฉันเริ่มช็อปปิ้งออนไลน์ครั้งแรกตอนเรียนอยู่ที่สิงคโปร์ เมื่อเรียนจบก็กลับมาที่จาการ์ตา และยังคงซื้อของผ่านอินเทอร์เน็ตต่อไป เนื่องจากความสะดวกสบาย และแฟชั่นก็อัพเดทกว่าในห้างสรรพสินค้าเสียอีก แถมยังช่วยประหยัดเวลาได้มากโข เพราะทำได้ระหว่างรอรถติด” ทีโออันดา กล่าว
ชาวอินโดนีเซียหลายคนเช่นเดียวกับทีโออันดา ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจการขายของออนไลน์ หรืออีคอมเมิร์ซ ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในประเทศนี้ และมีการคาดการณ์ตัวเลขยอดขายว่าน่าจะพุ่งทะลุ 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ภายในปี 2016
มิสตี อกุสตินี ผู้จัดการทั่วไปของเวเบอร์ แชนด์วิค ระบุว่า ต้นเหตุหนึ่งที่ทำให้ยอดขายของบนโลกออนไลน์เพิ่มขึ้นอย่างถล่มทลาย ส่วนหนึ่งก็มาจากปัญหาด้านการจราจรที่ติดขัดอย่างมหาศาลในเมืองหลวง
“ด้วยไลฟ์สไตล์ที่วุ่นวาย ชาวอินโดนีเซียไม่อยากจะเสียเวลาไปรถติดบนถนน หรือเดินทางเพื่อไปซื้อของ” อกุสตินี กล่าว
เมื่อเดือน มิ.ย. ยูบีเอส บริษัทให้บริการทางการเงิน รายงานว่า ตลาดการขายของออนไลน์ของกลุ่มประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน อยู่ในช่วง “แพร่ระบาดอย่างหนัก” เนื่องจากอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงในหลายจุด และการใช้สมาร์ทโฟนอย่างแพร่หลายเอื้อต่อการเติบโตของธุรกิจนี้
สำหรับอินโดนีเซีย ประเทศที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ก็มีผู้ใช้อินเทอร์เน็ตเกือบ 76 ล้านคน ในปี 2013 ถือเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดในอาเซียน และคาดว่าจะมีผู้ใช้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะราคาสมาร์ทโฟนที่ผลิตออกมาจำหน่ายนั้นมีราคาไม่สูงมาก ประชาชนทั่วไปจึงสามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ และถ้าสมาร์ทโฟนยิ่งถูก ก็ยิ่งทำให้มียอดขายออนไลน์มากขึ้นเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าธุรกิจการขายของออนไลน์ในแดนอิเหนาดูจะไปได้สวย แต่ก็มีอุปสรรคอยู่หลายประการอีกเหมือนกัน
ขวากหนามประการแรก ทางยูบีเอสได้วิเคราะห์ไว้ว่าคือโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งที่ไม่ค่อยได้มาตรฐานเท่าไหร่ ดังนั้นผู้ขายจึงไม่สามารถส่งได้เร็วตามที่ใจต้องการ
ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของบริษัทวิจัย นีลสัน เมื่อต้นเดือน ก.ย.นี้ แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคชาวอินโดนีเซียยังไม่ค่อยสั่งซื้อของจากอินเทอร์เน็ตมากเท่าไหร่นัก เพราะกว่า 80% บอกว่าดูสินค้าในร้านออนไลน์ก็จริง แต่ก็เลือกที่จะไปซื้อจากร้านค้าเองเสียมากกว่า
ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่มีส่วนทำให้ผู้ซื้อไม่ใช้บริการอีคอมเมิร์ซ ก็คือความไม่เชื่อใจ นีลสัน ชี้ว่า 60% ของผู้บริโภคหวั่นเกรงที่จะเปิดเผยข้อมูลบัตรเครดิต
“ปัญหาเรื่องการชำระสินค้าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในอินโดนีเซีย ผู้บริโภคทุกคนในโลกต่างลังเลที่จะลองทำธุรกรรมทางการเงินครั้งแรก และเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว พวกเราจึงเปิดบริการชำระเงินได้หลากหลายช่องทาง เราสังเกตเห็นว่าลูกค้ามักเลือกจ่ายเงินเมื่อได้รับของแล้ว หลังเมื่อพอใจกับบริการและสินค้าก็จะกลับมาจ่ายเป็นบัตรเครดิตในครั้งต่อๆ ไป ด้วยเหตุนี้เราจึงไม่เห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาใหญ่ สิ่งที่ต้องทำก็คือสร้างความเชื่อมั่นเท่านั้นเอง” แม็คนัส เอกบอม กรรมการผู้จัดการของลาซาดา สาขาอินโดนีเซีย เว็บไซต์ขายของออนไลน์ยักษ์ใหญ่ กล่าว
การวิเคราะห์ปัจจัยที่ส่งผลให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซในอินโดนีเซียสามารถเติบโตไปได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงอุปสรรคที่ยังคงมีอยู่ ช่วยเพิ่มความเข้าใจถึงตลาดของประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อประเทศสมาชิกอาเซียนใกล้จะรวมกลุ่มเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน







