posttoday
ชง 6 มาตรการดันอุตฯคอนเทนต์ผู้นำอาเซียน

ชง 6 มาตรการดันอุตฯคอนเทนต์ผู้นำอาเซียน

22 ตุลาคม 2557

น้อยคนจะรู้ว่าหนังดังฮอลลีวู้ดหลายเรื่องใช้บริการเทคนิคการตัดต่อภาพและเสียงฝีมือคนไทย

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

น้อยคนจะรู้ว่าหนังดังฮอลลีวู้ดหลายเรื่องใช้บริการเทคนิคการตัดต่อภาพและเสียงฝีมือคนไทย ผ่านการว่าจ้างต่อจากบริษัทญี่ปุ่น ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับเรื่องคุณภาพและมาตรฐานการผลิตคอนเทนต์

ผลงานดังกล่าวสะท้อนชัดว่าบุคลากรด้านอุตสาหกรรมคอนเทนต์ของไทยมีศักยภาพไม่เป็นสองรองใคร แต่ทำไมจึงไม่ถูกดึงออกมาใช้อย่างเต็มความสามารถและเจิดจรัสในฐานะแบรนด์ไทยในเวทีโลกด้วยตัวเอง

วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ เลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติชี้ว่า อุตสาหกรรมคอนเทนต์ยังไม่ได้รับการสนับสนุนอย่างจริงจังจากหน่วยงานภาครัฐมากนัก ทั้งที่คนไทยมีคนรุ่นใหม่ไฟแรงที่พร้อมสร้างสรรค์ผลงานออกสู่ตลาดจำนวนมาก แต่กลับขาดแรงสนับสนุนที่ดีจากภาครัฐและคนไทยด้วยกันเอง เช่น มีการผลิตหนังไทยเพียง 4050 เรื่อง/ปี แต่นำเข้าภาพยนตร์ต่างประเทศปีละกว่า 200 เรื่อง สะท้อนว่าคนไทยฝังใจเรื่องภาพลักษณ์และคุณภาพหนังไทย เรื่องนี้เป็นอีกโจทย์ที่รัฐบาลต้องเร่งปลุกกระแสค่านิยมใหม่ เพื่อสร้างคุณค่าให้กับหนังไทย

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมคอนเทนต์ของไทยประกอบด้วย 5 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ 1.เพลง 2.ภาพยนตร์และสารคดี 3.เกม 4.แอนิเมชั่น และ 5.รายการโทรทัศน์ โดยทุกกลุ่มอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ รัฐบาลควรสนับสนุนให้อุตสาหกรรมคอนเทนต์เป็นอีกฟันเฟืองหนึ่งในการสร้างรายได้หมุนเวียนให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศได้ไม่แพ้อุตสาหกรรมอื่น เพราะในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา พบว่าคนไทยได้รับการว่าจ้างให้ผลิตและตัดต่อคอนเทนต์ให้กับหนังฮอลลีวู้ดและหนังประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขึ้น

ขณะเดียวกัน สมาพันธ์ฯ เตรียมเสนอ 6 มาตรการต่อคณะกรรมการ (บอร์ด) ภาพยนตร์แห่งชาติ เพื่อส่งเสริมให้อุตสาหกรรมคอนเทนต์ของไทยก้าวสู่ความเป็นผู้นำ และศูนย์กลาง (ฮับ) ด้านนี้ในอาเซียน พร้อมเทียบชั้นประเทศเกาหลีในลำดับต่อไปโดย 6 มาตรการ ประกอบด้วย1.ตั้งงบประมาณสนับสนุนการทำวิจัย เพื่อให้เกิดความเข้าใจถึงอุตสาหกรรมคอนเทนต์เชิงเศรษฐกิจในแต่ละหมวดหมู่ เพื่อวางแผนการส่งเสริมอย่างชัดเจน

2.การยกร่างกฎหมายไทยที่เกี่ยวข้องกับคอนเทนต์ทุกกลุ่ม โดยรวบรวมให้เป็นหมวดหมู่เดียวกันจากปัจจุบันคอนเทนต์ที่สื่อสารผ่านจอสมาร์ทโฟน โทรทัศน์ และภาพยนตร์ ต่างใช้กฎหมายบังคับคนละสังกัด ทำให้การพัฒนาไม่สามารถเชื่อมโยงได้อย่างเป็นระบบ 3.การสนับสนุนงบประมาณดำเนินการให้เพียงพอต่อการพัฒนา โดยนำต้นแบบการส่งเสริมจากประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นมาวางแผน4.จัดตั้งองค์กรอิสระ ในรูปแบบองค์การมหาชนเป็นเจ้าภาพขับเคลื่อนงานแทนหน่วยงานราชการ สร้างความคล่องตัวในการดำเนินงาน โดยองค์การนี้มีความพิเศษ หากประเมินผลงานระยะเวลา10 ปี ไม่บรรลุเป้าหมายการทำงานที่ตั้งไว้ สามารถยุบองค์กรได้

5.รัฐบาลต้องร่วมมือกันระหว่างประเทศ การเพิ่มสิทธิประโยชน์ (อินเซนทีฟ) เช่น มาตรการภาษี จูงใจให้ต่างชาติเลือกใช้บุคลากรไทย และสถานที่ในประเทศไทย 6.การนำบุคลากรต่างประเทศมาเป็นที่ปรึกษาทรงคุณวุฒิ เพื่อวางแผนผลักดันให้บุคลากรในอุตสาหกรรมคอนเทนต์ไทยก้าวสู่ความเป็นสากลในตลาดโลก สามารถเทียบชั้นกับฮอลลีวู้ดได้

“รัฐบาลเกาหลีใต้ใช้เวลากว่า 17 ปี วางแผนผลักดันให้ซีรี่ส์เกาหลีสามารถครองใจคนชาติเอเชียและอาเซียนแทนที่ประเทศญี่ปุ่นได้อย่างแยบยล เพราะการนำคอนเทนต์ของประเทศตัวเอง สามารถต่อยอดธุรกิจอื่นตามมานับไม่ถ้วน ทั้งศิลปะ วัฒนธรรม อาหาร การท่องเที่ยว การสร้างแบรนด์ผ่านไลเซนส์การผลิต ฯลฯ สามารถสร้างรายได้แบบไม่รู้จบ อย่างเช่นแบรนด์การ์ตูนวอลท์ ดิสนีย์ สามารถขายไลเซนส์การผลิตสินค้ากลุ่มต่างๆได้ทั่วโลก” วีระศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท