posttoday
บ้านแนวราบพร้อมอยู่ฟื้นเอพีเพิ่มยอดขายสวนศก.

บ้านแนวราบพร้อมอยู่ฟื้นเอพีเพิ่มยอดขายสวนศก.

23 ตุลาคม 2557

เอพีสวนกระแสเศรษฐกิจชะงัก ปรับเป้ารายได้เพิ่ม หลังยอดขายบ้านพร้อมอยู่พุ่งกระฉูดโดยเฉพาะบ้านใกล้เมือง 59 ล้าน กับบ้านพลีโน่ 1.82.5 ล้านขายดีสุด ส่วนบ้านหรู 30 ล.ยอมรับยังขายอืด

เอพีสวนกระแสเศรษฐกิจชะงัก ปรับเป้ารายได้เพิ่ม หลังยอดขายบ้านพร้อมอยู่พุ่งกระฉูดโดยเฉพาะบ้านใกล้เมือง 59 ล้าน กับบ้านพลีโน่ 1.82.5 ล้านขายดีสุด ส่วนบ้านหรู 30 ล.ยอมรับยังขายอืด

นายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์การตลาด บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเป้ารับรู้รายได้ปีนี้จากเดิม 2.1 หมื่นล้านบาท เป็น 2.2 หมื่นล้านบาท หลังจากเห็นแนวโน้มการขายบ้านแนวราบพร้อมอยู่ที่ขายได้แล้วและโอนได้ทันที ทำให้มียอดรับรู้ที่ช่วยผลักดันให้รับรู้รายได้ปีนี้เกินกว่าที่คาดการณ์ไว้

“กลุ่มบ้านแนวราบที่ขายดีมากหลังการเมืองนิ่งมี 2 กลุ่ม คือ แบรนด์ ‘บ้านกลางกรุง’ ระดับราคา 59 ล้านบาท ใน 20 โครงการ และทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ระดับราคา 1.82.5 ล้านบาท ส่วนบ้านหรูราคา 3040 ล้านบาท ยังไม่ได้ฟื้นตัวนัก”

นอกจากนี้ การโอนกรรมสิทธิ์คอนโดมิเนียมที่ทยอยสร้างเสร็จในปีนี้คิดเป็นมูลค่ารวม 1.11 หมื่นล้านบาท ยังโอนได้ตามเป้าหมายสะท้อนให้เห็นว่าคนที่จองคอนโดมิเนียมเมื่อ 12 ปีที่แล้วมีความต้องการจริง แต่ก็ยอมรับว่าธนาคารเข้มงวดปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ทำให้ผู้จองซื้อคอนโดมิเนียมต้องยื่นกู้ร่วมมากขึ้น ขณะที่ยอดขายที่ถูกปฏิเสธสินเชื่อของเอพียังอยู่ที่ 10% เท่าเดิม เพราะเอพีให้ลูกค้ายื่นขอสินเชื่อเบื้องต้นก่อนจองจริง

สำหรับภาพรวมตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงไตรมาส 4 เริ่มเห็นสัญญาณความคึกคักจากการเร่งเปิดตัวโครงการใหม่ๆ ของรายใหญ่ และการจัดงานอีเวนต์ที่อยู่อาศัยที่จัดต่อเนื่องตั้งแต่ต้นเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา ล้วนมียอดจองที่ดีรวมถึงโครงการคอนโดมิเนียมติดสถานีรถไฟฟ้าที่เปิดตัวในช่วงเดือน ก.ย.ต.ค.ที่ผ่านมา ก็มียอดขายดีมาก จึงถือว่าตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีสัญญาณฟื้นตัวชัดเจน

อย่างไงก็ตาม ต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกโครงการจะมียอดขายที่ดี เพราะบางโครงการที่ไม่ได้อยู่ในทำเลที่ดีมาก ยอดขายจะยังทรงตัว

ขณะที่กลยุทธ์ของเอพีในไตรมาส 4 ได้จัดงานใหญ่ “เอพี สเปซ โอดิสซี” ระหว่างวันที่ 2226 ต.ค. ที่พาร์ค พารากอน คาดว่าจะสร้างยอดขายได้ 1,000 ล้านบาท พร้อมเปิดตัว 2 แบรนด์ใหม่ คือ ดีสทริคท์ เจาะตลาดโฮมออฟฟิศ ประเดิมที่ทำเลศรีวราเลียบทางด่วนรามอินทรา มูลค่าโครงการ 870 ล้านบาท ราคาเริ่มต้น 25 ล้านบาท และแบรนด์บ้านเดี่ยว มายด์ มี 2 ทำเล คือ ติวานนท์ มูลค่าโครงการ 1,000 ล้านบาท บนพื้นที่ 23.2 ไร่ จำนวน 80 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 9.9 ล้านบาท และพระราม 7 มูลค่าโครงการ 700 ล้านบาท บนพื้นที่ 21.8 ไร่ จำนวน 86 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 6.99 ล้านบาท โดยปีนี้บริษัทเปิดตัวโครงการใหม่ 17 โครงการ มูลค่ารวม 22,880 ล้านบาท ยอดขายทั้งปีคาดว่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย และ 9 เดือนแรกมียอดขายแล้ว 17,490 ล้านบาทแบ่งเป็นแนวราบ 8,880 ล้านบาท และแนวสูง 8,610 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท