posttoday
‘DTAC’กำไรหดลง6%แข่งขันสูงเศรษฐกิจนิ่ง

‘DTAC’กำไรหดลง6%แข่งขันสูงเศรษฐกิจนิ่ง

23 ตุลาคม 2557

“DTAC” กำไรร่วง 6% การแข่งขันสูง เศรษฐกิจทรงตัว ประกาศปันผล 1.57 สตางค์

“DTAC” กำไรร่วง 6% การแข่งขันสูง เศรษฐกิจทรงตัว ประกาศปันผล 1.57 สตางค์

บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) หรือดีแทค เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 สิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย. 2557 กำไรสุทธิ 2,582 ล้านบาท ลดลง 165 ล้านบาท หรือ 6% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 2,747 ล้านบาท สำหรับรอบ 9 เดือนแรกของปีนี้ กำไรสุทธิอยู่ที่ 8,838 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.4% เมื่อเทียบกับปีที่แล้วที่มีกำไรสุทธิ 8,712.31 ล้านบาท

“ไตรมาส 3/2557 ดีแทคมีกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดา) เติบโต 9.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนใหญ่มาจากต้นทุนค่าธรรมเนียมและส่วนแบ่งรายได้ที่ลดลง แต่การเติบโตของรายได้ยังได้รับผลกระทบการแข่งขันในตลาดและเศรษฐกิจที่ทรงตัว”

บริษัทประกาศจ่ายปันผลเป็นเงินสด ผลประกอบการวันที่ 1 ก.ค.30 ก.ย. 2557 หุ้นละ 1.57 บาท กำหนดจ่ายวันที่ 21 พ.ย.

ผู้บริหาร DTAC กล่าวว่า บริษัทได้ลดเป้าหมายรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายปีนี้จะต่ำกว่าปีก่อนเล็กน้อย แต่เป้าหมายอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (อีบิตดามาร์จิ้น) และแผนการลงทุนคงเดิม โดยอีบิตดามาร์จิ้นอยู่ในช่วง 3537% และแผนการลงทุนไม่น้อยกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท

ขณะที่ไตรมาส 3/2557 บริษัทมีรายได้จากการให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายอยู่ที่ 16,639 ล้านบาท ลดลง 4.3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ 4.1% เทียบกับไตรมาสที่ผ่านมา โดย 9 เดือนแรกปีนี้รายได้ให้บริการไม่รวมค่าเชื่อมต่อโครงข่ายอยู่ที่ 51,377 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

สำหรับช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ต่างพยายามเพิ่มสัดส่วนจำนวนผู้ใช้สมาร์ทโฟนให้สูงขึ้น ดำเนินการเปลี่ยนผ่านให้ลูกค้ามาใช้บริการโครงข่ายบนคลื่น 2.1 กิกะเฮิรตซ์ มากขึ้น และเพิ่มปริมาณใช้งาน 3จี ทำให้สภาวะการแข่งขันในตลาดสูงขึ้น คาดการณ์ว่าไตรมาส 4 การแข่งขันยังมีอยู่ต่อเนื่อง การใช้จ่ายของผู้บริโภคที่มากขึ้นไม่เพียงพอที่จะผลักดันให้รายได้เติบโตได้

ข่าวล่าสุด

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ

IE Fall Risk แอป HealthTech ช่วยลดความเสี่ยงการหกล้มในผู้สูงอายุ